เป็นสุภาพสตรีตัวเล็กๆแต่ใจใหญ่ ที่ฝันปลุกปั้น “เชียงใหม่” ให้เป็นต้นแบบเมืองน่าอยู่ของประเทศไทย สำหรับ “มาดามหยก-กชพร เวโรจน์” อีกหนึ่งบทบาทที่ปิดทองหลังพระมายาวนานเข้าสู่ปีที่ 29 คือการเป็นจิตอาสารั้งตำแหน่งประธานชมรม “CHANGE TOGETHER & INDY TEAM” ให้ความช่วยเหลือคนไทยในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งในช่วงวิกฤติโควิด-19, น้ำท่วม, การปะทะกันตามแนวชายแดน รวมถึงช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส, ผู้พิการ, กลุ่มเปราะบาง และกลุ่มคนไร้บ้านให้มีงานทำ“หยกเกิดที่กรุงเทพฯ แต่เติบโตและศึกษาที่เชียงใหม่ เพราะคุณแม่เป็นคนเชียงใหม่ จึงรักและผูกพันกับเมืองล้านนา โดยเฉพาะเชียงใหม่ หยกมีความมุ่งมั่นอยากพัฒนาช่วยเหลือให้เชียงใหม่เป็นเมืองต้นแบบ (Chiang Mai Model) เป็นจังหวัดที่นำเสนอสิ่งดีๆ ความทันสมัย โดยไม่ละทิ้งอัตลักษณ์ดีงามที่คนรุ่นก่อนสร้างมาจากรุ่นสู่รุ่น หยกมีคติประจำใจ และคอยย้ำเตือนคนในทีมเสมอว่า เราจะให้ความสำคัญและช่วยเหลือผู้คนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ทุกศาสนา ทุกอาชีพ จงเป็นคนรุ่นใหม่ เป็น “INDY TEAM” ที่ก้าวอิสระ ก้าวล้ำ นำสมัย แต่ไม่ก้าวร้าว”...“มาดามหยก” บอกเล่าถึงความตั้งใจ ได้ยินมาว่าเป็นคนมีหัวการค้าตั้งแต่เด็กหยกหาเงินเก่ง แต่ใช้เงินเปลือง มีวันหนึ่งคุณแม่บ่นว่าเนี่ยใช้เงินเก่งนักนะ ไม่รู้เหรอว่าเงินมันหายาก ถ้าอยากจะใช้เปลืองขนาดนี้ หาเงินเองไปเลย เราก็แบบจริงด้วยสินะ ทำไมเราไม่หาเงินเอง ตั้งแต่นั้นก็ทำทุกวิถีทาง ค้าขายทุกอย่างเพื่อให้ได้เงิน ตอนนั้นอายุแค่ 16 ปี ยังไม่จบมัธยมปลาย กำลังเรียนที่โรงเรียนดาราวิทยาลัย ก็เริ่มทำหมอนไม้กับผู้ใหญ่ แล้วก็ทำธุรกิจขายรถมือสอง แรกๆซื้อมาขายไป จากคันสองคันเพิ่มเป็น 40 คัน จนมีเต็นท์รถเป็นของตัวเอง โดยมีผู้ใหญ่รอบข้างให้คำแนะนำ ตอนเรียนอยู่ปี 4 กำลังทำเต็นท์รถมือสองรุ่งๆ ธนาคารมาถามว่าอยากกู้ตังค์ไหม เราบอกหนูไม่กู้ดีกว่า เพราะกลัวเป็นหนี้ แล้วเดี๋ยวจะใช้หนี้ยังไง ธนาคารบอกว่าเห็นเราขยันทำงานขนาดนี้น่าจะมีอนาคต หยกอาจจะโชคดี คือผู้ใหญ่รอบข้างเมตตา สอนวิชาการดูรถ การทำธุรกิจให้ หยกดูแลเต็นท์รถเองทุกอย่าง ตอนอยู่มหาวิทยาลัยไม่ได้เรียนทั้งวันถูกไหมคะ เราเรียนเสร็จก็ไปเฝ้าเต็นท์รถ รู้สึกสนุกและมีความสุข เพราะเป็นคนชอบค้าขายตั้งแต่เด็ก เด็กกว่านั้นตอนเรียน ม.5 เคยขายประกันของอาคเนย์และไทยสมุทร แอมเวย์ก็เคยขาย ทำมาหมดแล้ว ทำยังไงถึงมีนะดีผู้ใหญ่ให้ความเมตตาตลอด?ผู้ใหญ่ที่เราเจอมักให้ความเมตตาเสมอ ก็แปลกดีนะคะ อาจเพราะความอ่อนน้อมถ่อมตนที่เตี่ยสอนมาตลอด แล้วก็ความซื่อสัตย์ เตี่ยบอกว่าคนเราต้องมีสัจจะ คือรับปากใครแล้วต้องทำ ถ้าไม่แน่ใจอย่ารับปากจริงไหมคะ “มาดามหยก” เป็นคนคิดใหญ่ทำใหญ่ตั้งแต่เด็ก คือกล้าทำทุกอย่างไม่เคยกลัว เพราะคุณแม่ไล่ให้ไปหาเงินไงคะ โอเคเดี๋ยวหนูหาให้ดู เป็นเด็กที่ตลกดี อายุ 20 ปี ก็มีรายได้เป็นของตัวเองแล้ว แต่ใช้เงินเก่งนะคะ ชอบช่วยคนใช้ช่วยคนจนหมด แต่ก็หามาใหม่ได้เรื่อยๆ ตอนหลังไปเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทเกาหลี สมัยนั้นเป็น inbound tour แบบจัดทัวร์กอล์ฟ หยกเห็นคนมาตีกอล์ฟเยอะ ทำไมเราไม่ทำสนามกอล์ฟ จึงทำแผนธุรกิจเรื่องการลงทุนทำสนามกอล์ฟ และชักชวนผู้ใหญ่ในเชียงใหม่มาทำสนามกอล์ฟด้วยกัน แล้วก็เข้าไปเสนอธนาคารเพื่อกู้เงิน ช่วงนั้นเกิดต้มยำกุ้ง ธนาคารปล่อยกู้ยากมาก บอกเราต้องสร้างสนามกอล์ฟไปก่อนถึงจะกู้ได้ หยกเลยต้องไปหาเงินจากข้างนอกมาเพื่อสร้างบางส่วน พอถึงเวลานั้นก็ไม่ต้องกู้ธนาคารแล้ว ธุรกิจไปได้ด้วยตัวเอง โอ้โหชีวิตตอนนั้นสมบุกสมบันมาก แต่ก็สนุก คือคิดใหญ่ทำใหญ่ตลอด มันอาจจะเป็นดวงของเรา แล้วก็โชคดีที่มีผู้ใหญ่อุปถัมภ์เสมอ ได้ไปเจอผู้ใหญ่ ท่านก็ให้การอบรมสั่งสอน ช่วยชี้แนะแนวทาง หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย หยกเข้ามาช่วยเตี่ยดูแลธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานภาครัฐ เตี่ยถ่ายทอดวิชาอะไรให้ลูกสาวบ้างเตี่ยเป็นคนฮ่องกง เข้ามาทำธุรกิจรับเหมาสร้างถนน, สะพาน, เขื่อน เน้นงานของกรมชลประทาน และกรมทางหลวง มีสร้างโรงเรียนและโรงพยาบาลบ้าง ตอนมีหยก เตี่ยอายุ 60 แล้ว แต่ยังใกล้ชิดกัน จะพานั่งรถแลนด์โรเวอร์ไปไซต์งานทำถนน เราได้เห็นการทำงานของเตี่ยตั้งแต่เด็ก คำสอนของเตี่ยที่จำขึ้นใจคือต้องมีสัจจะ ถ้าเราไม่มีสัจจะ เท่ากับเราไม่ได้เคารพตัวเองด้วยซ้ำ และถ้าเราไม่มีสัจจะ ต่อไปเราก็ไม่สามารถหาสัจจะจากคนอื่นได้ อย่าทำลายความไว้ใจของคนอื่นที่มีให้เรา หันมาสนใจทำงานด้านจิตอาสาได้อย่างไรหยกทำงานจิตอาสามานาน 20 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่สมัยเรียนเป็นจิตอาสาช่วยเหลือคนรอบข้างโดยไม่แบ่งแยก จะเน้นสืบสานและต่อยอดด้านศาสนา, ศิลปวัฒนธรรม, อัตลักษณ์ประเพณีล้านนา, ซอฟต์พาวเวอร์ของล้านนา และสนับสนุนการพัฒนาสินค้าจากวิสาหกิจชุมชนต่างๆให้ก้าวสู่สากล หยกเป็นประธานชมรม “CHANGE TOGETHER & INDY TEAM” ให้ความช่วยเหลือคนไทยในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งในช่วงวิกฤติโควิด-19, น้ำท่วม, การปะทะกันตามแนวชายแดน รวมถึงช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส, ผู้พิการ, กลุ่มเปราะบาง, กลุ่มคนไร้บ้านให้มีงานทำ เรายังช่วยผู้ลำบากเดือดร้อน, ขาดแคลนการศึกษา และสิ่งอุปโภคบริโภค พร้อมสนับสนุนความเท่าเทียม, สิทธิเด็กและสตรี, ลดความเหลื่อมล้ำ, สนับสนุนความสามัคคี, มุ่งมั่นสร้างความสมานฉันท์, ยุติความขัดแย้ง, ช่วยเหลือด้านการศึกษาต่อเยาวชนผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกล, ให้ความช่วยเหลือกลุ่ม LGBTQ+ และกลุ่มชาติพันธุ์ ตลอดจนสร้างงานสร้างอาชีพให้ชาวบ้านมาโดยตลอด มีชื่อเสียงเงินทองครบ ทำไมอยากทำงานการเมืองอีกหยกก่อตั้งพรรคก้าวอิสระ (INDY) เพราะมีผู้ใหญ่บอกว่าถ้าต้องการช่วยคนให้ได้มากกว่านี้ ต้องการช่วยประเทศชาติให้ได้มากกว่านี้ ก็ต้องลงมาทำงานการเมือง หยกปิดทองหลังพระด้วยความสุข อยากเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่จะคอยสร้างพลัง, สร้างรอยยิ้ม, บรรเทาทุกข์ผู้คน และช่วยกันนำความสุขความสามัคคีของคนไทยกลับคืนมาอย่างไม่ย่อท้อ หยกอยากให้ประเทศเรามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง, เลิกทะเลาะกัน และเดินไปข้างหน้า มันจะดีกว่าไหมถ้าทุกฝ่ายทำงานด้วยกันได้ เมื่อก่อนมองว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว แต่พอได้เข้ามาทำงานจิตอาสา ทำให้รู้ว่าการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน มันมีผลกับชีวิตทุกคน ถามว่าการเมืองไทยไม่ต้องแบ่งแยกสีได้ไหม ทำไมไม่มารวมกันทำงานเพื่อประชาชน เพราะแต่ละพรรคมีข้อดีของตัวเอง ควรกระจายกันทำงานในพื้นที่ของตัวเอง ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด แล้วภาพรวมในอนาคตของทั้งประเทศจะดีขึ้น ลูกสาวหยกถามว่าแม่จะเหนื่อยไปทำไม ถ้าวันหนึ่งเราเดือดร้อนแล้วใครจะมาช่วยเรา หยกบอกลูกว่าถ้าเราเดือดร้อนเราก็ช่วยตัวเองได้นะ แม่มั่นใจว่าเราไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากใคร เราเกิดมาคนเดียว ตายก็คนเดียวอยู่แล้ว ใครจะช่วยไม่ช่วยไม่ได้เดือดร้อน แต่ในยามที่เรามีกำลังมีคอนเนกชันพอจะช่วยคนอื่นได้ แม่ขอทำให้เต็มที่ ถ้ารอการช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ บางทีจะมีขั้นตอนเยอะ เราอาจช่วยแบ่งเบาตรงนี้ได้ เช่น เรื่องสิทธิการรักษาพยาบาล อยากช่วยผลักดันให้ได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียม ต่อให้เป็นผู้ชายรักผู้ชาย หรือผู้หญิงรักผู้หญิง ถ้าเขาแต่งงานกันได้ เขาก็ควรจะได้สวัสดิการในแบบของคู่สมรส บางคนต้องใช้ฮอร์โมนก็ควรจะมีสิทธิเบิกประกันสังคม งานการเมืองของพวกเราเกิดจากการรวมตัวของเหล่าพี่น้องจิตอาสาทั่วประเทศ ลงขันกันช่วยเหลือผู้คนมาโดยตลอด ตั้งแต่ช่วงวิกฤติโควิด-19 มาจนถึงน้ำท่วมหาดใหญ่ และการปะทะกันตามแนวชายแดน ทุกคนยอมสละตัวเองมาทำงานในลักษณะจิตอาสา ไม่ได้มาเพื่อเล่นการเมือง แต่มาเพื่อทำงานให้ประชาชนคนไทย จุดยืนของเราคือจะไม่เลือกข้าง ถ้าใครมีแนวคิดที่ดี เราก็ไป ช่วยงานได้ ที่สำคัญต้องมีสัจจะรับปากใครไว้แล้วต้องทำตามนั้น ที่ผ่านมาความเป็นกลางหาได้ยากมาก ไม่ซ้ายสุดก็ขวาสุด ไม่พวกเธอก็พวกฉัน แต่ทำไมไม่มีพวกที่ฉันไม่เป็นพวกใครเลย ฉันเป็นพวกของประชาชนและส่วนรวมได้ไหม หยกจะอยู่เบื้องหลังคอยสร้างคนสร้างความสำเร็จ ไม่ได้มาเพื่ออยากเป็น สส. หรืออยากเป็นรัฐมนตรี แต่ทำพรรคเตรียมไว้เพื่ออนาคต ไม่ใช่ทำเพื่อวันนี้ เพราะวันนี้ทุกคนรุกรานฆ่าฟันกัน ก็คงไม่ไปอยู่ท่ามกลางสงครามตรงนั้น ใครอยากได้อะไรแย่งกันไปเลย หยกไม่ได้สนใจตรงนั้น แต่มองว่าทุกอย่างมันต้องมีจุดสิ้นสุด มีเกิดขึ้น, ตั้งอยู่ และดับไป อะไรคือความสุขของ “มาดามหยก” ที่เงินซื้อไม่ได้ตอนนี้หยกทำงานหลายอย่าง เช่น ที่ปรึกษาสภาวัฒนธรรม จังหวัดเชียงใหม่, ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ชมรมสตรีดีเด่นของจังหวัดเชียงใหม่ สภาสตรีดีเด่นแห่งประเทศไทย, ประธานชมรม “CHANGE TOGETHER & INDY TEAM” และประธานคณะทำงาน บันทึก World Records งานสมโภช 729 ปี เมืองเชียงใหม่ ความสุขเหรอคะ ก็คือได้ทำอะไรเพื่อส่วนรวม ได้หันกลับมามองย้อนบทเรียน, ข้อผิดพลาด และความสำเร็จในอดีต แล้วนำมาเผยแพร่ได้สอนน้องๆรุ่นใหม่ว่าอย่าเดินผิดพลาดเหมือนเรา หยกอยากทำงานเพื่อบ้านเมือง อยากช่วยคนไทยให้พ้นจากความยากจน, หลุดพ้นจากวงจรหนี้ และการเอารัดเอาเปรียบของนายทุน ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงประเทศเป็นเรื่องยาก แต่หยกเชื่อว่าเราทำได้ มันต้องเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ดีกว่าไม่เริ่ม วันนี้อาจจะยังทำไม่สำเร็จ แต่ในอนาคตจะต้องมีคนมารับช่วงต่อ คนที่มีความต้องการอยากให้ประเทศไทยมันดีกว่านี้ในอนาคต หากมีหัวหน้าพรรคที่เหมาะสม หยกอาจมอบหมายหน้าที่นี้ให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ และเปี่ยมประสบการณ์ ส่วนหยกจะยังคงทำงานเบื้องหลัง คอยช่วยเหลือผู้คนในฐานะจิตอาสาต่อไป ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถทำงานได้ ถ้าเรารู้ว่าเราทำงานเพื่ออะไร ก็จะมีความสุขที่ได้ทำ นี่คือสิ่งที่น้องๆรุ่นใหม่ต้องคิด ทำไมเราไม่คิดแค่ว่าเรามีหน้าที่อะไร ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองดีกว่า สำหรับหยกการทำความดีมันทำได้ทุกวันเหมือนเวลาทานข้าวอาบน้ำ ก็ไม่เห็นต้องประกาศให้ใครรู้ว่าฉันกินข้าวฉันอาบน้ำนะ คือเราสามารถทำความดีเพื่อตนเองและส่วนรวมได้ในทุกวินาที หยกจะมุ่งมั่นทำตามที่ตั้งใจไว้ ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน มีตำแหน่งใดหรือไม่ ก็ยังคงเป็น “INDY TEAM” ออกช่วยเหลือผู้คนด้วยหัวใจของจิตอาสาทำความดีทุกวันให้เหมือนทานข้าวอาบน้ำ รับรองว่าประเทศไทยจะมีแต่รอยยิ้มและความสุข.ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่