แนวทางเดิม...เริ่มต้นก็ฤกษ์ไม่ดีเสียแล้ว แต่ไหวตัวทันค่อยยังชั่วหน่อย “อันวาร์” นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานอาเซียนรับบทผู้ประสานงานแก้ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาเมื่อทางการมาเลเซียออกข่าวว่าทุ่นระเบิดที่กัมพูชาวางไว้จนทหารไทยขาขาดนั้นเป็น “ของเก่า” ก็เลยเกิดปัญหาเพราะไทยยืนยันว่าเป็น “ของใหม่” ชัดเจนที่สุดก็มีการแก้ไขอ้างแปลความผิดเพราะเป็น “ของใหม่” จริงไม่ใช่ “ของเก่า”ดีที่แก้ไขอย่างทันท่วงทีมิฉะนั้นไทยจะกลายเป็นพวกเดียวกับเขมรทันทีที่อ้างว่าเป็น “ของเก่า” ทั้งๆที่เป็น “ของใหม่”ก็เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาเล่าสู่กันฟัง!ความจริงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยแต่เป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียว“อันวาร์” ในฐานะโต้โผใหญ่ได้เปิดเผยว่าได้พูดคุยกับ “โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้นำสหรัฐฯ ในฐานะคนกลางร่วมกันเพื่อให้เกิดการเจรจาสันติภาพจนสำเร็จแต่เมื่อมาเกิดเหตุขึ้นอีกก็ต้องทำหน้าที่ต่อไป“ทรัมป์” บอกว่าให้ไทย-กัมพูชาเจรจากันด้วยดีเพื่อให้เกิดสันติภาพจะได้ไม่ปะทะกัน จากนั้น “อันวาร์” ก็เปิดเผยอีกว่าได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีของไทย-กัมพูชาแล้วเช่นกันและขอให้ทั้งสองฝ่ายยึดแนวทางสันติด้วยการเจรจากันพูดง่ายๆก็คือใช้รูปแบบเดิมที่สำเร็จมาแล้วโดยรูปการณ์แล้วก็น่าจะเป็นไปแบบนั้นเพราะวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดก็คือการเจรจา เพียงแต่ว่าครั้งนี้มาเลเซียในฐานะตัวเชื่อมประสานจะต้องมีการจัดการที่ดีกว่าเดิม!คือจะต้องให้กัมพูชายอมรับเงื่อนไขที่จะไม่ก่อเหตุขึ้นมาอีก เพราะมิฉะนั้นก็ต้องตามแก้ตามเช็ดวุ่นวายกันไปหมดจนไม่ต้องทำอะไรกันแล้วยิ่งคราวนี้กัมพูชาดูเหมือนจะมดเท็จมากกว่าเก่าขนาดสร้างสถานการณ์ยิงคนของตัวเองแล้วอ้างว่าถูกทหารยิงคือโกหกหน้าตายไม่อายฟ้าอายดินมีประเด็นหนึ่งที่เกิดปัญหาหลักคิดต่างกันระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านที่ไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลระงับการดำเนินการตามปฏิญญาสันติภาพที่ลงนามกันมาแล้วฝ่ายค้านบอกว่าจะทำให้ไทยเสียเปรียบในระดับนานาชาติทำให้ไม่มีเวทีเล่นต่อไป!แต่อีกฝ่ายบอกว่าถูกต้องแล้วเพราะนี่ไม่ใช่การฉีกสัญญาแต่เป็นการหยุดดำเนินการตามสัญญาชั่วคราวเป็นการประท้วงกัมพูชาให้โลกได้เห็นความจริงก็เป็นเหตุเป็นผลไม่ใช่เรื่องเสียหายหรือเสียเปรียบแต่อย่างใดแต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจของรัฐบาลไทยน่าจะเกิดประโยชน์ด้วยซ้ำไปอีกประเด็นที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ประกาศว่าจะไม่คุยกับสหรัฐฯอีกแม้จะทำให้ไม่พอใจอาจเพิ่มภาษีไทยมากขึ้นก็ไม่ต้องกลัวเพราะไปค้าขายกับประเทศอื่นก็ได้จนถูกมองว่านายกรัฐมนตรีไทยเล่นบท “ชาตินิยม” เพื่อหวังผลทางการเมืองมากเกินไปเพราะถ้าสหรัฐฯทำกับเราจริงๆก็ยุ่งอีกจึงเตือนนายกรัฐมนตรีว่าในฐานะผู้นำประเทศจะพูดหรือแสดงความคิดเห็นอะไรจะต้องใจเย็นและรอบคอบไม่ใช่หวังผลการเมือง!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม