ช่วงปลายปี 2522 เรื่องราวของ “ไอ้หนุ่มกตัญญู” ปาร์ค ยอง แบ จากเกาหลีใต้ เป็นข่าวใหญ่พาดหัวยักษ์หน้า 1 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐอยู่หลายวัน ถือเป็นข่าวใหญ่ขายดี คนอ่านแล้วซาบซึ้งใจไปกับความกตัญญูของไอ้หนุ่มเกาหลีคนนี้เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ในช่วง สงครามเกาหลี ระหว่าง พ.ศ.2493-2496 นั้น วันหนึ่งที่หมู่บ้าน ปันมุนจอม ทหารเกาหลีเหนือบุกทะลวงเข้ามาทำให้ชาวบ้านต้องหนีตายเอาตัวรอดเจ้าหนูปาร์ควัยเพียง 7 ขวบ หนีกระเซอะกระเซิงไปถึงค่ายทหารไทย ได้รับความช่วยเหลือจาก 2 ทหารไทย ที่เจ้าหนูจำได้ไม่ลืมว่าชื่อ หมู่วีระ กับ หมู่ตาด จูงมือเขาเข้าไปพักในค่ายด้วยกัน...รอดชีวิตจากการบุกของเกาหลีเหนือได้อย่างหวุดหวิดหลังสงคราม ปาร์คซึ่งกลายเป็นเด็กกำพร้าต้องสู้ชีวิตต่อ เขากัดฟันเรียนจนจบพลศึกษา ได้งานทำเป็นหลักแหล่งพอเลี้ยงชีวิตไปได้...แต่ก็ยังมีความผูกพันกับประเทศไทย และสำนึกในบุญคุณของ 2 ทหารไทยที่ช่วยชีวิตเขาอยู่ตลอดเขาฝึกเรียนภาษาไทยพร้อมกับหาโอกาสมาทำงานกับทีมกีฬาไทยที่ไปแข่งเกาหลีใต้ยุคนั้น...เข้ามาช่วยเป็นเลซอง เป็นล่ามเป็นไกด์ให้แก่นักกีฬาไทยโดยไม่คิดค่าจ้างแต่อย่างใดนอกจากสนิทกับนักกีฬาแล้ว เขายังสนิทกับผู้สื่อข่าวไทยที่ตามไปทำข่าวกีฬาด้วย...โดยเฉพาะกับ สุชาติ จุ้ยเสงี่ยม ช่างภาพกีฬาของ ไทยรัฐ ที่สนิทประดุจญาติเขาเล่าเรื่องราวหนหลังของเขาให้ สุชาติ ฟังอย่างหมดเปลือก และสรุปว่าเขายังคิดถึง “พ่อ” ทหารไทยทั้ง 2 คนอยู่เสมอ และหากมีโอกาสไปประเทศไทยเมื่อใดจะไปกราบทั้ง 2 ท่านให้จงได้เมื่อสุชาติกลับมาเล่าให้พวกเราที่กองบรรณาธิการ ไทยรัฐ ฟัง...เราก็ตัดสินใจเป็นสื่อกลางให้ทันที...ส่งผู้สื่อข่าวไปตามหา “หมู่วีระ” และ “หมู่ตาด” ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกจนพบตัว หมู่ตาด หรือ หมู่ตราด “ส.ท.ตราด กองจันดี” ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น นรชัย หรือ พ.ต.นรชัย กองจันดี สังกัดศูนย์ทหารราบค่ายธนรัตน์ และ หมู่วีระ ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น สุริยัน ยศชั้นล่าสุด พ.ท.สุริยัน ประภาสวัตร สังกัดกรมการรักษาดินแดนเรานัดแนะไปที่ 2 หมู่ ซึ่งได้เลื่อนยศเป็น “นายพัน” แล้วทั้ง 2 ท่าน ให้มาพบกับ ปาร์ค ยอง แบ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2522 ณ ห้องประชุมตึก 1 ของไทยรัฐ (ปัจจุบันได้แก่ตึกพิพิธภัณฑ์)ทั้ง 3 ยืนจ้องหน้ากันพักใหญ่ ก่อนโผเข้ากอดกันนํ้าตาซึม... โดยเฉพาะ ปาร์ค ยอง แบ ถึงกับสะอึกสะอื้นออกมาด้วยความตื้นตันภาพและข่าว ไอ้หนุ่มกตัญญูเกาหลีใต้ตามหา “พ่อบุญธรรม” ทหารไทยผู้มีพระคุณ กลายเป็นข่าวหน้า 1 ขายดีอยู่หลายวันโดยเฉพาะข่าวที่คนไทยอ่านแล้วก็พลอยนํ้าตาซึมไปด้วยนั้น เขียนโดย “รีไรเตอร์” ดาวรุ่งของเราในขณะนั้น ซึ่งกลายมาเป็น “กิเลน ประลองเชิง” เจ้าของคอลัมน์ฮิต หน้า 3 ไทยรัฐ ในวันนี้นั่นเองต่อมา เกาหลีใต้ซึ่งพัฒนาตนเองจนกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้วเต็มตัว ได้หยิบ “สงครามเกาหลี” ในอดีตมาเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายต่างประเทศด้วยการแสดงความรำลึกถึงและขอบคุณรัฐบาล 22 ประเทศที่ส่งทหารไปช่วยรบเมื่อครั้งกระโน้นเป็นระยะๆสำหรับประเทศไทยเรา รัฐบาลเกาหลีใต้ส่งตัวแทนมาติดต่อกับกระทรวงกลาโหมไทย เมื่อ พ.ศ.2554 เพื่อให้การสนับสนุน และช่วยเหลือทหารผ่านศึกเกาหลีของเราที่ยังมีชีวิตอยู่ในการสร้าง ซ่อม และปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้แก่ทหารไทยที่มีความประสงค์ และยังดำเนินการอยู่จนถึงปัจจุบันนี้แม้จะเริ่มช้ากว่า ปาร์ค ยอง แบ ไอ้หนุ่มกตัญญูกว่า 20 ปี แต่ก็น่าชื่นชมที่เริ่มขึ้นได้ในที่สุดเกาหลีใต้จะมีภาษิตเหมือนประเทศไทยของเราที่ว่า “คนกตัญญู รู้คุณคนตกนํ้าไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้” หรือเปล่าไม่ทราบ? แต่ขอให้เชื่อเถอะภาษิตนี้เป็นเรื่องจริง...คนกตัญญูมีแต่เจริญรุ่งเรืองสรุป...อย่าลืมเพิ่ม “โควตาแรงงาน” ให้แก่ประเทศไทยตามคำขอของนายกฯอนุทินด้วยนะครับ ท่านประธานาธิบดี อี แช มย็อง!"ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม