เกมขยี้สีน้ำเงินยังไม่จบ “ภูมิธรรม” ขยับรื้องบกระตุ้น ศก. ในส่วน อปท. ซัด “อนุทิน” เซ็นเอกสารไม่ตรงระบบ “ไชยชนก” บ่ยั่น มท.1 สั่งบี้ที่ดินเขากระโดง ลั่นค่าปรับแค่นี้จ่ายได้สบาย ปชน.ปลุกความกล้านิรโทษทุกฉบับ สุดท้ายพ่ายเสียงสภา รับร่าง รทสช.-กธ.-ภท. ตีตกร่าง “ชัยธวัช”-ภาคประชาชน ดีเอสไอลุยสอบฮั้ว สว. ฐานอั้งยี่-ฟอกเงิน ชี้กลุ่มเข้าข่ายกระทำผิดมีประมาณ 10 ราย “ธงทอง” เป็นพยานคดี ม.112 “ทักษิณ”นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกฯ เล็งพิจารณาทบทวนงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ในส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่ หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล อดีตรองนายกฯและ รมว.มหาดไทย เซ็นเอกสารไม่ตรงกับที่คีย์เข้าระบบ และมีการจัดงบกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่พรรคภูมิใจไทย“ภูมิธรรม” ขยับรื้องบกระตุ้น ศก.เมื่อเวลา 07.40 น. วันที่ 16 ก.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ กรณี 2 รัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์โวยการจัดงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาทของท้องถิ่น วงเงินประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ลงพื้นที่ไม่ทั่วถึงในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การจัดงบลงท้องถิ่นกระจุกตัวมีปัญหาค่อนข้างมาก ได้รับการร้องเรียนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บาง อบต. บาง อบจ. ขออะไรไม่เคยได้เลย บางที่ขอมาได้ 1-3 ล้านบาท แต่ได้ยินมาว่าแถวๆ จ.บุรีรัมย์ สุรินทร์ ได้เพิ่มขึ้นนับร้อยล้านบาท บางแห่งได้ถึง 700 ล้านบาทจากที่เคยได้ ต้องดูว่าจัดอยู่บนฐานอะไร ทั้งนายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย และนายชัยชนะ เดชเดโช รมช.สาธารณสุข สอบถามว่ามีปัญหาหรือไม่ที่จัดงบกระจุกไม่กระจาย ในงบประมาณปี 2569 สำนักงบประมาณบอกว่ามีปัญหาจริง เราต้องพิจารณาอาจมีการตัดตอนเพิ่มหรือลดซัด “อนุทิน” เซ็นงบไม่ตรงระบบนายภูมิธรรมกล่าวต่อว่า งบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท มีการส่งเรื่องงบประมาณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดกลับมายังกระทรวงมหาดไทยไปที่สำนักงบประมาณ ปรากฏว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล อดีตรองนายกฯและ รมว.มหาดไทยสมัยนั้น เซ็นเอกสารไปไม่ตรงกับที่คีย์เข้าระบบ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯจึงส่งกลับมากระทรวงมหาดไทยให้พิจารณาอีกครั้ง ขณะนี้เรื่องอยู่ที่สำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นห่วงว่ากลัวจะไม่ทันแต่ยังมีเวลาเหลืออยู่ เมื่อถามว่าที่บอกว่าขั้นตอนและตัวเลขไม่ตรงเป็นอย่างไร นายภูมิธรรมตอบว่า ต้องไปถามสำนักงบประมาณ เพราะไม่ได้เป็นคนทำ เพียงแต่ได้รับรายงาน เมื่อถามว่าจะเกลี่ยงบกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นใหม่ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า เป็นเรื่องของสำนักงบประมาณ เพียงแต่เรารับทราบว่าไม่เหมาะสม เมื่อถามย้ำว่าเป็นการสแกนงบในพื้นที่พรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า อย่าเอาเรื่องพวกนี้ไปพูดให้มันเกินเลย เดี๋ยวจะหาว่ามาโจมตีกัน“ไชยชนก” บ่ยั่นบี้ที่ดินเขากระโดงนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวตอบโต้นายภูมิธรรม เวชยชัย หลังสั่งให้มีการตรวจสอบที่ดินเขากระโดงว่า เรื่องนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และพวกตนพูดชัดเจนมาตลอดยินดีให้ตรวจสอบตามกระบวนการกฎหมาย มั่นใจมากว่าเมื่อความจริงกระจ่าง เป็นที่ของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ที่ของการรถไฟฯ ที่บอกว่าต้องจ่ายค่าปรับ 5 แสนบาทต่อปี พวกตนจ่ายได้สบายอยู่แล้ว เพราะที่ดิน 5 พันไร่ เป็นของตระกูลชิดชอบเพียงนิดเดียว หากกระทบก็กระทบน้อยมาก ปัญหาทางการเมืองกระทบพรรค ภท.ขนาดนี้ ถ้าพวกตนในฐานะพ่อเมืองยังยอมต่อการกระทำที่ไม่ถูกต้องต่อพี่น้องประชาชน หรือยอมคดีนี้ เอาแค่พวกตนรอด จะเกิดอะไรกับพี่น้องประชาชนชาวบ้านตาดำๆ ที่ถือครอง 4 พันกว่าไร่ รอดูความจริงจะกระจ่างเร็วๆนี้ปชน.ปลุกความกล้านิรโทษทุกฉบับที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ผู้นำฝ่ายค้าน แถลงว่า อยากเรียกร้องความกล้าหาญ ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยทุกคนไม่ว่าอยู่ซีกพรรคใด ให้ลงคะแนน เสียงเปิดประตูให้ร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ผ่านเข้าสู่วาระ 2 ทุกร่าง การลงมติตรงนี้ไม่ใช่เวทีที่เราจะมาแสดงออกถึงการจงรักภักดี หรือไม่จงรักภักดี หรือเรื่องใดก็ตาม แต่เป็นสิ่งที่เราต้องหาทางออกร่วมกัน สมานฉันท์กัน เมื่อถามถึงจุดยืนพรรค พปชร. ที่เป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีมติชัดเจนไม่รับร่างใดเลย นายณัฐพงษ์ตอบว่า ตามหน้าข่าวมีหลายคนหรือหลายพรรค ไม่สะดวกใจเรื่องนิรโทษกรรมความผิดมาตรา 112 แต่พวกเรายังไปพูดคุยกันในวาระที่ 2 ได้ ดังนั้นข้อแตกต่างนี้ควรลงมติงดออกเสียงในร่างที่ยังไม่สะดวกใจอยู่ ไม่ควรโหวตคว่ำ เพราะจะเป็นการปิดประตูต่อร่างของภาคประชาชน หรือของภาคส่วนอื่นสภาถกต่อ 5 ร่าง ก.ม.นิรโทษกรรมต่อมาเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวกับการนิรโทษกรรม จำนวน 5 ฉบับ ต่อเนื่องจากการประชุมสัปดาห์ที่แล้ว โดยเป็นการอภิปรายสรุปเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.แต่ละฉบับก่อนลงมติ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวว่า ไม่ได้ยิน สส.คนใดบอกไม่อยากให้อภัยคนที่ทำผิดจากการแสดงออกทางการเมือง คดีมาตรา 112 มีมูลเหตุจากความขัดแย้งทางการเมือง ควรได้รับนิรโทษกรรม ถ้ารับเฉพาะร่างฝ่ายรัฐบาล เท่ากับเปิดช่องนิรโทษกรรมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ที่ทำร้ายประชาชน ไปนิรโทษกรรมข้อหากบฏ ก่อการร้าย ปิดสนามบิน ชุมนุมยึดทำเนียบรัฐบาล ทำเพื่อตัวเองจะเรียกว่าสร้างสังคมสันติสุขได้อย่างไร การนิรโทษกรรมแบบได้บางกลุ่ม แต่ตีตราคนอีกกลุ่ม ถือว่าผิดทางเลือกปฏิบัติ อย่าไปตัดสินก่อนว่าคดีมาตรา 112 น่ารังเกียจ อย่าปิดประตูตาย ทอดทิ้งคนอีกหลายร้อยชีวิต เหมือนพวกเขาไม่มีตัวตน ขอให้รับร่างกฎหมายนี้ เพื่อเคารพต่อสามัญสำนึกของท่านเองโหวตผ่านแค่ 3 ร่างตีตกภาค ปชช.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากอภิปรายครบทั้ง 5 ฉบับแล้ว ที่ประชุมแยกลงมติเป็นรายฉบับ ปรากฏที่ประชุมลงมติให้ความเห็นชอบ 3 ฉบับคือ ฉบับที่ 1 ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ของนายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร พรรครวมไทยสร้างชาติ ด้วยคะแนน 299 ต่อ 0 เสียง งดออกเสียง 172 ฉบับที่ 2 ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ของนายปรีดา บุญเพลิง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ได้รับความเห็นชอบ 311 ต่อ 0 เสียง งดออกเสียง 158 ไม่ลงคะแนน 1 และฉบับที่ 5 ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ด้วยคะแนน 311 ต่อ 3 งดออกเสียง 147 ขณะที่อีก 2 ฉบับไม่ได้รับความเห็นชอบ คือ ฉบับที่ 3 ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ที่นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นผู้เสนอ ไม่ได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนน 319 ต่อ 147 งดออกเสียง 6 ไม่ลงคะแนน 1 และฉบับที่ 4 ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน ที่ภาคประชาชนเป็นผู้เสนอ ไม่ได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนน 306 ต่อ 149 งดออกเสียง 20 ถือว่าที่ประชุมไม่รับหลักการ ต้องตกไปโหวตยืนยันทำประชามติชั้นเดียวต่อมาเวลา 12.00 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ จำนวน 2 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติของ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ของนายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย หลังถูกยับยั้งไว้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 177 ครบกำหนด 180 วันแล้ว ต้องนำกลับมาให้สภาผู้แทนราษฎรลงมติ เพื่อยืนยันการบังคับใช้ โดยทั้ง 2 ฉบับมีเนื้อหาตรงกัน คือใช้เสียงข้างมากชั้นเดียวในการทำประชามติสอบถามความเห็นประชาชน โดย สส.ส่วนใหญ่ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน อภิปรายไปแนวทาง เดียวกัน สนับสนุนให้ใช้หลักการเสียงข้างมากชั้นเดียว ในการทำประชามติ ใช้เป็นช่องทางผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนให้เป็นผลสำเร็จ หลังอภิปรายเสร็จ ที่ประชุมลงมติให้ยืนยันร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติตามร่างเดิมที่เคยได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ด้วยคะแนน 375 ต่อ 0 งดออกเสียง 80 ไม่ลงคะแนน 1ดีเอสไอสอบฮั้ว สว.ฐานอั้งยี่-ฟอกเงินที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีฮั้วเลือก สว. ฐานอั้งยี่-ฟอกเงินว่า คณะพนักงานสอบสวนจะประชุมร่วมกันในวันที่ 17 ก.ค. เพื่อกำหนดแนวทางเพราะพบข้อมูลว่าบุคคลที่เป็นสมาชิกในกลุ่มที่ร่วมกันกระทำครั้งนี้ ค่อนข้างมีจำนวนมาก และส่วนใหญ่เป็นคนที่ไปรับเงินแล้วมาลงสมัครรับเลือก สว. ทำหน้าที่ไปโหวตบุคคลอื่นโดยไม่เลือกตัวเอง ต้องหารือว่าจะใช้วิธีการหาพยานหลักฐานอย่างไร หรือจะสอบปากคำเพิ่มอีกกี่ราย ส่วนจะเป็นกลุ่มบุคคลเข้าข่ายกระทำความผิดหรือไม่ พบว่ามีการกระทำความผิดจริง แต่ต้องพิจารณาว่าเป็นความผิดในส่วนไหน บางคนอาจรู้หรือไม่รู้ก็เป็นได้ อาจรับเงินมาเพื่อลงสมัคร สว. แต่อาจไม่ได้รู้ครบทั้งวงจร คาดว่ากลุ่มที่เข้าข่ายกระทำความผิดประมาณ 10 ราย ทั้งนี้ กรณีความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ที่มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอไปร่วมสอบสวนกับ กกต. ทราบว่าอยู่ระหว่างขั้นตอนสรุปข้อมูลและพยานหลักฐาน ยืนยันว่าหากพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึง ก็จำเป็นต้องเชิญมาให้ข้อมูล ดีเอสไอต้องเชิญทั้งหมด เพราะมันสอดคล้องกับสำนวน กกต.“ธงทอง” พยานคดี ม.112 “ทักษิณ”เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณา 902 ศาลอาญา ศาลนัดสืบพยานจำเลยนัดแรกคดีหมายเลขดำ อ.1860/2567 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่นสถาบันฯ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีเมื่อปี 2558 นายทักษิณให้สัมภาษณ์สื่อทีวีประเทศเกาหลีใต้ พาดพิงดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง โดยจำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว วันนี้มีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาให้กำลังใจนายทักษิณพร้อมให้สัมภาษณ์สั้นๆว่า แค่มาให้กำลังใจนายทักษิณเท่านั้น ไม่ได้มาเป็นพยาน ต่อมาเวลา 09.13 น. นายทักษิณเดินทางมายังศาลอาญา โดยรถเบนซ์สีบรอนซ์ทอง แต่หลบสื่อไปเข้าทางด้านข้างแทน มีนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความมาคอยรับ สำหรับการสืบพยานจำเลยคดีนี้ ทีมทนายความเตรียมนำพยานเข้าสืบหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ อาทิ นายทักษิณ และนายธงทอง จันทรางศุ เข้าเบิกความ หลังการสืบพยานจำเลยเสร็จสิ้น นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความนายทักษิณเผยว่า สืบพยานจำเลยเสร็จสิ้นแล้ว ศาลนัดพิพากษา วันที่ 22 ส.ค. เวลา 10.00 น.กก.จริยธรรมวุฒิรับสอบ “สว.หื่น”อีกเรื่อง นายสุทนต์ กล้าการขาย สว.โฆษกคณะ กรรมการจริยธรรมวุฒิสภา กล่าวว่า คณะกรรมการฯ มีมติให้รับเรื่องที่มีผู้ร้องเรียนกรณี สว.ถูกกล่าวหาว่า ล่วงละเมิดทางเพศไว้ดำเนินการตรวจสอบ และเตรียมเชิญพยานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง สว.ผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อความเป็นธรรมรอบด้าน หากพบว่ามีมูลเพียงพอจะพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป รวมถึงการประเมินความร้ายแรงของพฤติกรรม ยืนยันว่าจะดำเนินการด้วยความตรงไปตรงมา โปร่งใส เป็นอิสระ เพื่อธำรงไว้ซึ่งมาตรฐานทางจริยธรรม รักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อวุฒิสภา วางกรอบ เวลาไม่เกิน 30 วัน ต่อมานายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภาให้ตรวจสอบ สว.คนดังกล่าว นายภัทรพงศ์กล่าวว่า สังคมได้ขุดวีรกรรมของ สว.คนนี้ ว่า เคยต้องคดีลักทรัพย์ผู้ประสบอุบัติเหตุ ขณะปฏิบัติ หน้าที่อาสากู้ภัย เข้าใจว่าพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องแล้ว ถือว่าการกระทำผิดเกิดขึ้นแล้ว แม้คดีความยังไม่จบสิ้น จึงขอให้คณะกรรมการฯตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่