ถ้าเดินเข้าไปติดกับดักเองก็คงไม่มีใครช่วยได้ เพราะทำตัวเองก็ต้องรับผลแห่งการกระทำ นายกรัฐมนตรี “แพทองธาร ชินวัตร” กลับถึงเมืองไทยก็รีบแถลงทันทีไม่ได้พบ “อาปู” ที่ลอนดอนแต่อย่างใดก็รอดตัวไป เพราะมิฉะนั้นคงจะถูกร้องเรื่องจริยธรรมของนักการเมือง ยิ่งเป็นถึงผู้นำประเทศ แต่ไปพบกับผู้ต้องหาที่หลบหนีคดีแม้จะญาติกันก็ตาม เพราะฐานะและหน้าที่มันมีข้อจำกัดของมันอยู่ว่าไปแล้ว การเดินทางไปอังกฤษครั้งนี้ ถ้าไม่นับเรื่องอื่นก็มีตั้งคำถามกันแล้วว่าไปทำไม เพราะไม่ได้เกี่ยวกับงานราชการ แต่แอบไปดูงานที่ไม่ได้มีความสำคัญที่จะต้องไปเองมันก็แปลกๆชวนให้สงสัยอยู่หรอก...จากนั้นก็ปฏิเสธว่า “ทักษิณ ชินวัตร” ผู้พ่อยังอยู่บ้านจันทร์ส่องหล้า ไม่ได้หนีไปไหนอย่างที่ลือกันก็แสดงความชัดเจนอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นข่าวอย่างนั้นก็คงเนื่องมาจากคดีชั้น 14 รพ.ตำรวจที่ศาลนัดไต่สวนในวันที่ 13 มิ.ย.2568 ที่จะถึงนี้ผนวกกับการที่แพทยสภาที่มติเห็นชอบให้ 3 แพทย์มีความผิดที่ช่วยเหลือไม่ต้องนอนคุกอ้างว่าป่วยขั้นวิกฤติแต่แพทยสภาพบว่าไม่มีข้อมูลพบว่าเป็นอย่างนั้น!อันหมายถึง “ป่วยทิพย์” มากกว่า ซึ่งจะเป็นหลักฐานสำคัญที่มีผลต่อรูปคดีทำให้โอกาสที่จะมีความผิดจึงมีสูงด้วยข้อมูลและความเป็นไปอย่างนี้จึงทำให้มีการคาดการณ์กันว่า “ทักษิณ” น่าจะต้อง “ติดคุก” แน่จึงต้องหาทางหนีเอาไว้ก่อนนั่นจึงเป็นเหตุให้มีการลือกันว่า “ทักษิณหนี” ยิ่งการไม่ปรากฏตัวติดต่อกันหลายวันยิ่งชวนให้คิดกันไปอย่างนั้นสรุปก็คือ “นายใหญ่” ยังอยู่ไม่ได้หนีไปไหน?ถามว่า “ทักษิณ” จะยอมเข้าคุกหรือไม่ อันนี้คงตอบแทนไม่ได้ เพราะมิฉะนั้นคงไม่หนีไปถึง 17 ปี กลับมาก็ยังไม่ยอมนอนคุกเสียเองก็แสดงว่าไม่ยอมเข้าคุก โอกาสจะหนีจึงมีมากกว่าแต่สภาพความเป็นไปในปัจจุบันนั้นเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้กับตอนนั้นต่างกัน เพราะวันนี้เขามีภาระที่ต้องรับผิดชอบทั้ง “ลูกสาว”-“น้องสาว”ถ้าตัวเขาไม่อยู่ก็จะเกิดปัญหาตามมาได้!“น้องสาว” นั้นอยากจะกลับเมืองไทยใจจะขาด แต่ก็ยังทำไม่ได้ มิหนำซ้ำยังเพิ่งถูกศาลสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายจากนโยบายจำนำข้าวก็ยิ่งหนักเข้าไปอีกประเด็นสำคัญก็คือ “ลูกสาว” แม้จะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ก็ต้องพึ่งพาเขาทั้งระบบไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ดังนั้นก็ต้องอยู่เพื่อดูแลให้ถึงที่สุดเพราะถ้าไม่มี “เขา” ยิ่งกว่าเรือไม่มีหางเสือ เพราะการที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นก็ “พ่อ” จัดให้โดยที่เขาจะอยู่ข้างหลังเพื่อประคับประคองและปกป้องดูแลถ้าไม่มีเขาไปไม่รอดแน่ เพราะรู้มือกันอยู่โดยเฉพาะการเมืองที่มีตัวแปรมากมายและเกิดความขัดแย้งกันค่อนข้างรุนแรงอย่างนี้จึงไปไม่รอดแน่หากรัฐบาลไปไม่รอด “เพื่อไทย” ก็จะยิ่งหนักเข้าไปอีกมีโอกาสที่จะสูญพันธุ์ได้ดังนั้น การที่ “ทักษิณ” จะหนีไปต่างประเทศจึงเป็นไปได้ยากเนื่องจากเป็นการทิ้งทุกอย่างทางการเมืองที่เขาจะต้องรักษาเอาไว้ให้ถึงที่สุดวันนี้เชื่อว่าเขายังมีความหวังและมั่นใจจะหลุดรอดจากบ่วงกรรมได้ยังเชื่อว่า “ดีลลับ” ที่ทำกันไว้ยังคงเหมือนเดิม!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม