ข่าวสะพัดกล้าธรรมเปิดท่อดูด “งูเห่า” สีส้มเมืองชล “กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์” นัดสื่อแถลงจุดแตกหักขอแยกทางพรรคประชาชน เผยมีอีก 2-3 ราย ตกเป็นเป้าถูกดูด ยื่น 55 ล้านล่อ บวกเงินเดือนละ 2.5 แสน พร้อมรถตู้หรู มี ภท.-รทสช.โผล่แจม “ยอดชาย” รับถูกทาบทามจริงแต่ไม่รับทุกข้อเสนอ “สหัสวัต” ปัดทีมส้มตะวันออกระส่ำ ยังเป็นปึกแผ่นมั่นคง “อมรัตน์” ฉะเขตนี้ “งูเห่า” โผล่ซ้ำซาก ประกาศวางมือการเมือง พท.ซัดพวกตอกลิ่มป่วนคว่ำงบฯ 69 “อนุสรณ์” ลั่นไม่ใช่เครื่องมือต่อรองอำนาจ “พีระพันธุ์” กำชับ สส.รทสช.ทำการบ้าน ตัดให้เหี้ยนงบฟุ้งเฟ้องูเห่าสีส้มโผล่ซ้ำรอยเดิม เมื่อ น.ส.กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สส.ชลบุรี พรรคประชาชน (ปชน.) นัดผู้สื่อข่าวแถลงยุติบทบาทการทำงานกับพรรค ปชน. ที่รัฐสภา โดยส่งหนังสือแจ้งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. และกรรมการบริหารพรรคให้ทราบแล้ว ท่ามกลางกระแสข่าวไปซบพรรคกล้าธรรมกล้าธรรมเปิดท่อดูด สส.ส้มชลบุรีเมื่อวันที่ 12 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาชน (ปชน.) ว่า จากกรณีนายยอดชาย พึ่งพร สส.ชลบุรี เขต 9 (พัทยา-หนองปรือ) พรรค ปชน. ประกาศแฉกลางเวทีปราศรัยหาเสียงนายกเทศ มนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ทำนองว่ามีพรรคการเมืองหนึ่งยื่นข้อเสนอเป็นเงิน 55 ล้านบาท บวกเงินเดือนละ 2.5 แสนบาท แถมรถตู้ยี่ห้อหรูอีก 1 คัน เพื่อจูงใจให้ย้ายพรรคท่ามกลางกระแสข่าวพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคเริ่มต่อสายทาบทาม สส.พรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะ สส.ชลบุรี พรรค ปชน. ให้ย้ายพรรคเพื่อไปเติมเสียงต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี ล้อไปกับกระแสข่าวปรับ ครม. โดยในรายของ น.ส.กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สส.ชลบุรี เขต 6 พรรค ปชน. มีแนวโน้มสูงที่จะย้ายไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม เนื่องจากปัญหาเรื่องทัศนคติเข้ากับพรรค ปชน. และ สส.ของพรรคไม่ได้แตกหักไม่ขอร่วมกิจกรรมทุกอย่างทั้งนี้ จุดแตกหักคือ น.ส.กฤษฎิ์ได้ยื่นขอหารือบางประเด็นในสภาฯ แต่พรรค ปชน.เห็นว่าไม่เหมาะสม มีการเรียกเข้าห้องเย็นจนทำให้ น.ส.กฤษฎิ์ไม่พอใจ กระทั่งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนคร เจ้าพระยาสุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พรรค ปชน.ขอให้มาร่วมรณรงค์หาเสียงด้วย แต่เจ้าตัวมีปัญหาขัดแย้งกับทีมงานพรรค จ.ชลบุรี และแกนนำพรรค ปชน. สุดท้าย น.ส.กฤษฎิ์ได้ทำหนังสือถึงพรรคว่าขอยุติบทบาทการเมืองกับพรรค ปชน. และไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่แจ้งติดต่อเกี่ยวกับการประชุมใดๆของพรรค เพราะจะไม่เข้าร่วมประชุมหรือร่วมกิจกรรมกับพรรคอีกต่อไปแล้ว ซึ่งนายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค ปชน. ขอร้องว่าอย่าเพิ่งเปิดตัวร่วมกับพรรคอื่น เพราะจะกระทบกับการเลือกตั้งท้องถิ่นของพรรค ปชน.เผยมีอีก 2-3 รายตกเป็นเป้าถูกดูดผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ล่าสุดมีตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และ รมช.รายหนึ่งจากพรรค รทสช. ติดต่อให้ น.ส.กฤษฎิ์ไปร่วมงานด้วย แต่ น.ส.กฤษฎิ์ให้ตัวแทนของ รมช.คนดังกล่าวไปเจรจากับ พรรคกล้าธรรมเอง เพราะเบื้องต้นตกลงไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมแล้ว นอกจากนี้ยังมี สส.ชลบุรี ของพรรค ปชน. อีก 2-3 ราย ที่อาจทิ้งอุดมการณ์ย้ายไปร่วมงานกับพรรคอื่นด้วย ทั้งนี้ ในการเลือกตั้ง สส. เมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา พรรค ปชน.ได้ สส.มา ถึง 7 ที่นั่ง จาก 10 ที่นั่ง เป็นหนึ่งในจังหวัดสัญลักษณ์ที่ล้มบ้านใหญ่ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถต้านทานพลังดูดได้ ขณะที่นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สส.ชลบุรี เขต 8 พรรค ปชน. เป็น สส.มาแล้ว 2 สมัยตั้งแต่ยุคพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันจะไม่ลงเลือกตั้งสมัยหน้า เพราะอิ่มตัวทางการเมือง ส่วนนายยอดชาย คนเปิดประเด็นการดูด สส.ยังยืนยันจะอยู่กับพรรคต่อไป ทำให้ถูกมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้เหมือนเป็นแผนการรุมกินโต๊ะทำลายพรรค ปชน. เพื่อเตรียมความพร้อมของซีกรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยในโซนภาคตะวันออก พรรค ปชน. มี สส. 17 คน จาก 29 ที่ เป็น สส.ฉะเชิงเทรา 1 คน สส.ชลบุรี 7 คน ชนะยกจังหวัดคือระยอง 5 คน จันทบุรี 3 คน และตราด 1 คนงูเห่าส้มนัดเเถลงเปิดใจที่รัฐสภาล่าสุดผู้สื่อข่าวติดต่อไปยัง น.ส.กฤษฎิ์ ได้รับการยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความจริง แต่เนื่องจากมีสื่อมวลชนให้ความสนใจจำนวนมาก แต่ยังไม่สะดวกให้ข้อมูล จึงนัดหมายแถลงยุติบทบาทการทำงานกับพรรค ปชน. หลังส่งหนังสือแจ้งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. และกรรมการบริหาร พรรคให้ทราบแล้ว ตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา จะเปิดแถลงข่าวในวันที่ 13 พ.ค. เวลา 10.00 น. ที่อาคารรัฐสภา ทีเดียว จะเปิดใจถึงเหตุผลและปัญหาในการทำหน้าที่ที่ผ่านมา จนเป็นจุดแตกหักนำมาซึ่งการตัดสินใจแยกทางกับพรรค ปชน.“ยอดชาย” ถูกทาบทามแต่ไม่ไปต่อมานายยอดชาย พึ่งพร สส.ชลบุรี พรรรค ปชน. โพสต์คลิปวิดีโอลงเฟซบุ๊กถึงกรณีมีพรรคร่วมรัฐบาลทาบทาม สส.พรรค ปชน.ให้ย้ายพรรคว่า มีเพจข่าวบางเพจลงข่าวตัดเฉพาะบางส่วน วันนี้ขอมานั่งยันนอนยันว่าสิ่งที่ได้ปราศรัยไปเกี่ยวกับการชักชวนของพรรคการเมืองให้ไปเข้าสังกัดพรรค ต้องตอบตรงนี้ว่าเป็นเรื่องจริง และยืนยันอีกครั้งว่าการย้ายพรรคของ สส.เป็นเรื่องปกติของระบบการเมืองเก่า ซึ่งพรรค ปชน.ไม่เห็นด้วย ตนได้ปฏิเสธในคลิปตอนปราศรัยไปแล้ว ว่ามีการปฏิเสธข้อเสนอทุกข้อเสนอ และยืนยันกับชาวหนองปรือและเมืองพัทยาไว้ตรงนี้อีกครั้ง ไม่อาจทรยศต่อคะแนนเสียงที่มอบให้ ที่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อพรรค รวมถึงผู้ที่มาติดต่อ เนื่องจากเป็นมารยาททางการเมือง เราต้องให้เกียรติกันตนจะไม่ย้ายพรรค ด้วยความเคารพต่อคะแนนเสียงที่พี่น้องประชาชนให้มา ขอยืนยันตรงนี้ว่าจะยืนหยัดต่อสู้กับการเมืองเก่า และจะปักธงส้มในพื้นที่เลือกตั้งของตนให้ได้“สหัสวัต” ปัดส้มตะวันออกระส่ำนายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า “ไม่มีมาซื้อเลย ศูนย์เลยครับ การทำงานของ สส.พรรคประชาชนในภาคตะวันออกยังคงราบรื่น ไม่มีความระส่ำอย่างที่เป็นข่าว ในช่วงเลือกตั้งท้องถิ่นยังถามไถ่กัน พูดคุยกันปกติ ได้คุยกับ สส.ระยอง จันทบุรี มาช่วยกันหาเสียง ณ วันนี้ ยังเห็นว่าภาคตะวันออกยังเป็นปึกแผ่นสีส้มอย่างมั่นคงมากๆ ไม่ทราบว่าคนมาซื้องูคิดอะไรอยู่ ในฐานะคนของพรรคส้มเรายังดูเป็นปึกแผ่นกันดี อาจมีติดขัดไปบ้างก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรถึงมาซื้อ ถ้าไปดูสัดส่วนการได้ สส.ของพรรค ปชน. หรือก้าวไกล ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว จะเห็นได้ว่า สส.เขตส่วนใหญ่เป็นของพรรคประชาชน นี่อาจเป็นความพยายามทางการเมืองที่พยายามตีพื้นที่ที่เรามีสัดส่วน สส.เยอะก็ได้” เมื่อถามว่า น.ส.กฤษฎิ์มีวี่แววว่าจะออกมาก่อนหรือไม่ นายสหัสวัตตอบว่า จริงๆ ไม่ทราบมาก่อนเลย คิดว่าถ้าจะมีใครไป คงไม่ใช่กระบวนการภายในแน่นอน เป็นเหตุผลส่วนตัว เราไม่ทราบว่าแต่ละคนมีความคิดส่วนตัว ณ ขณะนั้นเป็นอย่างไร“อมรัตน์” ฉะเขตนี้ “งูเห่า” ซ้ำซากด้านนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ที่เพิ่งประกาศวางมือทางการเมือง ภายหลังไม่สามารถนำทีมผู้สมัครที่พรรค ปชน.สนับสนุน ชนะเลือกตั้งเทศบาลนครนครปฐมได้ มีการโพสต์เฟซบุ๊กกรณี น.ส.กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สส.ชลบุรี เขต 6 เตรียมย้ายออกไปสังกัดพรรคกล้าธรรมว่า “เป็นงูเห่าซ้ำซากในเขตเดิม ซ้ำเติมประชาชนที่เคยผิดหวังมาแล้ว”ประกาศขอวางมือทางการเมืองทั้งนี้ ช่วงดึกของคืนวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล โพสต์คลิปวิดีโอกับผู้สมัครนายกเทศบาลนครนครปฐม ภายหลังพรรค ปชน.ไม่สามารถคว้าชัยชนะได้ ระบุว่า “เราคาดหวังว่าจะคว้าชัยชนะมาให้พรรคประชาชนได้ แต่ผลออกมาตอนนี้นับไปประมาณ 95% เรายังแพ้ มีคะแนนตามอยู่ประมาณ 900 คะแนน ผลออกมาไม่ว่าแพ้หรือชนะ เรายอมรับได้ และไม่ได้โทษอะไรทั้งนั้น เพียงแต่น่าผิดหวังที่มีคนไปใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยลงกว่าปี 2564 ถึง 10% ถือเป็นเรื่องที่ผิดหวังมาก อยากให้พี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิ เราพยายามรณรงค์ทุกช่องทางแล้วก็ไม่สามารถทำให้คนหันมาสนใจการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ จึงต้องฝากเรื่องนี้ไปที่ กกต.ด้วย สรุปว่าที่เคยพูดไว้ว่า 3 ที่ที่พรรค ปชน.ส่งจังหวัดนครปฐม 3 แห่ง ซึ่งที่จริงแล้วเราโฟกัสที่เทศบาลนคร ก็ทำตามนั้น อมรัตน์จะวางมือทางการเมือง ทั้งหมดตามที่พูดไปนะคะ แต่ยังจะเป็น Active Citizen อยู่ ยังพบกันได้ที่ช่องทางออนไลน์ ไม่เสียใจ แค่ผิดหวังจำนวนผู้มาใช้สิทธิเท่านั้น”พท.ซัดพวกตอกลิ่มคว่ำงบฯ 69วันเดียวกัน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรคภูมิใจไทยจะไม่โหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ว่า พรรคภูมิใจไทยยืนยันแล้วว่าไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมานายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พูดมาตลอดว่าพร้อมผลักดันนโยบายของรัฐบาล จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะขัดขวางร่าง พ.ร.บ.งบฯ ที่เป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล คนที่ปล่อยข่าวมีเจตนาทำให้คนในรัฐบาลระแวงกันเอง เท่าที่ทำงานร่วมกับรัฐมนตรีในพรรคร่วม ยังไม่เห็นประเด็นขัดแย้งการทำงาน ทุกคนยังพร้อมร่วมมือเดินหน้าภารกิจของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ มั่นใจในเสถียรภาพของรัฐบาลว่าจะทำงานต่อไปได้จนครบวาระ และเชื่อว่าด้วยความเป็นผู้นำของ น.ส.แพทองธาร ที่ให้เกียรติผู้ร่วมงานทุกระดับ จะทำให้การทำงานราบรื่น มีคนพยายามปล่อยข่าวทำนองนี้มาหลายครั้ง แต่พิสูจน์แล้วว่าไม่เคยเป็นจริง ครั้งนี้ก็เช่นกันแนะเร่งสื่อสารเรียกความเชื่อมั่นนายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีสวนดุสิตโพลระบุผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนกว่า 76% ไม่เชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภาษีสหรัฐอเมริกาว่า ผลโพลถ้ามีมาตรฐานรัฐบาลควรรับฟัง และต้องชี้แจงให้ประชาชนรับทราบข้อมูลทั้งกรอบเวลาที่จะดำเนินการ รวมถึงเนื้อหาสาระที่จะนำไปเจรจาที่เป็นภาพใหญ่ๆ ไม่ใช่การแบไต๋เนื้อหาที่จะไปเจรจา คิดว่าสาเหตุที่ประชาชนไม่เชื่อมั่นอาจเป็นเพราะยังไม่มีข้อมูลว่ารัฐบาลได้ดำเนินการอย่างไรไปบ้าง การที่นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานคณะที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจง ถือว่าเป็นประโยชน์ และผู้ที่เกี่ยวข้องควรสื่อสารให้มากขึ้น น่าจะเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้มาก เมื่อถามว่าประชาชนมองว่าเศรษฐกิจตอนนี้ไม่ดีขึ้น อาจเป็นเพราะความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายนพดลตอบว่า ต้องยอมรับว่าตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดีจริงๆ แต่มีหลายปัจจัยไม่ใช่แค่เรื่องรัฐบาลอย่างเดียว รัฐบาลต้องสื่อสารมากขึ้น หากไม่ได้สื่อสารเต็มที่อาจทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นได้งบฯไม่ใช่เครื่องมือต่อรองอำนาจนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่มีเหตุผลที่พรรคการเมืองใดจะนำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯมาเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอันดับแรกคือผลประโยชน์ประเทศชาติและประชาชน การเดินหน้าพัฒนาประเทศ พรรคที่ถูกโยงว่าอยู่เบื้องหลังเตรียมโหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ก็ออกมายืนยันแล้วว่าไม่เคยคิดและไม่มีประโยชน์ที่จะทำเช่นนั้น ในสถานการณ์ที่ประเทศมีปัญหาหลายด้าน ทุกภาคส่วนควรช่วยกันออกจากวิกฤติ คิดเรื่องการเมืองให้น้อยคิดเรื่องบ้านเมืองให้มาก ร่างงบฯปี 69 ไม่ใช่เครื่องต่อรองอำนาจ หากจะมีคว่ำงบประมาณต้องพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโครงการสำคัญ และคุณภาพชีวิตของประชาชน งบฯปี 69 คือโอกาสในการวางรากฐานอนาคตประเทศฟุ้ง ลต.นครเชียงใหม่สัญญาณบวกนายอนุสรณ์ยังกล่าวถึงผลการเลือกตั้งนายก เทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ ที่ประชาชนยังไว้วางใจเลือกนายอัศนี บูรณุปกรณ์ จากพรรคเพื่อไทย เป็นนายกต่ออีกสมัยว่า คือบทพิสูจน์ในพลังของ ประชาชนที่มองเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน และเชื่อมั่นนโยบายที่ชัดเจนของพรรค นอกจากนายอัศนีแล้ว ทีม สท. พรรคเพื่อไทย ยังได้รับเลือกตั้งสูงถึง 20 คนจากทั้งหมด 24 คน ไม่เพียงแต่ความนิยมในตัวบุคคล แต่ยังสะท้อนถึงความศรัทธาที่มีต่อพรรค ชัยชนะครั้งนี้คือชัยชนะของพี่น้องชาวเทศบาลนครเชียงใหม่ ที่เชื่อมั่นว่าเมืองเชียงใหม่จะยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างมั่นคงต่อไป ภายใต้การนำของผู้ที่เข้าใจพื้นที่ เข้าใจประชาชน และยึดมั่นหลักธรรมาภิบาลสั่ง สส.รทสช.ทำการบ้านงบฯ 69ขณะที่นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน หัวหน้าพรรค รทสช. และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม เลขาธิการพรรค รทสช. กำชับให้ สส.ทุกคนเร่งศึกษาข้อมูลและทำการบ้านเตรียมพร้อมในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 69 เน้นย้ำการตรวจสอบและปรับลดงบฯที่เกินความจำเป็นในแต่ละกระทรวง เพื่อให้ทุกหน่วยงานใช้งบฯอย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ เพราะงบประมาณมีจำกัด ทั้งยังต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต สิ่งใดไม่จำเป็นให้เสนอปรับลดทันที ย้ำว่าจะพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุด“สุดารัตน์” แนะรัฐรับมือวิกฤติหนักคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 ที่จะเข้าสู่สภา เสนอให้รัดเข็มขัด ลดงบที่ไม่จำเป็น เช่น งบซ่อมอาคารรัฐสภาที่เพิ่งใช้งานเพียง 5 ปี งบก่อสร้างถนน งบจัดซื้อคุรุภัณฑ์ รถประจำตำแหน่ง และงบศึกษาดูงาน ที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน รัฐบาลจึงต้องใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใสที่สุด ตามรายงานขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชันประเทศไทย (ACT) ระบุว่าการใช้งบลงทุนในปี 2568 อยู่ที่ 9 แสนล้านบาท แต่มีการประเมินจากภาคเอกชนที่รับงานภาครัฐว่า ต้องจ่ายใต้โต๊ะหรือมีการคอร์รัปชันสูงถึงร้อยละ 30 คิดเป็นเงินถึง 3 แสนล้านบาท หรือ 1 ใน 3 ของงบประมาณที่เข้ากระเป๋านักการเมือง และข้าราชการขี้โกง เมื่อปีนี้เป็นปีแห่งความไม่แน่นอน จึงต้องสำรองงบประมาณไว้มากที่สุด ไว้รับมือกับวิกฤติในอนาคต นายกฯต้องแสดงจุดยืนจริงจังในการปราบปรามทุจริต หากผู้นำไม่จริงใจ การทุจริตจะยังคงอยู่ต่อไป ขอเตือนรัฐบาลชุดนี้ใช้งบประมาณปี 2569 ด้วยการกู้เงินสูงเป็นประวัติการณ์ ดังนั้นเงินทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินภาษีประชาชน และเป็นภาระหนี้ที่ต้องจ่ายกันชั่วลูกชั่วหลานผุด “มินิ ครม.เพื่อไทย” ลุยพื้นที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางกลับจากการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ วันที่ 15-16 พ.ค. นายกฯจะลงพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ในวันที่ 17 พ.ค. ติดตามแก้ปัญหาราคาผลไม้ไทยตกต่ำ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และตามที่นายกฯกำชับให้รัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ติดตามนโยบายรัฐบาลและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนประชาชน มีการจัดตารางรองนายกฯ รวมถึงรัฐมนตรีของพรรค ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันลงพื้นที่ในรูปแบบ “มินิ ครม.เพื่อไทย” ทุกสัปดาห์ ขับเคลื่อนนโยบาย อาทิ การท่องเที่ยว โครงการ ODOS หรือหนึ่งอำเภอ หนึ่งทุนการศึกษา มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย และผู้ประกอบการ SMEs ผ่านโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” โครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ ช่วงปิดสมัยประชุมสภา สส.พรรคจะร่วมลงพื้นที่ด้วย โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 พ.ค. มีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและ รมว.คลัง น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกฯ ลงพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด ครั้งที่ 2 วันที่ 14 พ.ค. มีนายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และนายสุรศักดิ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ติดตามการพัฒนาและยกระดับเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และครั้งต่อไปจะเป็น จ.ขอนแก่น ชลบุรี อุดรธานี อุบลราชธานี ภูเก็ต.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่