โดนเลื่อนยกเข่ง โอกาสไปต่อลำบาก สำหรับร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์ เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ และร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมอีก 4 ฉบับ ที่ไม่มาตามนัด จากเดิมที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อพิจารณารับหลักการในวาระที่ 1แต่ถูกแทรกด้วยญัตติด่วนเรื่องการพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ปัญหาการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของสหรัฐอเมริกา ที่ส่งผลกระทบเขย่าวิกฤติเศรษฐกิจไปทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศไทยที่ถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้น 36% เรื่องใหญ่ที่ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านเห็นตรงกันต้องรีบช่วยภาคส่งออกและสินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วนบรรยากาศการหารือญัตติด่วน เรื่องการขึ้นภาษีของสหรัฐฯภายในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรตลอดทั้งวัน เป็นไปด้วยความราบรื่น ไม่มีการตีรวน ทะเลาะ เบาะแว้งวุ่นวาย ผิดกับการประชุมสภาฯโดยปกติที่ฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้านมักตั้งแง่เปิดศึก โดยเฉพาะการประชุมสภาฯสัปดาห์ที่แล้วที่ทั้งสองฝ่ายปะทะอารมณ์อย่างดุเดือดสส.ฝ่ายค้านหลายคนแสดงความคิดเห็น และให้ข้อเสนอแนะแนวทางการเจรจาอย่างมีเหตุผล พร้อมให้กำลังใจคณะทำงานฝ่ายรัฐบาลที่จะไปต่อรองลดภาษีการค้ากับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ไม่ใช้คำพูดเหน็บแนม แดกดัน หรือด้อยค่าฝ่ายรัฐบาล อยากให้ภาคส่งออกและภาคการเกษตรได้รับผลกระทบน้อยที่สุดน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจ สงครามการค้าโลกที่กระทบประเทศไทยอย่างหนัก โดยให้กำลังใจรัฐบาล และพร้อมสนับสนุน หากรัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้วิธีกู้เงินมาใช้ในฟื้นฟูและกระตุ้นมาตรการทางเศรษฐกิจ ก็ยินดีที่จะสนับสนุนขณะที่ สส.หลายคนให้ความเห็นเป็นประโยชน์ ทั้งการเสนอให้หาตลาดส่งออกใหม่ๆเพิ่มเติมนอกจากสหรัฐฯ การเตรียมรับมือกับสินค้าจีนที่จะเข้ามาในประเทศไทย หลังถูกสหรัฐฯตั้งกำแพงภาษีมหาโหด หลายความเห็นอยากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน จะไปหวังพึ่งกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์อย่างเดียวคงไม่ได้ภาวะภาษีมหาโหด “ทรัมป์” เขย่าเศรษฐกิจโลก พลิกวิกฤติเป็นความร่วมมือกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่เห็นความร่วมมือของ สส.ฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้านในการร่วมกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ทิ้งเรื่องเกมการเมืองไว้ก่อน เพื่อแก้ปัญหาของประเทศชาติ และผลประโยชน์ของประชาชน จับมือก้าวข้ามวิกฤติไปด้วยกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังคลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม