ไฮโซเก๊อ่วม นายกรัฐมนตรีแจ้งความ “ฮอต-ไฮโซกำมะลอ” หลังสร้างบัญชีไลน์ปลอมชื่อ “Ing” ไปคุยหลอกสาว ตามด้วย ผบช.สอท.แจ้งจับฐานทำบัญชีไลน์ปลอม ชื่อ “พล.ต.ท.ไตรรงค์ PCT1” เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้เหยื่อ และยังโดน “กัน จอมพลัง” พาน้องคะน้านำหลักฐานยื่นตำรวจกองปราบฯให้พิจารณาดำเนินคดี กรณีหมิ่นเบื้องสูงขณะที่เจ้าตัวคอตกเข้าเรือนจำพิเศษธนบุรีในคดีฉ้อโกงเมื่อปี 2564 หลังตำรวจ สน.โคกครามไปรับตัวออกจาก รพ.ภูมิพลฯ นำส่งศาลอาญาตลิ่งชันและ เข้าคุกทันทีเพราะไร้คนประกันหลังจากดาราสาวช่อง 7 “คะน้า-ริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ” ตัดสินใจเปิดโปงกระชากหน้ากากแฉพฤติกรรมสุดลวงโลกของนายธัญเทพ ศิริทรัพย์เดชากุล อายุ 32 ปีหรือ “ฮอต” ไฮโซกำมะลอ ที่แอบอ้างว่าตัวเองเป็นคนในวงสังคมชั้นสูงมีความสนิทสนมกับบรรดาบิ๊กๆในวงการเมือง ไม่ว่าจะเป็นนายก รัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ หลายกระทรวง รวมทั้งยังมีความสนิทสนมกับบรรดาบิ๊กทหาร โดยสร้างแชตไลน์ปลอมคุยกับนักการเมืองจนฝ่ายหญิงหลงเชื่อ เมื่อความแตกกลายเป็นข่าวกระหึ่มสังคม ทำให้มีสาวๆอีกหลายคนที่เคยถูกไฮโซเก๊รายนี้ตามจีบแบบเว่อร์วังอลังการ ออกมาแฉพฤติกรรมลวงโลกอีกหลายคน โดยเฉพาะ “น้องแก้ม” ที่เจอหน้าครั้งแรกก็ประเคนสร้อยข้อมือเพชรเป็นของขวัญวันแรกพบให้ทันที เมื่อจนมุมไฮโซเก๊พยายามหนีความผิด แต่ถูกตำรวจ สน.โคกคราม รวบตัวไว้ได้ ทำให้เจ้าตัวที่เกิดอาการเครียดเพราะความลับแตก กระโดดลงจากชั้น 3 ของ สน.โคกคราม ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.นพรัตน์ ก่อนย้ายไปรักษาตัวต่อที่ รพ.ภูมิพลอดุลยเดช ย่านดอนเมืองและแม้จะบาดเจ็บ แต่เจ้าตัวก็ยังไม่สิ้นลาย ยังให้ทนายความทำจดหมายแจ้งยกเลิกการแต่งงานกับน้องคะน้าความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อบ่ายวันที่ 9 เม.ย. พ.ต.อ. ประภาส แก้วฉีด ผกก.สน.โคกคราม เปิดเผยว่า แพทย์ รพ.ภูมิพลฯ ระบุอาการของนายฮอตว่า กระดูกสันหลังแตกแต่อาการไม่ร้ายแรงไม่ถึงขั้นต้องผ่าตัดและให้ออกจาก รพ.ภูมิพลฯได้ในวันที่ 9 เม.ย.แต่ให้ใส่เสื้อพยุงหลังไว้ ตำรวจ สน.โคกครามจึงทำบันทึกการจับกุม ก่อนนำตัวนายฮอตออกจาก รพ.ภูมิพลฯ ไปส่งศาลอาญาตลิ่งชัน เนื่องจากไฮโซเก๊ รายนี้มีหมายจับของศาลอาญาตลิ่งชัน ที่ไม่มาตามนัดศาลคดีฉ้อโกงเมื่อปี 2564 และถูกนำตัวเข้าเรือนจำพิเศษธนบุรีทันที เนื่องจากไม่มีผู้มาประกันตัว ส่วน สน.โคกครามยังไม่มีการดำเนินคดี เนื่องจากน้องคะน้าผู้เสียหายแจ้งความคดีนี้กับตำรวจกองบังคับการปราบฯส่วนกรณี “กัน จอมพลัง” หรือนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ พาน้องคะน้านำหลักฐานเข้ายื่นต่อ พ.ต.ท.พชรเดช บุญฤทธิ์ รอง ผกก.1 บก.ป. ให้พิจารณาดำเนินคดีกับ “ฮอต-ไฮโซกำมะลอ” อดีตแฟนหนุ่ม ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง โดยนำพยานหลักฐานต่างๆทั้งภาพและคลิปเสียง รวมถึงแชตข้อความสนทนาที่มีเนื้อหาพาดพิงแอบอ้างถึงสถาบันเบื้องสูง มามอบให้ประกอบการพิจารณา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการเข้ายื่นหลักฐานของน้องคะน้า พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. ได้สอบปากคำน้องคะน้าถึงที่มาที่ไปของพยานหลักฐานที่นำมาให้ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาว่าพฤติกรรมของ “นายฮอต” เข้าข่ายกระทำความผิดหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงประกอบกับข้อกล่าวหาในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูงเป็นข้อกฎหมายที่มีความละเอียดอ่อน การจะพิจารณาดำเนินคดีหรือแจ้งข้อกล่าวหาจำเป็นต้องดำเนินการในรูปแบบของคณะทำงานวันเดียวกัน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายวิญญัติ ชาติมนตรี เข้าพบพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 ดำเนินคดีกับนายธัญเทพ ศิริทรัพย์เดชากุล “ฮอต-ไฮโซเก๊” หลังสร้างบัญชีไลน์ปลอมชื่อ “Ing” เพื่อสนทนาระหว่างผู้กล่าวหากับนายธัญเทพ ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. ได้ดำเนินการกล่าวโทษนายธัญเทพเช่นกัน หลังมีพฤติกรรมทำบัญชีไลน์ปลอมขึ้นมาชื่อ “พล.ต.ท.ไตรรงค์ PCT1” เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือต่อมา พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 มอบหมายให้ พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.1 บก.สอท.1 และพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 นำหมายเรียกไปแจ้งต่อนายธัญเทพ ขณะพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บอยู่ที่ รพ.ภูมิพลฯเพื่อมาให้ปากคำทั้งสองคดีทันทีที่หายจากอาการบาดเจ็บ โดยแจ้งข้อกล่าวหาตามความผิด ได้ทำโดยทุจริต หลอกลวงและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยเจตนาเพื่อใช้ในการหลอกลวงผู้เสียหายทำให้เกิดความเสียหาย ทำให้ประชาชนผู้ที่ได้พบเห็นอาจเข้าใจผิดว่าเป็นการสนทนาระหว่างผู้กล่าวหา กับนายธัญเทพ ศิริทรัพย์เดชากุล โดยตำรวจได้นัดหมายให้มาพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.สอท.1 ณ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร B ชั้น 4 เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ในวันที่ 17 เม.ย. เวลา 10.30-11.30 น.พฤติกรรมของไฮโซเก๊รายนี้ ไม่เพียงแต่หลอกลวงหญิงสาวหลายรายด้วยการสร้างโปรไฟล์ให้ดูดีมีหน้ามีตาในสังคมชั้นสูง แต่ยังมีพฤติกรรมไม่ค่อยดีที่ จ.ร้อยเอ็ด เมื่อหลายปีก่อน โดยวันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 118 หมู่ 2 ต.สระคู อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เป็นบ้านเลขที่ที่ระบุในเอกสารว่าเป็นที่อยู่ของไฮโซเก๊-นายธัญเทพ ศิริทรัพย์เดชากุล พบกับนายโส น้ำคำ เจ้าของบ้าน เจ้าตัวพร้อมลูกหลานร่วมกันเปิดเผยว่า ไม่เคยรู้จักและไม่เคยพบ เห็นนายธัญเทพ ก่อนหน้านี้มักมีเอกสารทางไปรษณีย์ มาส่งให้นายธัญเทพที่บ้านหลังนี้แทบทุกเดือน แต่คนที่บ้านไม่เคยรับไว้เพราะไม่รู้จักและบอกเจ้าหน้าที่ที่มาส่งเอกสารว่าบุคคลดังกล่าวไม่มีตัวตนในบ้านนี้ จนประมาณ 1 ปีที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเอกสารใดๆส่งมาให้นายธัญเทพอีกเลย ไม่ทราบว่าทำไมจึงมีชื่อนายธัญเทพปรากฏในบ้านหลังนี้ ต่อมานายโสได้ให้ญาติไปสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนคนหนึ่ง ได้ข้อมูลมาว่า ปัจจุบันไม่มีชื่อนายธัญเทพ ศิริทรัพย์เดชากุลในบ้านของนายโสแล้ว โดยถูกย้ายไปอยู่ในทะเบียนบ้านกลางแทนอีกด้านเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. เปิดเผยถึงคดี “ไฮโซฮอต” หมิ่นเบื้องสูงว่า ได้สั่งการให้ตำรวจกองปราบฯรวบรวมหลักฐานและสอบปากคำจากผู้เสียหายอย่างละเอียด เพื่อดำเนินคดีกับนายธัญเทพ ศิริทรัพย์เดชากุล อายุ 32 ปี ไฮโซกำมะลอหลอกลวง หลังมีผู้เสียหายมาแจ้งความกับตำรวจกองปราบฯต่อมาเวลา 15.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. กล่าวถึงกรณีคะน้า-ริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ นักแสดงช่อง 7 เข้าร้องทุกข์ขอให้ตำรวจกองปราบฯดำเนินคดีกับ “ฮอต-ไฮโซกำมะลอ” ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูงว่าเบื้องต้นพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหายและพยานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพราะพฤติกรรมของ “ไฮโซฮอต” เข้าข่ายความผิดหลายข้อหา ทั้งเรื่องฉ้อโกง แอบอ้างเบื้องสูง ม.112 ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ความผิดเกี่ยวกับการแอบอ้างแต่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เป็นต้น ทั้งนี้ จะต้องตั้งเป็นคณะทำงานรวบรวมพยานหลักฐานก่อน คาดว่าต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง แต่จากหลักฐานทั้งหมดพบว่าค่อนข้างชัดเจน ทั้งหลักฐานแชตและคำให้การของ “คะน้า” ทำให้มีมูลฟังได้ว่ากระทำผิดจริง น่าจะสามารถออกหมายจับได้เร็วๆนี้พ.ต.อ.เอนกกล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวนจะต้องเร่งดำเนินคดีให้เร็ว เพราะหากล่าช้าแล้วศาลเกิดให้ประกันตัวคดีหมายจับเก่าขึ้นมา อาจทำให้ตำรวจตามตัวกลับมาดำเนินคดียาก ดังนั้นตำรวจกองปราบฯจะเร่งดำเนินการในส่วนนี้ ส่วนที่กลุ่มผู้เสียหายจะนำพยานหลักฐานแชตปลอมเกี่ยวกับการแอบอ้างเบื้องสูงไปมอบให้ตำรวจเพิ่มเติม จะจัดพนักงานสอบสวนไว้รอรับ รวมถึงหากมีผู้เสียหายรายอื่นๆมาด้วย จะขอสอบปากคำไว้เป็นพยานในคดีเวลา 16.00 น. “คะน้า” นักแสดงสาว พร้อมด้วย “ปาล์มมี่” สองสาวที่เคยถูกไฮโซกำมะลอหลอกลวง เข้าพบ พ.ต.ท.พชรเดช บุญฤทธิ์ รอง ผกก.1 บก.ป.อีกครั้ง นำพยานหลักฐานประกอบด้วยแชตข้อความสนทนาในลักษณะหมิ่นเหม่ วัตถุพยานจำพวกทองคำ แหวนเพชร หรือเครื่องประดับอื่นๆที่เป็นของปลอม มามอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อนำไปใช้ประกอบการพิจารณาในคดีที่เคยเข้าแจ้งความดำเนินคดี “ไฮโซฮอต” ในความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูง ไว้เมื่อวันที่ 8 เมย. โดย “คะน้า” กล่าวสั้นๆว่า มากองปราบฯ อีกครั้งเพื่อต้องการนำทองคำและเครื่องประดับเพชรปลอม ที่ “ไฮโซฮอต” เคยมอบไว้มามอบเป็นของกลางหรือพยานหลักฐานให้ตำรวจ นำไปใช้ ประกอบการพิจารณาถึงพฤติกรรมของ “ไฮโซฮอต” ว่าเข้าข่ายความผิดใดบ้างขณะที่ปาล์มมี่หญิงสาวอีกรายที่ตกเป็นเหยื่อถูกไฮโซกำมะลอผู้นี้หลอกลวงด้วยเช่นกัน เผยว่า พยานหลักฐานที่นำมามอบให้กับตำรวจในวันที่ 9 เม.ย.เป็นข้อมูลแชตสนทนาที่มีเนื้อหาแอบอ้างหรือหมิ่นเหม่ ทั้งนี้ เพื่อให้พยานหลักฐานในคดีมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นด้วยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่