กรณีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พังถล่ม ช่วงแผ่นดินไหว ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้กรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตามบัญชานายกฯโดยมีนายพิศุทธิ์ สุขุม วิศวกรใหญ่กรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นประธานกรรมการ นายพรรณรบ เตชะมงคลาภิวัฒน์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการฯ เป็นรองประธาน นายธเนศ วีระศิริ นายกสภาวิศวกร เป็นที่ปรึกษาฯ และมีตัวแทนหน่วยงานต่างๆ อาทิ ผู้แทนสภาวิศวกรรม ผู้แทนมหาวิทยาลัยต่างๆ ร่วมเป็นกรรมการนอกจากนี้ นายกฯยังได้สั่งการในที่ประชุม ครม.ให้ทุกกระทรวงที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการในเรื่องการสร้างอาคาร สตง. เร่งตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่แต่ละกระทรวง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ทั้งประเด็นมาตรฐานการก่อสร้างของผู้รับเหมา คุณภาพเหล็กเส้นที่ใช้ในการก่อสร้าง และปมบริษัทข้ามชาติของจีนที่เป็นคู่สัญญาโดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ระบุจากการตรวจสอบตัวอย่างเหล็กเส้นซากตึก สตง.ถล่ม พบเหล็กเส้นและเหล็กข้ออ้อยที่ใช้ในการก่อสร้าง 2 ขนาด ไม่ได้มาตรฐาน ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ระบุจากการตรวจสอบบริษัทรับเหมาสร้างตึก สตง. โครงสร้างผู้ถือหุ้นมีความผิดปกติเข้าข่ายมีนอมินีเกี่ยวข้องขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะทำงานช่วยเหตุภัยพิบัติของพรรค ได้ระบุถึงการตรวจสอบเหตุการณ์ตึก สตง.ถล่มว่ามีหลายคนตั้งข้อสังเกตถึงขอบเขตงานประมูล การจัดซื้อจัดจ้าง บริษัทที่ชนะการประมูลมีนอมินีเข้ามาถือหุ้นหรือไม่ และมีปัญหาในทางที่ไม่สุจริตหรือไม่ตั้งข้อสงสัยบริษัทที่ประมูลงานคงไม่ใช่มีแค่บริษัทนี้ แต่อาจมีบริษัทจีนเทาด้วย ถ้าชนะการประมูลได้งาน วัสดุในการก่อสร้างจะนำเข้ามาทั้งหมด เม็ดเงินที่กระจายอยู่ในเศรษฐกิจที่ประเทศไทยได้ประโยชน์เป็นแค่เศษเนื้อข้างเขียง ถ้าปล่อยปละละเลยให้เป็นเช่นนี้ ก็ยิ่งทำลายเศรษฐกิจไทยเพราะอาจโยงไปสู่การฟอกเงินด้วยสิ่งที่ สส.ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตถือว่ามีน้ำหนัก เมื่อรัฐบาลเดินหน้าตรวจสอบตึก สตง.ถล่ม ซึ่งเกี่ยวพันบริษัทข้ามชาติและปมใช้นอมินีถือหุ้น โดยมอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สอบสวน ฉะนั้นจึงไม่ควรทิ้งประเด็นเรื่องการฟอกเงิน และถ้ามีหลักฐานเชื่อมโยงจริงก็ต้องจัดการเด็ดขาดเพราะเข้าข่ายอาชญากรข้ามชาติ.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม