วันเสาร์สบายๆวันนี้ ผมชวนท่านผู้อ่านพักสมองอ่านหนังสือกันนะครับ หนังสือเล่มที่อยากแนะนำให้อ่านในวันนี้คือ “เรื่องเล่าจากลุงหมีปุ๊” เขียนโดย ดร.ชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ เจ้าของนามปากกา “วินนี่ เดอะ ปุ๊/ลุงหมีปุ๊” ท่านมอบให้ผมระหว่างที่ไปประชุมที่ตลาดหลักทรัพย์ฯวันก่อน “ลุงหมีปุ๊” ไม่ใช่นักเขียนธรรมดา แต่เคยเป็น ผู้ว่าการแบงก์ชาติ รักษาการรัฐมนตรีคลัง ประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทย ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ แม้จะทำงานด้านเศรษฐกิจการเงิน แต่ก็ชอบเขียนหนังสือ ทั้ง เรื่องรอบตัว วรรณกรรม ศิลปะ ดนตรี ประวัติศาสตร์ และกีฬา จนได้รับสมญานามว่า “นักอ่านมือหนึ่ง ผู้รอบรู้ รอบเรื่อง และรอบรัก” ดูเหมือน “ลุงหมีปุ๊” จะอินในทุกเรื่องหนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์โดย บลจ.กรุงไทย เป็นหนังสือที่พิเศษกว่าหนังสือทั่วไป มี QR Code ให้สแกนเพื่อดูคลิปเพลงหรือตัวอย่างภาพยนตร์ ได้ด้วย“เรื่องเล่าจากลุงหมีปุ๊” แบ่งเป็น 3 ภาค ภาคหนึ่ง : สวนและสัตว์ ภาคสอง : ศิลปะภาพวาด ภาคสาม : หนังสือ–ภาพยนตร์–เพลง เป็นการรวมบทความที่เคยลงในสื่อต่างๆมาแล้ว ผมอ่านไปลองสแกน QR Code ฟังเพลงดูหนังตัวอย่างไปด้วย สนุกมากครับ ทำให้ดื่มด่ำในเนื้อหามากยิ่งขึ้น “ลุงหมีปุ๊” เล่าให้ผมฟังว่า ช่วงนี้ท่านกำลังให้ความสนใจเรื่องการพัฒนา “ห้องสมุด” ทั้งห้องโรงเรียน มหาวิทยาลัย ห้องสมุดประชาชน อยากให้คนรุ่นใหม่หันกลับมาอ่านหนังสือกันอีกครั้ง การอ่านหนังสือทำให้สามารถสร้างจินตนาการได้กว้างไกลกว่าการอ่านในไอแพดหรือไอโฟนคนละเรื่องกันเลยวันนี้ผมจึงนำบทว่าด้วย “หนังสือ ห้องสมุด และการเรียนรู้ตลอดชีวิต” ในหนังสือเล่มนี้มาเล่าสู่กันฟังแบบย่อๆครับ ลุงหมีเล่าว่า ลุงหมีเป็นคนรักการอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก และเห็นคุณค่าของการเรียนรู้ตลอดชีวิต จึงได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับห้องสมุดเป็นอย่างมาก ทั้งในฐานะผู้ใช้บริการห้องสมุด ผู้จัดทำกิจกรรมส่งเสริมงานห้องสมุด และร่วมสร้างหรือปรับปรุงห้องสมุด ทำกิจกรรมส่งเสริมการอ่านการเขียนอยู่เสมอมาตลอดช่วงชีวิตของลุงหมี ลุงหมีเริ่มอ่านหนังสือตั้งแต่ 8 ขวบ คุณพ่อเป็นคนชอบอ่านและสะสมหนังสือ ลูกๆเมื่อฟังเรื่องเล่าจากคุณพ่อก็จะไปค้นหนังสือจากชั้นเก็บหนังสือ เพื่ออ่านเรื่องราวให้ละเอียดขึ้นทำให้รู้จักคุณค่าของการอ่านหนังสือตั้งแต่เด็กเมื่อไปเรียนหนังสือที่สหรัฐฯ ทำให้เห็นห้องสมุดที่แตกต่างจากเมืองไทย ในระดับปริญญาตรีที่ Williams College เป็น Liberal Arts College อายุ 231 ปี หอสมุดจึงเป็นตึกโบราณดูสง่างาม มีหนังสือทั้งรุ่นโบราณและสมัยใหม่มากมาย ทำให้ลุงหมีได้เห็นต้นแบบหนังสือเก่าอย่างหลากหลาย จึงเข้าใจคุณค่าของหอจดหมายเหตุ ที่ชอบมากคือ มี music library ให้นั่งฟังเพลงคลาสสิก หรือขอยืมแผ่นเสียงไปเล่นกันเองที่หอพักนักศึกษาได้ ระดับปริญญาเอกลุงหมีเรียนที่ MIT ซึ่งมีความก้าวหน้าทางวิชาการสูงมาก มีห้องสมุดเฉพาะทางของสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ให้อ่านและสืบค้นเพื่อทำงานวิจัยได้เต็มที่ มีห้องพิเศษเก็บต้นฉบับวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา สิ่งพิเศษสำหรับห้องสมุด MIT คือ ศูนย์นักศึกษา (student union) ชั้นบนสุด เป็นห้องสมุดที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงเรียนจบกลับมาทำงานที่แบงก์ชาติ ลุงหมีก็ช่วยดูแลห้องสมุดแบงก์ชาติ ช่วยคัดเลือกหนังสือด้วยตัวเอง จนห้องสมุดแบงก์ชาติขึ้นชื่อในเรื่องหนังสือหายากทางด้านเศรษฐศาสตร์ ในวาระ 75 ปีแบงก์ชาติ ลุงหมีก็เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดสร้าง “ศูนย์เรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย” ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด และหอจดหมายเหตุ โดยออกแบบให้เชื่อมโยงกัน เมื่อดูพิพิธภัณฑ์จบแล้ว ไปต่อยอดได้ที่ห้องสมุด ถ้าเรื่องเก่ามากก็ไปค้นได้ที่หอจดหมายเหตุ เพื่อให้ได้ข้อมูลและความรู้ครบวงจรเรื่องสนุกในหนังสือก็มีเยอะ มังงะสงครามรวมชาติจีน หนังอนิเมะของ Miyasaki ที่ได้รางวัล Oscar ตีแผ่กลโกงการเงินระดับชาติ เพลงรักซึ้งของคนไทย เพลงคลาสสิกยอดนิยมของ Beethoven และ Mozart ฯลฯ อ่านสนุกตั้งแต่เรื่องแรกจนถึงเรื่องสุดท้ายเลยครับ.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม