ประธานาธิบดีสหรัฐฯ “โดนัลด์ ทรัมป์” ยังคงเรียกความสนใจชาวโลกได้รายวัน โดยเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ออกมาประกาศจุดยืนว่า พร้อมที่จะถอนตัวออกจากยูเครน“หากยูเครนไม่ได้ต้องการสันติภาพแบบที่สหรัฐฯกำลังต้องการ เราก็จะไม่อยู่แล้ว การดีลกับยูเครนนั้นยากกว่าเยอะเมื่อเทียบกับรัสเซีย ส่วนตัวคิดว่าเจรจากับรัสเซียกำลังไปได้ดีเลยทีเดียว”ผู้นำสหรัฐฯประกาศให้ทุกคนรับรู้ ยูเครนคือเด็กดื้อที่ไม่อยู่ในโอวาท และสหรัฐฯพยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่ เพื่อผลักดันให้ทุกฝ่ายจบสถาน การณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลากว่า 3 ปีอย่างไรก็ตาม ประโยคที่กล่าวมานี้ สมควรจัดประเภทให้อยู่ในกลุ่ม “คำพูดลอยๆ” หรือ “พูดไปเรื่อย” เสียมากกว่า เพราะสุดท้ายแล้วทรัมป์จะไม่มีทางทอดทิ้งยูเครน จนกว่าจะได้ผลประโยชน์ที่สมน้ำสมเนื้อข้อตกลงทาง “ทรัพยากรธรรมชาติ” โดยเฉพาะแร่หายาก จะต้องมีการจดปากกา “ปิดดีล” ให้ได้ เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับทรัมป์ มันคืออีโก้ของ “นักธุรกิจ” ที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด อย่างที่อดีตที่ปรึกษาเคยกล่าวไว้ว่า ผู้นำสหรัฐฯคนนี้ไม่สนเรื่องจะได้กำไรมากน้อย สนใจแค่ว่าจะทำข้อตกลงกันได้สำเร็จหรือไม่เอาเข้าจริงแล้ว “ฝ่ายรัสเซีย” ก็รับรู้ดีว่าควรทำตัวเช่นไร นั่นคือการยืนดูอยู่ห่างๆ แล้วปล่อยให้เนื้อเรื่องมันดำเนินไปเอง ตรงไหนเหมาะสมที่จะมีส่วนร่วม ค่อยกระโดดเข้ามาเล่นเพราะฝ่ายรัสเซียเคยบอกตั้งแต่ทรัมป์จะกลับมาแล้วว่า การดีลกับรัฐบาลสหรัฐฯชุดนี้ ให้ดูที่พฤติกรรม ประวัติความเป็นมาว่า เคยทำอะไรมาบ้าง มีแนวโน้มการตัดสินใจเช่นไรซึ่งจุดสังเกตง่ายๆ ให้ดูที่บรรยากาศของ “สนามรบ” สิ่งที่ไม่ควรลืมคือกองทัพยูเครนได้รับการช่วยเหลือด้าน “ข่าวกรอง” จากสหรัฐฯและชาติตะวันตกมาโดยตลอด ใช้ดาวเทียมชี้เป้าให้ว่ายูเครนควรทิ้งบอมบ์ตรงไหน รัสเซียหลบซ่อนอยู่ตรงไหน จุดไหนควรเข้าตี จุดไหนควรเตรียมตั้งรับรัสเซียกำลังจะบุกมาแล้วตราบใดที่รัสเซียยังรบอย่างลำบาก ยังรบแบบช้าเป็นเต่าคลาน นั่นหมายถึงกองทัพยูเครนยังได้รับการสนับสนุนจากตะวันตกอยู่ แต่ถ้าเมื่อใดที่กองทัพรัสเซียเริ่มบุกทะลวงได้อย่างรวดเร็ว ย่อมหมายความว่า รัฐบาลยูเครนกำลังมีปัญหากับตะวันตกแล้วอย่างแน่นอนด้วยเหตุนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์จะพูดอะไร ก็อย่าเพิ่งตื่นเต้นตกใจ ดูสถานการณ์ไปเรื่อยๆแบบไม่ต้องรีบจักเป็นการดีกว่า.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม