เสียงระเบิดดังถี่ขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้เหมือนกับเป็นสัญญาณเตือนว่าเหตุรุนแรงจะเกิดขึ้นอีกแล้วในปลายด้ามขวานแห่งความขัดแย้ง ประเด็นที่น่าสนใจก็คือความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นได้สงบเงียบมานานแล้ว แต่พอรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีก็เริ่มขึ้นมาอีกแล้วที่จะแยกออกจากกันไม่ได้รัฐบาลชุดนี้คือลูกสาวของ “ทักษิณ ชินวัตร” สมัยที่นายกรัฐมนตรีได้สร้างความขุ่นข้องหมองใจให้เกิดขึ้นนั่นคือเหตุการณ์ “ตากใบ”มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากจากการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐที่คาใจตามมาอีกก็คือผู้ต้องหาคดีนี้ไม่ได้รับโทษแม้แต่คนเดียวแม้จะมีการออกหมายจับเพราะคดีหมดอายุความเนื่องจากคดีนี้ถูก “ดองเค็ม” ไม่ดำเนินการมานาน!จู่ๆ ก็ฟื้นขึ้นมาอีกด้วยการออกหมายจับผู้มีส่วนร่วมในการกระทำผิด แต่ก็มีการหลบหนีจนไม่สามารถจับตัวได้จนกระทั่งถึงวันที่คดีหมดอายุความทุกคนจึงรอด...ไม่สามารถจับผู้เกี่ยวข้องมาลงโทษได้ซึ่งตรงกับรัฐบาลชุดนี้พอดีมันจึงเป็นรอยด่างที่ทำให้คน 3 จังหวัดเกิดความรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้รับความยุติธรรม และก็ทำให้ผู้ก่อความไม่สงบอาศัยเป็นเงื่อนไขเพื่อปฏิบัติการก่อความรุนแรงต่อไปรัฐบาลชุดนี้โดย “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง บอกว่าอย่าเอาเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นอีกเลย เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนแต่ฝ่ายค้านคือพรรคก้าวไกล (ประชาชน) ได้ยืนยันว่ารัฐบาลจะต้องแสดงความรับผิดชอบไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องเงียบหายไป และบอกด้วยว่าอาจจะทำให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้นมาอีกที่สุดก็เป็นจริง...“เศรษฐา ทวีสิน” อดีตนายกรัฐมนตรี เคยเดินทางไป 3 จังหวัดภาคใต้มาครั้งหนึ่งเพื่อหวังแก้ปัญหาโดยตั้งเป้าที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กับคน 3 จังหวัดนี้ปรากฏว่าประชาชนได้ให้การต้อนรับอย่างดี เพราะคงคาดหวังว่าจะแก้ปัญหาได้แต่พอเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีเป็น “แพทองธาร” ก็เกิดปัญหาขึ้นมาอีก ที่น่าสังเกตก็คือนายกรัฐมนตรีไม่เคยเดินทางไปแม้แต่ครั้งเดียวแม้ในยามที่เกิดปัญหาน้ำท่วมหนักก็ไม่ไปอ้างว่าติดงานสำคัญเรื่องนี้ได้สร้างความรู้สึกที่ไม่ดีนัก!จนกระทั่งได้ฤกษ์เดินทางไปครั้งแรก 3 จังหวัดรวดโดยไม่ค้างคืนคือไปวันเดียวแล้วเดินทางกลับ สงสัยเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยแน่ที่จริงแล้วประเด็นปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้นั้น เท่าที่พิจารณาจากความเป็นไปแล้ว นายกรัฐมนตรีจะไม่ยุ่งเกี่ยวโดยตรง แต่จะให้รองนายกฯ และเจ้าหน้าที่ดำเนินการคนที่จะเข้ามา สทร.น่าจะเป็นผู้พ่อมากกว่า หลังจากที่นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้แต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาประธานอาเซียนก็คงจะมีการเจรจากันประเด็นก็คือรัฐบาลชุดนี้ยังไม่มีความชัดเจนในนโยบายว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะการเจรจาสันติสุขที่เป็นนโยบายต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมา เห็นมีแต่เรื่องการยกเลิกกฎอัยการศึกบางพื้นที่เท่านั้นคงจะรอการเจรจาระหว่าง “ทักษิณ” กับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียก่อนมากกว่า เพราะนั่นจะเป็นนโยบายที่ไม่ต่างไปจากนโยบายเรื่องอื่นๆของรัฐบาลคือ “ทักษิณคิด รัฐบาลทำ”ที่น่าเสียใจก็คือ 2 ชีวิตที่ต้องตกเป็นเหยื่อระเบิด “2 พ่อลูก ตชด.ที่นราธิวาส” ที่อุทิศตนเองเพื่อต้องการสอนหนังสือให้เด็กนักเรียน ต้องมาเสียชีวิตอย่างน่าเวทนาในพื้นที่เสี่ยงภัยเช่นนี้วงจรความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้กำลังย้อนกลับไปสู่อดีตอย่างที่ไม่ควรจดจำกำลังเกิดขึ้นมาอีกแล้วความรุนแรงที่เกิดขึ้นคงสร้างความหวาดหวั่นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นความรับผิดชอบที่รัฐบาลจะหลีกหนีไม่พ้นแน่!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม