1 มกราคม 2567 เป็นต้นมาจนอีก 4 วันจะสิ้นปี มีการเลือกตั้งทั่วไปในหลายประเทศ ไม่ว่าไต้หวัน อินโดนีเซีย รัสเซีย เกาหลีใต้ อินเดีย เม็กซิโก สหภาพยุโรป และสหรัฐฯ ขณะที่เขียนคอลัมน์รับใช้อยู่นี้ Current World Population หรือประชากรโลกที่รายงานเป็นวินาทีอยู่ที่ 8,195,962,669 คน เกือบ 12 เดือนที่ผ่านมา ประชากรโลกครึ่งหนึ่งหรือประมาณ 4,200 ล้านคนมีสิทธิเลือกตั้งเรื่องใหญ่ในความเคลื่อนไหวระหว่างประเทศตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาก็ยังอยู่ที่สงครามรัสเซีย-อูเครน หลังจากทรัมป์ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2567 มีแนวโน้มว่าสงครามอาจจะหยุดสุดสิ้นหลังจากทรัมป์สาบานตนเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคม 256827 พฤศจิกายน 2567 กลุ่มกบฏที่นำโดยฮายัต ตาห์รีร์ อัล-ชาม ยึดอเลปโป เมืองใหญ่อันดับ 2 ของซีเรียได้ และยึดกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรียได้ในวันที่ 8 ธันวาคม ทำให้ประธานาธิบดีอัสซาดและครอบครัวต้องลี้ภัยไปกรุงมอสโก เป็นอันสิ้นสุดระบอบอัสซาด 53 ปี อัสซาดผู้พ่อเป็นประธานาธิบดีซีเรียตั้งแต่ 22 ก.พ.2514 จนถึง 10 มิ.ย.2543 (29 ปี 4 เดือน) อัสซาดผู้ลูกปกครองซีเรียตั้งแต่ 17 ก.ค.2543 จนถึง 8 ธ.ค.2567 (24 ปี 5 เดือน)สาธารณรัฐเกาหลีหรือเกาหลีใต้ นายยุน ซอก-ยอล ประธานาธิบดีคนที่ 20 ประกาศกฎอัยการศึกเมื่อ 3 ธันวาคม 2567 โดยอ้างภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือและกลุ่มต่อต้านรัฐภายในประเทศ แต่ประกาศฯถูกยกเลิกภายใน 6 ชั่วโมงหลังจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติลงมติคว่ำกฎอัยการศึกจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 300 คน เห็นด้วยกับการถอดถอนประธานาธิบดียุน 204 เสียง ทำให้นายยุนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ และรอศาลรัฐธรรมนูญยืนยันหรือยกเลิกการถอดถอนภายใน 180 วัน หากศาลฯ ยืนยันการถอดถอน ต้องมีการจัดเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ภายใน 60 วัน ก่อนจะสิ้นปีพุทธศักราช 2567 สถานการณ์การเมืองในคาบสมุทรเกาหลียังคงมีความไม่แน่นอนจากเกาหลีใต้ขึ้นไปที่รัสเซีย รัสเซียใช้ขีปนาวุธโอเรชนิกครั้งแรกเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2567 โจมตีเมืองดนีโปรของอูเครน โอเรชนิกเป็นขีปนาวุธพิสัยกลางที่มีความเร็วมากกว่า 10 มัค หรือ 12,250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บรรจุหัวรบ 6 หัว แต่ละหัวมีระเบิดลูกปราย ด้วยความเร็วสูงและการบรรจุหัวรบหลายหัว ทำให้การ สกัดกั้นขีปนาวุธโอเรชนิกของรัสเซียแทบไม่ได้เลยโอเรชนิกยกระดับความรุนแรงของความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย–อูเครน สร้างความตระหนกตกใจให้สหรัฐฯและตะวันตกที่ทราบขีดความสามารถขีปนาวุธของรัสเซีย เมื่อรู้ว่าไม่มีทางสู้รัสเซียได้ สหรัฐฯและตะวันตกก็กดหัวเซเลนสกีให้ยอมรับความพ่ายแพ้และเตรียมเจรจาเพื่อยุติสงครามรัสเซียประสบพบความสำเร็จใน พ.ศ.2567 หลายเรื่อง รัสเซียสามารถผลิตวัคซีน mRNA รักษาโรคมะเร็งโดยใช้สารพันธุกรรมที่สกัดจากเนื้องอกของผู้ป่วยไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ระบุและโจมตีเซลล์มะเร็งได้อย่างตรงจุด รัสเซียใช้ปัญญาประดิษฐ์คำนวณและปรับแต่งวัคซีนให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาวัคซีนเฉพาะบุคคลลงอย่างมากพ.ศ.2567 เป็นปีที่สงครามชิประหว่างสหรัฐฯกับจีนเริ่มต้นแข่งขันอย่างเข้มข้น เพื่อครอบครองความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ใครชนะ ผู้นั้นก็เป็นเจ้าเทคโนโลยีที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมในยุคดิจิทัลขณะที่เข็มวินาทีกระดิกติ๊กๆ พ.ศ.2567 กำลังจะหมดไป สรรพสิ่งทั้งหลายทั้งรูปธรรมและนามธรรมที่เกิดขึ้นในวิศวโลกานุโลกกระทบต่อมนุษยชาติ ทั้งในแง่บวกและมุมลบก็จะจบตามไปด้วยเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ปรับตัวไม่ทันต่างสูญหายไร้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นชาวมายาในอเมริกากลาง ชาวอินคาในอเมริกาใต้ พวกอียิปต์โบราณในแอฟริกาเหนือ ชาวฮารัปปาในปากีสถานและอินเดีย พวกอิสเตอร์ไอส์แลนด์ในแปซิฟิกใต้ ชาวมิโนอันบนเกาะครีต ฯลฯเราชาวไทยต้องดิ้นรนอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูเพื่อให้เผ่าพันธุ์ของเราดำรงคงอยู่ในพุทธศักราช 2568 และต่อไปชั่วกาลปาวสาน สทา ‘ตลอดไป’ สพฺพกาลํ ‘ตลอดกาล’ อนนฺตํ ‘ไม่มีที่สิ้นสุด’สำหรับ พ.ศ.2567 ขอกล่าวคำว่า ลาไปก่อนครับ ลาไปแล้วครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม