ปปง.อายัดทรัพย์ 125 ล้าน บอสพอล-กันต์ และ 2 ผู้บริหารดิ ไอคอน กรุ๊ป “ผบ.ต่าย” เรียกประชุมชุดทำงานดิ ไอคอน กรุ๊ป ก่อนให้ สัมภาษณ์ออกหมายจับต้องรัดกุม ลั่นดำเนินคดีไม่เว้นหากหลักฐานสาวถึงนักการเมือง-จนท.รัฐมีเอี่ยวธุรกิจนี้ ย้ำยืนเคียงข้างเหยื่อทุกรายที่สูญเสียเงิน “นายกฯอิ๊งค์” สั่งทุกหน่วยงานเร่งรัด-วางกรอบ-ป้องกัน ไม่ให้ประชาชนถูกหลอกจากธุรกิจขายตรง-ออนไลน์ ด้าน “บอสพอล” โพสต์ขอสื่อลบคลิปเสียงฉาวภายใน 18 ต.ค. ไม่เช่นนั้น จะดำเนินคดี เผยรู้สึกผิดหลังมีการพาดพิงนักการเมือง ชื่อย่อ ส. “บิ๊กป้อม” ไม่กังวลปมคลิปเสียงคล้าย “สามารถ” เรียกรับ ขณะที่ 2 บิ๊ก สคบ. “ประทีป-สุวิทย์” ยันไม่ใช่เทวดารับสินบน แถมพูดตรงกันชี้การปล่อยคลิปอาจมาจากเป็น 2 แคนดิเดตชิงตำแหน่งเลขาธิการ สคบ.ที่ว่างอยู่ภายหลังนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล เจ้าของบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป จำกัด นายยุรนันท์ หรือแซม ภมรมนตรี และ น.ส.พีชญา หรือมิน วัฒนามนตรี รวมทั้งนายกันต์ กันต์ถาวร 3 ศิลปินที่มีตำแหน่งในบริษัทเข้าพบพนักงานสอบสวนแสดงความบริสุทธิ์ใจ กรณีมีผู้เสียหายแห่แจ้งความตำรวจ ปคบ. ดำเนินคดีผู้บริหารบริษัทดังกล่าวซึ่งดำเนินธุรกิจขายตรงเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ กล่าวหาหลอกลงทุนและหาลูกข่ายมาเป็นสมาชิกโดยไม่ได้ขายสินค้าจริง และใช้ศิลปินดาราช่วยโปรโมต ล่าสุดมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์แล้ว 1,067 ราย เสียหายกว่า 378.2 ล้านบาท และคาดว่าจะทยอยมาเรื่อยๆ ขณะที่ศิลปินหลายรายที่ร่วมรับงานพรีเซนเตอร์ออกมาเรียงแถวเข้าพบตำรวจแสดงความบริสุทธิ์ใจและเสียใจกับเหยื่อพร้อมให้ข้อมูลทุกอย่าง เบื้องต้นตำรวจต้องปล่อยตัวทั้งหมดไปก่อนเพราะหลักฐานไม่พอแจ้งข้อกล่าวหา ขณะที่ “บอสพอล” ไปออกรายการโหนกระแส ร่ำไห้เสียใจ อ้างไม่รู้มาก่อนมีผู้เสียหายมากขนาดนี้ยันพร้อมเยียวยาเหยื่อ ส่วนคลิปเสียงเจรจาเทวดา สคบ.รับเป็นเสียงตัวเองจริง แฉแหลกโดนรีดส่วยตลอด จ่ายหมดทั้งทนายความยันนักร้องเรียน ส่วนจะมีนักการเมืองและตำรวจด้วยหรือไม่ ไม่อยากก้าวล่วง แฉจ่ายสูงสุดครั้งละ 3 ล้านบาท “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ประธานสภา สั่งสอบคลิป กมธ.รีดทรัพย์ ขณะที่ “สามารถ เจนชัยจิตวนิช” รองโฆษก พปชร.ปฏิเสธข้ามประเทศ ไม่ใช่คนในคลิป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น“บิ๊กต่าย” ประชุมทีมทำคดี 2 ชม.ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ต.ค. ที่อาคารกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานคดี ดิ ไอคอน กรุ๊ป พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม พล.ต.โสภณ สารพัฒน์ รองผบช.ก. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก. ปคบ.พร้อมคณะทำงานสืบสวนสอบสวน เข้าประชุมสรุปความคืบหน้าคดี ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเผยขอหมายจับต้องรัดกุมหลังประชุม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐเผยว่า มาตามความคืบหน้าการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งพอใจในการทำงานของตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีการตั้งทีมบริหารคดีขึ้น ตอนนี้การสอบสวนคืบหน้าไปมากทั้งการสอบปากคำผู้เสียหายและการตรวจค้นรวบรวมพยานเอกสารและวัตถุ ส่วนรายละเอียดที่ว่าจะออกหมายจับหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานที่เชื่อว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแต่ต้องรอบคอบรัดกุมผู้ถูกกล่าวหาแสดงตัวถือเป็นสิทธิผบ.ตร.กล่าวต่อว่า อย่างที่เห็นว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาได้มาแสดงตน มีทนายความมาด้วย ตำรวจไม่ได้วิตกกังวลแต่ต้องทำคดีให้รอบคอบรัดกุม การจะขอศาลอนุมัติออกหมายจับจะพิจารณาต่อไปในอนาคตหลังการสอบสวนครบทุกองค์ประกอบหากพบความผิดดำเนินการทันในเดือนนี้แน่ ทั้งนี้ การมาแสดงตัวเป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา พนักงานสอบสวนสอบปากคำไว้ในฐานะผู้ต้องหาแต่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ส่วนเรื่องทรัพย์สินได้ทำหนังสือถึง ปปง. ตั้งแต่แรก เพราะเข้าใจความเดือดร้อนประชาชน แต่ตำรวจไม่มีอำนาจหน้าที่ยึดทรัพย์ ทราบว่า ปปง.จะนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการธุรกรรมวันที่ 17 ต.ค. ตำรวจรอฟังผลอยู่เข้าใจหัวอกชาวบ้านผู้สูญเสียผบ.ตร.กล่าวต่ออีกว่า ส่วนรายละเอียดคดี ไม่สามารถเปิดเผยได้ ยืนยันจะทำเต็มความสามารถ ตอนนี้สอบสวนไปกว่า 900 คน มีผู้เสียหายมาลงทะเบียน เกือบ 1,100 คน รวมมูลค่าทรัพย์สินไม่ต่ำกว่า 400 ล้าน ดังนั้น การเดินหน้าเรื่องนี้จะทำเต็มที่ เพราะเข้าใจความเสียหายที่เกิดขึ้น เข้าใจประชาชนที่สูญเสียเงินทอง จะยืนเคียงข้าง ไม่ทอดทิ้ง ระดมพนักงานสอบสวนเกือบ 100 คนมาอำนวยความสะดวกให้กับผู้เสียหายขู่เล่นงานโรงพักไหนไม่รับแจ้งผบ.ตร.กล่าวย้ำว่า มีหนังสือวิทยุราชการแจ้งไป 3 ครั้งแล้ว กำชับให้ทุกสถานีตำรวจอำนวยความสะดวกรับแจ้งความเบื้องต้น ให้ บก.ปคบ.กำหนดประเด็นให้สอบปากคำ ฝากถึงพนักงานสอบสวนทุกพื้นที่ ถ้าไม่ดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดแล้วมีพยานหลักฐานว่าไม่รับแจ้งความจะดำเนินการทางวินัยทั้งหมด ส่วนคดีนี้จะเข้าข่ายคดีพิเศษหรือไม่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน หากเข้าข่ายยังมีเวลาดำเนินการลั่นใช้ ก.ม.ยืนอยู่ข้างประชาชนพล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นเรื่องนักการเมืองที่ไปมีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ขอไม่เปิดเผย เพราะเป็นรายละเอียดในสำนวนแต่ยืนยันว่าหากมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องสนับสนุนธุรกิจนี้ ส่งผลให้เกิดความเสียหายก็พร้อมที่จะดำเนินคดีทุกคนที่เกี่ยวข้องแม้แต่ตำรวจ ส่วนแม่ข่ายได้สอบสวนไว้เป็นพยานหากพบความผิดก็เรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาไม่มีละเว้น ตอนนี้ตำรวจทำงานยึดตามหลักกฎหมายเคียงข้างประชาชน หากจะฟ้องกลับไม่ต้องไปฟ้องผู้ใต้บังคับบัญชาให้ฟ้องตนคนเดียว แต่อยากให้มีสำนึกเรื่องที่ต้องรับผิดชอบต่อสังคมด้วย ผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาพบตำรวจมีทนายความมา แต่ผู้เสียหายไม่มีที่พึ่ง ไม่มีทนายความ ตำรวจนี่แหละคือทนายความผู้เสียหาย“รองเต่า” ส่งคลิปเสียงให้ พฐ.ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยถึงกรณีมีคลิปเสียงเรียกรับผลประโยชน์จากบอสพอล ที่กำลังตกเป็นประเด็นขณะนี้จากบุคคลที่เชื่อว่าเป็นนักการเมืองชื่อดังรายหนึ่งว่า คลิปเสียงที่ตำรวจได้มา ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจอย่างละเอียดว่าเป็นเสียงมนุษย์จริงๆ หรือเสียงสังเคราะห์ AI เลียนเสียงคนอื่นและเป็นเสียงตัดต่อหรือไม่ รวมทั้งให้ฝ่ายสืบสวน บก.ปปป. รวบรวมข้อมูลตรวจสอบใครเป็นเจ้าของคลิปเสียงเพราะอาจเข้าข่ายเป็นผู้เสียหาย มีการพูดคุยเรียกรับเงิน หากทราบตัวเจ้าของคลิปเสียงอาจจะต้องเชิญมาให้ปากคำ แต่ตอนนี้ไม่ยืนยันว่าใครเป็นเจ้าของคลิปเสียงและยังระบุไม่ได้ว่า คลิปเสียงนี้จะใช้เป็นพยานหลักฐานได้หรือไม่ ต้องรอผลจากพิสูจน์หลักฐานก่อนจ่อเรียก “บอสพอล” คุยปมคลิปรอง ผบช.ก.กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีมีการเปิดโปงว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงานเรียกรับผลประโยชน์จาก ดิ ไอคอน กรุ๊ป โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวกับ ทางธุรกิจ ยังไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องเพราะเป็นหน้างาน บก.ปคบ.อาจจะมีผลต่อรูปคดีที่กำลังทำ ตามขั้นตอนแล้วจะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท.ตรวจสอบ แต่หากผู้เสียหายรายใดมีข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ได้รับผลประโยชน์ แจ้งความร้องทุกข์ตำรวจ บก.ปปป. ได้ ส่วนกรณีที่บอสพอลยอมรับในรายการโทรทัศน์และการสัมภาษณ์ต่างๆว่า คลิปเสียงที่หลุดออกมานั้นเป็นของจริงมีการเรียกรับจากเจ้าหน้าที่รัฐ ถือเป็นการยอมรับว่าคลิปเสียงเป็นของจริง ต้องเชิญมาพูดคุยกับ บก.ปปป. ว่าประสงค์จะแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่ เบื้องต้นจะติดต่อพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ แต่ยังไม่มีกำหนดเวลาที่แน่ชัดลั่นต่อให้เป็นเทวดาก็ไม่กลัวรอง ผบช.ก.กล่าวอีกว่า จากคลิปเสียงที่พูดถึงองค์กรเทวดาที่สามารถช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจดังกล่าวได้นั้นจะต้องมีการบูชาเซ่นไหว้เทวดา มองว่าไม่ได้เป็นการบูชาเทวดา แต่เป็นเพียงข้ออ้างเปรียบเปรยของมนุษย์ที่ทุจริตเรียกรับผลประโยชน์ทุจริต มองว่าถ้าเจ้าหน้าที่เป็นเทวดา ตำรวจก็จะไปบวงสรวงคือไปจับกุมมาดำเนินคดี ต่อให้เป็นเทวดาก็ไม่กลัวและไม่มีข้อละเว้นที่จะต้องถูกดำเนินคดีเช่นกันโร่เอาผิดเพิ่ม “บอสหมอเอก”สำหรับบรรยากาศที่ด้านหน้าอาคารกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 09.00 น.วันเดียวกัน นายธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข พล.อ.อ.นพ.อิทธิพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา และ ดร.นพ.ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนและบริการสุขภาพ เข้าแจ้งความเอาผิด ดร.ฐานานนท์ หิรัญไชยวรรณ หรือบอสหมอเอก ที่แอบอ้างเป็นหมอ นายธนกฤตเผยว่า กรณีบอสหมอเอกแสดงตนเป็นหมอ มีการเผยแพร่ภาพและคลิปผ่านสื่อโซเชียลในขณะตรวจผู้ป่วย ทำให้เกิดความสับสนและไม่สบายใจในสังคมกระทั่งมีผู้มาร้องที่กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าข่ายหมอเถื่อน-จ่อตรวจคลินิกนายธนกฤตกล่าวต่อว่า สอบถามแพทยสภายืนยันแล้วบอสหมอเอกไม่มีชื่อในระบบการเป็นนายแพทย์ ถือเป็นหมอเถื่อน เท่าที่ทราบบอสหมอเอกเรียนจบเทคนิคการแพทย์ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมาประกอบอาชีพเกี่ยวกับเวชกรรม หรือรักษาคนได้แบบหมอ จึงเข้าแจ้งความเอาผิดฐานประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรื่องสถานที่ที่ใช้ในการตรวจรักษาจะดำเนินการในส่วนของ พ.ร.บ. สถานพยาบาล ฐานประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต และดำเนินกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต วันพรุ่งนี้จะลงพื้นที่ตรวจสถานพยาบาลและคลินิกดังกล่าว 2 จุดว่าขออนุญาตหรือไม่กลุ่มทนายพาเหยื่อกว่าร้อยพบตำรวจต่อมาเวลา 10.00 น. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม, นายมนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ ทนายแก้ว, นายนิติธร แก้วโต หรือทนายเจมส์, นายเกิดผล แก้วเกิด หรือทนายเกิดผล, นายรัชพล ศิริสาคร หรือทนายรัชพล, นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือทนายเดชา, นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ หรือทนายรณณรงค์ ประธานเครือข่ายมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม, นายอนุสรณ์ อะสุระพงษ์ หรือทนายชายพัฒน์, นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด, นายธมนันท์ แตงทิม หรือจ่าคิงส์ สะพานใหม่ และ นายแทนคุณ จิตต์อิสระ หรืออี้แทนคุณ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พาผู้เสียหายกว่า 100 ราย ในคดีบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป มาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บริหารทุกรายในความผิดตาม พรก.การกู้เงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดฐานฟอกเงิน “กบไมโคร” พบ พนักงานสอบสวน แจงปมโฉ่ต่อมา 10.30 น. นายไกรภพ จันทร์ดี หรือ กบ ไมโคร นักดนตรีชื่อดัง ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนบก.ปคบ.แจ้งความเอาผิดกับบริษัท ดิ ไอคอนฯ โดยเปิดเผยหลังเข้าพบว่า วันนี้มาแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพราะมีประเด็นที่เป็นไวรัลอยู่ในกระแสอินเตอร์เน็ตว่าตนเป็นผู้ร่วมขบวนการหรือเป็นผู้เสียหายกันแน่ พร้อมยอมรับว่าวันที่ขึ้นเวทีกับผู้บริหารดิ ไอคอนฯ มีคลิปที่หลุดออกมา เป็นการเข้าร่วมงานช่วง 4-5 เดือนที่แล้ว เป็นการขึ้นไปในหัวข้อ Rising Star ยืนยันว่าไม่ใช่สคริปต์ที่บอกให้คนอื่นรู้ว่าธุรกิจนี้เปลี่ยนชีวิตอย่างไร ส่วนสาเหตุที่ทำให้ร่วมลงทุนธุรกิจนี้ เพราะว่าเชื่อมั่นในตัวเลขผลประกอบการของบริษัทที่มียอดขายมากกว่า 4,000 ล้านบาทในระยะเวลาแค่ไม่กี่ปี ยืนยันว่าตอนขึ้นเวที ไม่ได้รับค่าจ้างเพราะบริษัทเรียกสิ่งนี้ว่า “การแบ่งปัน”รับเป็น “แม่ทีม” ประมาณปีเศษนักร้องเพลงร็อกดังในอดีตกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีมีภาพตนไปเที่ยวฝรั่งเศสนั้น เป็นทริปโปรโมชันสำหรับ 10 ดีลเลอร์ ตนเปิดไว้ 5 ดีลเลอร์ ภรรยา 2 ดีลเลอร์ คนในบ้านอีก 3 ดีลเลอร์ มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท ช่วงแรกขายพอได้แต่ช่วงหลังๆขายไม่ได้ สุดท้ายพอสินค้าใกล้จะหมดอายุเริ่มลดราคาจนถึงขั้นนำไปถวายพระหรือให้คนรู้จัก ยอมรับว่าเป็นแม่ทีมอยู่ในบริษัทประมาณหนึ่งปีนิดๆ ตอนนั้นยังไม่มีคำว่าแม่ทีมด้วยซ้ำ รู้เพียงว่าเป็นธุรกิจแบบแฟรนไชส์ ทำงานเป็นแบบ “ไม่เถียง ไม่ถาม ทำตามอย่างเดียว” เมื่อมีคำสั่งออกมาก็ต้องทำตามที่สั่งเท่านั้นออกเพราะของขายไม่ได้กบ ไมโครกล่าวต่อว่า สาเหตุที่ต้องออกจากธุรกิจ เพราะลูกข่ายที่ตามมานั้นขายของไม่ได้ ถึงจะทำทุกความสามารถ ทุกช่องทางการขาย ตัดสินใจออกจากธุรกิจนี้เมื่อช่วงกรกฎาคม-สิงหาคม 66 ก่อนออกมาหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนี้อย่างจริงจังจนพบความไม่ชอบมาพากล หากรู้ว่าเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่ หรือเครือข่ายก็บอกได้เลยว่าไม่มีใครที่อยากร่วมทำธุรกิจแบบนี้แน่นอน ยอมรับว่าบริษัทดิ ไอคอนฯมีปัญหามานานแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าที่จะออกมาพูดเพราะจะถูกฟ้องกลับ ตอนนี้มีผู้โดนฟ้อง คดีอยู่ในชั้นศาลแล้ว จะมีคำตัดสินในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ สำหรับดิ ไอคอนฯ บิ๊กบอสมีคนเดียวคือ บอสพอล แต่จะมีบอสรองลงมาอีก 10 คน ตนเพิ่งรู้ว่าเป็นธุรกิจแบบเครือข่าย ตอนแรกคิดว่าเป็นธุรกิจแบบออนไลน์เท่านั้น วันนี้ลูกทีมตนทั้งหมดมอบอำนาจให้มาแจ้งความเพราะต้องการเงินคืนอ๊อฟ ศุภนัฐ-ลีซอ เสียหายด้วยนอกจากนั้นในวันนี้ยังมี อ๊อฟ ศุภนัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ นักร้องนักแสดง, ธีรเทพ วิโณทัย หรือลีซอ อดีตนักฟุตบอล ซึ่งเป็นผู้เสียหายหลังลงทุนขายผลิตภัณฑ์ ของบ.ดิ ไอคอน กรุ๊ป เข้าแจ้งความคดี ดิ ไอคอน กรุ๊ป ที่ศูนย์รับแจ้งความ บก.ปคบ.ด้วย โดยอ๊อฟ ศุภนัฐ ลงทุนร่วมกับแม่ไป 1 ล้านบาท ส่วนลีซอ ลงทุน ไป 2.2 แสนบาท ว.วชิรเมธีโพสต์อย่าลากพระไปยุ่งวันเดียวกัน พระเมธีวชิโรดม หรือพระ ว.วชิรเมธี โพสต์ชี้แจงผ่านเพจกรณีไปมีส่วนเกี่ยวข้องดิ ไอคอน และบอสพอล ข้อความโดยสรุประบุว่า ก่อนหน้านั้นบริษัทดังกล่าวทำธุรกิจอย่างเปิดเผย มีซุปเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าของเมืองไทยมาร่วมเป็นพรีเซนเตอร์หรือผู้บริหารด้วย ทำให้คนที่เห็นภาพและข่าวเชื่อได้ว่าน่าจะมีความโปร่งใสในทุกขั้นตอนทุกเดือนบริษัทจะนิมนต์พระไปสอนธรรมะ และทำบุญถวายสังฆทานเป็นประจำ ในส่วนอาตมา ทีมผู้บริหารมานิมนต์ถึงวัดที่เชียงราย มาร่วมถวายทุนการศึกษา โดยการสอนเมื่อต้นปีที่ผ่านมาสอนเรื่อง “หัวใจเศรษฐี” หรือกุญแจสู่ความสำเร็จตามหลัก “ทิฏฐธรรมิกัตถประโยชน์” ผ่าน 3 วลีสำคัญคือ “อดทนให้ได้ ใจเย็นให้พอ และรอให้เป็น” ระหว่างบรรยายให้รู้จักสร้างเนื้อสร้างตัวตามแนวพุทธ จึง “แซว” หรือ “ประชดแดกดัน” คนที่มาฟังว่า ถ้า “อดทนไม่ได้ ใจเย็นไม่พอ และรอไม่เป็น” จะเอาให้รวยทันใจเลย...ก็แซวว่า “ลูกเอ๋ย ทำอย่างนั้นก็ดิ ไอคอนแล้ว...” ทุกคนที่นั่งฟังก็หัวเราะ เข้าใจ คำพูดที่ (ใครก็ไม่รู้) ตัดมาเป็นคลิปนั้น เป็นเพียงคำพูดหยิกแกมหยอกตามประสานักพูดทั่วไป ที่อยากให้มีอารมณ์ขันเท่านั้น เรื่องเช่นนี้เพียงใช้ Common Sense น่าจะเข้าใจได้ ไม่ควรลากไปให้เห็นว่า มีพระเข้าไปวุ่นวายอยู่ในธุรกิจ จึงขอทำความเข้าใจให้ตรงกัน ด้วยใจที่เป็นธรรม รักความจริง และหวังความสุขความเจริญต่อกันดีเอสไอขอสารตั้งต้นจากตำรวจอีกด้านหนึ่ง ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวหลังการประชุมติดตามคดี บริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษ ว่า จากการประชุมกำหนดแนวทางการทำงานหากรับกรณี บริษัท ดิไอคอนฯ เป็นคดีพิเศษ ภายใต้พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 เบื้องต้น กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ได้รับมอบหมายให้มีหนังสือประสานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอทราบรายละเอียดประเด็นการสืบสวนสอบสวนและเป็นข้อมูลตั้งต้น เพื่อดำเนินการคู่ขนาน สำหรับกรณีตำรวจให้สัมภาษณ์ว่าอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและยังไม่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ส่วนตัวมองว่าไม่เป็นไรแต่ทั้ง 2 หน่วยงานร่วมกันทำงานอย่างไร้รอยต่อ พร้อมร่วมสนับสนุนการปฏิบัติงานอยู่แล้วขอข้อมูล “เทวดา” เคลียร์ดีเอสไอโฆษกดีเอสไอกล่าวต่อว่า ส่วนกรณี “บอสพอล” จ่ายให้กลุ่มดาราเป็นรายเดือนและค่าเปอร์เซ็นต์ยอดขายนั้น ต้องตรวจสอบว่ากลุ่มดาราเป็นผู้ลงทุนหรือไม่ แต่ฟังจากสื่อเป็นเหมือนพนักงาน สุดท้ายต้องดูข้อเท็จจริง รวมทั้งดีเอสไอจะสืบสวนจากงบการเงินและบัญชี และประสานขอข้อมูลผู้เสียหายมาประกอบ ย้อนไปตั้งแต่ปี 2562 ตอนเริ่มธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลกรณีผู้เสียหายให้สัมภาษณ์ว่ามีเทวดาช่วยเคลียร์ 4 หน่วยงาน มีดีเอสไอเป็น 1 ในนั้น หากใครมีข้อมูลส่งมาให้หน่อย สำหรับคดีนี้ยืนยันไม่เป็นการแย่งผลงานระหว่างหน่วยงาน เพราะคดีอาญาต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบ แต่หลักการทำงานร่วมกันอยู่แล้วสคบ.เรียก “บอสพอล” พบ 16 ต.ค.นายจิติภัทร์ บุญสม ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยถึงกรณีมีผู้ยื่นหนังสือต่อ สคบ. เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ให้ถอนใบอนุญาตบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ปออกจากธุรกิจตลาดแบบตรง ตามมาตรา 19 ของ พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง ที่ห้ามไม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายที่ตกลงจะให้ผลประโยชน์ตอบแทน จากการหาผู้เข้าร่วมซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่มากขึ้น ภายหลังได้รับหนังสือ สคบ.ประชุมกันแล้ว เห็นว่ายังสรุปไม่ได้เนื่องจากบอสพอลโต้ในประเด็นว่าเป็นที่แม่ข่ายไปดำเนินการกันเอง สคบ. จึงตรวจสอบเพิ่มเติม โดยวันที่ 16 ต.ค. เวลา10.00น. ได้ออกหนังสือเรียกบอสพอลมาชี้แจงเพิ่มเติม และวันที่ 17 ต.ค. เรียกบอสกันต์ กันตถาวร บอสมิน-พีชญา บอสแซม-ยุรนันท์ มาชี้แจง จากนั้นวันที่ 18 ต.ค. ให้ 10 บอสมาชี้แจง“ประทีป” แจงไม่ใช่เทวดาในคลิปขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ประทีป เจริญกัลป์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตรองเลขาธิการ สคบ. เปิดเผยว่า กรณีคลิปเสียง 3 คลิปที่ถูกปล่อยออกมาและเกี่ยวข้องกับ สคบ.ทั้งคลิปจ่ายสินบนให้เทวดาที่คุ้มครอง สคบ. และคลิปตั้ง “ประทีป” เป็นรองเลขา สคบ. ให้มาดูแลบอสพอล ต้องบอกว่ามีตนคนเดียวที่ชื่อประทีป ขอชี้แจงว่าการเปิดคลิปแรกที่พูดถึงเทวดา ตนในปี 61 ในฐานะผู้อำนวยการกองขายตรงและตลาดแบบตรง สคบ. เป็นคนยื่นหนังสือเสนอให้ พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ เลขาธิการ สคบ. ให้ตรวจสอบบริษัท ดิ ไอคอน ที่มีองค์ประกอบเข้าความผิด ฉะนั้นตนไม่ใช่เทวดาแน่ ต่อมาตนไปเป็นเลขานุการกรม วันที่ 17 เม.ย.62 ไม่มีส่วนใดๆเกี่ยวข้องกับธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรงอีกเลย และขึ้นเป็นรองเลขาธิการ สคบ. วันที่ 19 ม.ค.65 ไม่เกี่ยวกับการมอบโล่ด้วย ฉะนั้นคลิปแรกไม่เกี่ยวกับตน ต้องให้ความเป็นธรรมกับ สคบ.ที่ถูกกล่าวอ้างด้วยเคยเจอ “บอสพอล” แต่ไม่สนิทพ.ต.อ.ประทีปกล่าวต่อว่า ส่วนคลิปที่ตั้ง “ประทีป” เป็นรองเลขา สคบ.มาให้ดูแลบอสพอล ชี้แจงว่า ยังไม่มีใครยืนยันเป็นคลิปเสียงใคร แต่ตามที่เอ่ยชื่อออกมาตนรู้จักบุคคลนี้ที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการปราบปรามแชร์ลูกโซ่แต่ไม่สนิทคุ้นเคย ส่วนบอสพอลเคยเจอที่ สคบ. 2 ครั้ง ไม่เคยเจอนอกสถานที่ ครั้งแรกเจอปี 61 มาหารือการทำธุรกิจกับ สคบ. ครั้งที่ 2 ปี 65 นำขนมไหว้พระจันทร์มามอบให้หลายๆคนใน สคบ. มีการถ่ายรูปไว้ ยืนยันไม่สนิทส่วนตัว ส่วนการได้รับแต่งตั้งเป็นรองเลขาธิการ สคบ.ต้องผ่านการคัดเลือกของคณะบุคคลพิจารณา ไม่มีใครสั่งได้ ตนไม่เคยเดินตามใคร มีจุดยืนการทำงานชัดเจน ที่ถูกต้องตรงไปตรงมา แปลกใจว่าทำไมมีการปล่อยรูปภาพออกมา จากนี้จะตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินคดี เพราะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเทวดารับสินบนเต็ง 2 รับรู้จักบอสพอลเหมือนกันด้านนายสุวิทย์ วิจิตรโสภา ผู้ตรวจสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า รู้จักบอสพอลต้นปี 65 ที่มาสวัสดีปีใหม่ และเห็นห้องทำงานตนมีพระเยอะ และคุยกันเรื่องพระพุทธศาสนาจึงชวนไปทำบุญที่ตนเป็นประธานหล่อพระเมื่อวันที่ 23 ต.ค.65 ที่โคราช ไม่ได้สนิทสนมกัน ส่วนตนเป็นแคนดิเดต เลขาธิการ สคบ.หรือไม่ ต้องบอกว่าเคยเป็นรองเลขาธิการ สคบ.มา 2 ปี และมาเป็นผู้ตรวจสำนักนายกรัฐมนตรีมา 3 ปีในช่วงเป็นรองเลขาธิการ สคบ. เคยผ่านตาเรื่องดิ ไอคอน และเสนอผ่านเลขาธิการ สคบ.รวมทั้งสำนักฎหมายและกองขายตรงและตลาดแบบตรงของ สคบ.ไปตามขั้นตอนเชื่อข่าวลบมาจากกองเชียร์ 2 ฝ่ายนายสุวิทย์กล่าวด้วยว่า ข่าวที่ออกมาทำให้ สคบ.เสียหาย คนใน สคบ.ก็เครียดกัน ก็มีโทร.มาให้กำลังใจตน มีความเป็นไปได้เหมือนกันว่า ข่าวลบ สคบ.ที่ออกมาตอนนี้มาจากกองเชียร์ของ 2 ฝ่ายที่ลุ้นตำแหน่งเลขาฯ สคบ.คนใหม่ ยืนยันว่าตนไม่ใช่เทวดา สคบ.ที่รับสินบน ส่วนที่มีการขุดภาพตนกับบอสพอลทำบุญร่วมกัน เพราะตนชอบทำบุญและในวันที่ 3 พ.ย. จะไปทำบุญบ้านเกิด อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ก็ชวนเพื่อนหลักสูตรชวนคนใน สคบ.และภาคเอกชนรวมกัน 500 คน ในนั้นก็มีชื่อบอสพอล ถ้าจะมาเชื่อมโยงกันอย่างนี้สงสัยไม่ต้องคบใครแล้ว ส่วนกรณีที่มีการมอบโล่จาก สคบ.ให้กับบอสพอล ยอมรับเป็นการตัดสินของตนและคณะกรรมการใน สคบ.เพราะดิ ไอคอน เคยมอบแอลกอฮอล์และหน้ากากในช่วงโควิด ให้กับคณะกรรมธิการคุ้มครองผู้บริโภคที่โคราชเผย “ประทีป” ตัวเต็ง เลขาฯ สคบ.ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ตำแหน่งเลขาธิการ สคบ.ว่างอยู่ โดยผู้ที่เป็นแคนดิเดตจะขึ้นตำแหน่งเลขาธิการ สคบ.มี 4 คนที่เคยรับตำแหน่งรองเลขาธิการ สคบ. ปัจจุบันทั้ง 4 คนดำรงตำแหน่งผู้ตรวจสำนักนายกรัฐมนตรี แคนดิเดตอันดับ 1 คือ พ.ต.อ.ประทีป อันดับ 2 นายสุวิทย์ วิจิตรโสภา อันดับ 3 นายพิฆเนศ ต๊ะป่วง อันดับ 4 นายอุฬาร จิ๋วเจริญ ทั้งนี้ ประเด็นดิ ไอคอน ที่เกิดขึ้นกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ใน สคบ.ว่าเป็นการปล่อยคลิปเพื่อดิสเครดิตและแย่งชิงตำแหน่งเลขาธิการ สคบ.กันด้วย“บิ๊กป้อม” ไม่กังวลเรื่อง “สามารถ”เมื่อเวลา 14.05 น. ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.กล่าวสั้นๆด้วยสีหน้าเรียบเฉย ภายหลังประชุมพรรคถึงกรณีคลิปเสียงคล้ายเสียงนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช รองโฆษกพรรค พปชร. เรียกรับเงิน “บอสพอล ดิ ไอคอน” เพื่อช่วยไม่ให้ถูกตรวจสอบในชั้น กมธ.สภาผู้แทนราษฎรว่า เดี๋ยวจะมีผู้ชี้แจง เมื่อถามว่า ได้ต่อสายพูดคุยกับนายสามารถหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เดี๋ยวมีการชี้แจง เมื่อถามต่อว่ากังวลหรือไม่ เพราะนายสามารถถือเป็นคนสนิท พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่กังวลต่อมา พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพปชร.แถลงว่า จากการนำประเด็นดังกล่าวหารือในคณะกรรมการบริหารและสมาชิกพรรค พล.อ.ประวิตร ยืนยันมาตรฐานทางจริยธรรมของพรรค พร้อมเอาผิดทางวินัยและอาญา หากมีข้อมูลหรือพยานหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าเชื่อมโยงคนในพรรคจริง ไม่ปกป้องคนผิดอย่างแน่นอน ยืนยันไม่เอาไว้ ขณะนี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้รับเรื่องนี้ไว้พิจารณาแล้ว“บอสพอล” โพสต์ขอสื่อลบคลิปเสียงขณะที่ความเคลื่อนไหวของบอสพอล -นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล เจ้าของอาณาจักร ดิ ไอคอนกรุ๊ป หลังออกรายการแจงประเด็นร้อนที่เกิดขึ้น โดยเที่ยงวันเดียวกัน ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อช่วงเที่ยง โดยข้อความระบุว่า ขอสื่อลบคลิปภายใน 18 ต.ค. ไม่เช่นนั้นจะดำเนินคดี บอกรู้สึกผิดหลังมีการพาดพิง “นักการเมือง ส.” ยัน ไม่เคยให้เงิน แค่แนวคิดให้มาเป็นที่ปรึกษาบริษัทฯ สุดท้ายไม่มีการว่าจ้าง ไม่มีโอนเงิน“ขอวิงวอนสื่อลบคลิปที่ผิดกฎหมายทั้งหมด เพราะทำให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น...ผมรู้สึกผิดมาก ที่มีคนพาดพิงไปที่นักการเมือง ส ผมเองรู้สึกแย่มาก ที่ต้องทำให้ท่านต้องมาเดือดร้อน ผมขอบอกเลย ผมไม่เคยให้เงินนักการเมือง ส ตามที่ข่าวออกเลยแม้แต่บาทเดียว และคลิปนั้นเก่ามากแล้ว หลายปีแล้ว ไม่ต่ำกว่า 2-3 ปี ที่บอกจะให้เป็นรายเดือน ก็เป็นเพียงแนวคิดจะให้มาเป็นที่ปรึกษาบริษัทเพียงเท่านั้น โดยสุดท้ายก็ไม่มีการว่าจ้างหรือโอนเงินให้เลย ดังนั้น ข่าวที่บอกว่าผมโอนเงินให้รายเดือนนั้น ไม่เป็นความจริงแต่ประการใดเดดไลน์ 18 ต.ค.ไม่งั้นฟ้องผมเองมานอนคิด แล้วรู้สึกว่าทำให้ท่าน ส นั้นเสียหายอย่างมาก จึงควรต้องออกมาชี้แจง ผมขอกราบเท้าขอโทษ ท่านมา ณ ที่นี้ด้วยครับ ที่ทำให้ท่านเสียหายในการให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแสผมต้องกราบขอโทษ ท่านอีกครั้งผมขอยืนยันไม่เคยโอนเงิน ไม่เคยให้เงิน หรือสินทรัพย์ใดๆแก่ท่านเลยเพียงแต่ในช่วงเวลานั้นๆจะติดต่อให้ท่านมาเป็นที่ปรึกษาบริษัทก็เท่านั้น แต่ด้วยช่วงเวลาไม่ตรงกันจึงไม่ได้เชิญท่านมาแต่อย่างใดท้ายสุดนี้ ผมขอวิงวอนสื่อมวลชนทุกสื่อ ช่วยลบคลิปนั้นออกด้วย เพราะทำให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น และไม่มีเนื้อหาความเป็นจริง ตามที่สื่อนำเสนอเลยแม้แต่นิดเดียว ดังนั้น จึงขอความกรุณาให้ทุกคน ทุกแพลตฟอร์ม ลบคลิปทั้งหมดที่มิชอบด้วยกฎหมายภายในวันที่ 18 ตุลาคม 2567 ก่อนเวลา 23.59 น. มิเช่นนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมายเรื่องดักฟังและนำข้อมูลไปเผยแพร่ มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 1 แสนบาท“อิ๊งค์” สั่ง ตร.-สคบ.-อย.คุมเข้มเมื่อเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กรณีดิ ไอคอน กรุ๊ป ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จัดให้มีช่องทางที่ประชาชนจะสามารถเข้าแจ้งเรื่องของเบาะแสและการแจ้งความได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และสั่งให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เร่งกำหนดมาตรการและการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงให้ความรู้กับประชาชนด้วย เพราะบางคนเข้ามาในธุรกิจนี้ แต่ไม่ทราบว่าการขายตรงต้องมีอะไรอย่างไรบ้าง จะได้ไม่เกิดปัญหาต่อไป ป้องกันไม่ให้มีการหลอกลวงเช่นนี้ขึ้นอีก นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เร่งตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายเพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำสินค้าที่ไม่ผ่านการรับรองมาวางจำหน่าย ในระบบขายตรงหรือออนไลน์ พร้อมสั่งการให้กระทรวงการคลังเข้าไปตรวจสอบ และกำหนดมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดการทำธุรกิจในลักษณะแชร์ลูกโซ่ลั่นจริงจังรีบทำแล้วแถลงให้ ปชช.รู้เมื่อถามว่า ประเด็น ดิ ไอคอน มีกระแสข่าวบานปลายว่าเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องรับสินบน เราจะตรวจสอบอย่างไร นายกฯกล่าวว่า คดีนี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อถือเป็นเรื่องใหญ่ รัฐบาลและ ตร.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ต้องสอบสวนว่าใครทำอะไรบ้าง ซึ่ง ผบ.ตร.จริงจังในเรื่องนี้ และคดีนี้หากเป็นคดีพิเศษกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ต้องเข้ามาช่วย และอาจจะมีการขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาร่วมทำคดี เพื่อจะได้ทำงานให้ดียิ่งขึ้น ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีการรับส่วยนั้น เรื่องนี้ตนได้บอกไปยัง ผบ.ตร.แล้วว่า ให้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง เพราะไม่อยากให้มีผู้เสียหายเพิ่มเติมอีก เมื่อถามว่ามีการพูดถึงเทวดาใน สคบ.จะตรวจสอบอย่างไร นายกฯกล่าวว่า กรอบกว้างๆเราไม่อยากให้ธุรกิจที่หลอกลวงประชาชนเกิดขึ้นอีก เพราะความเสียหายมันใหญ่ ต้องทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง ซึ่งตนได้สั่งการไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ทำเรื่องนี้อย่างจริงจังเร็วที่สุดแล้วนำผลที่ได้มาแถลงต่อประชาชน เพื่อให้เกิดความสบายใจ เพื่อจะได้ทราบว่าหากต่อไปใครทำธุรกิจแบบนี้ เราต้องมีข้อมูลอย่างไรบ้างเพื่อไม่ให้ถูกหลอกเมื่อถามต่อว่า มีการปล่อยข่าวถึงขั้นว่าสามารถวิ่งเต้นไม่ให้นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร นายกฯกล่าวว่า เรื่องนี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรสั่งการแล้วอายัดแล้วก้อนแรก 125 ล้านค่ำวันเดียวกัน มีรายงานว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน “มุ่งมั่น สร้างสรรค์ พัฒนา” ออกเอกสารแถลงผลการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินกรณีบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป จำกัด กับพวกด้วย สำนักงาน ปปง.ได้รับรายงานจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค รายบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป จำกัด กับพวก ซึ่งมีพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดเกี่ยวกับความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 และจากการตรวจสอบรายงานและข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมในกรณีดังกล่าว มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจมีการโอน ยักย้าย ปกปิด หรือช่อนเร้นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในกรณีดังกล่าวและกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วน เลขาธิการ ปปง.จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 48 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ออกคำสั่งที่ ย. 214/2567 ให้อายัดทรัพย์สินของบริษัท ดิ โอคอน กรุ๊ป จำกัด นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล นายณิชพน ทองมี นางสาวฐิตตญา หงษ์อุปถุมภ์ไชย และนายกันต์ กันตถาวร เป็นทรัพย์สินประเภทเงินในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ เงินในบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน เงินในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ และเงินในบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและสินทรัพย์ดิจิทัล จำนวน 11 รายการ รวมราคาประเมินทั้งสิ้นประมาณ 125,548,076.99 บาท พร้อมดอกผลไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วันเตือนปกปิดอำพรางผิดฐานฟอกเงินทั้งนี้ สำนักงาน ปปง.ขอแจ้งเตือนว่าทรัพย์สินอื่นที่อยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินนั้น หากผู้โดโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าก่อน ขณะหรือหลังการกระทำความผิด มิให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลงในความผิดมูลฐานหรือกระทำด้วยประการใดๆเพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มาแหล่งที่ตั้ง การจำหน่าย การโอน การได้สิทธิใดๆ ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือมีการได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สิน โดยรู้ในขณะที่ได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สินนั้นว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ย่อมมีความผิดฐานฟอกเงิน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งจำทั้งปรับอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่