โลกมาถึงยุคที่ความแก่จะรักษาได้ และย้อนวัยได้ จนอาจเป็นอมตะ!! ได้ยินอย่างนี้คิดว่าเป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย ในเมื่อผู้สูงอายุไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ “ยิ่งแก่ ยิ่งจน” ไม่ใช่ “รวยก่อนแก่” เหมือนอารยประเทศจะมีประโยชน์อะไรที่อายุขัยจะยืนยาวขึ้น แต่คุณภาพชีวิตกลับถดถอยลง เพราะเป็น “สังคมสูงวัยที่แก่ก่อนรวย” นี่คือสถานการณ์จริงที่กำลังเกิดขึ้นกับสังคมไทย โดยปี 2567 ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุแบบสมบูรณ์ (Complete Aged Society) จากข้อมูลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เมื่อปี 2566 ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 13,064,929 คน คิดเป็น 20.17% ของประชากรรวมทั้งหมด และมีผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 8,901,145 คน คิดเป็น 14% ของประชากรรวมทั้งหมด คาดว่าภายในปี 2576 สัดส่วนผู้สูงอายุไทยจะทะลุ 30% ของจำนวนประชากรทั้งหมด กลายเป็นสังคมผู้สูงอายุแบบสุดยอด (Super Aged Society) สวนทางกับอัตราการเกิดและอัตราคนวัยทำงานที่ลดลงอย่างต่อเนื่องการเผชิญกับสถานการณ์สังคมผู้สูงอายุไม่ใช่วิกฤติใหม่ ทว่า เกิดขึ้นก่อนแล้วในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ยุโรป, ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ แต่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยตั้งแต่ปี 2548 (วัดจากจำนวนผู้สูงอายุมีสัดส่วนถึง 10% ของประชากรรวม) ขณะที่ประเทศยังไม่พ้นกับดักรายได้ปานกลาง ส่งผลให้คนไทยแก่ก่อนรวย!! ในประเทศที่ประชากรมีรายได้สูงสามารถจ่ายภาษีได้มาก รัฐก็สามารถนำงบประมาณมาจัดสรรสวัสดิการได้ครอบคลุมเพียงพอ แต่ของไทยเศรษฐกิจไม่ค่อยพัฒนา ทำให้ไม่สามารถจัดสรรสวัสดิการอย่างนั้นได้ ประกอบกับปัญหาเรื่องคุณภาพการศึกษาและคุณภาพคน ที่คนส่วนใหญ่มีเงินไม่เพียงพอในการเกษียณและใช้จ่ายในช่วงบั้นปลายชีวิต จำนวนมากยังต้องเสียเงินเสียทองที่สะสมมาทั้งชีวิตไปกับการรักษาพยาบาล ทำให้ถูกบีบเข้าสู่สถานการณ์ “ยิ่งแก่ยิ่งจน” ชนิดไม่มีทางต่อสู้ผู้เฒ่าผู้แก่บ้านไหนคิดจะหวังพึ่งลูกหลานให้กลับมาดูแลเมื่อชราภาพก็เป็นไปได้ยาก เพราะอัตราการเกิดลดลง และคาดว่าอัตราคนวัยทำงานในอนาคตก็จะลดลง เหลือคนทำงาน 2 คน ดูแลผู้สูงอายุ 1 คน แล้วลูกหลานจะรับมือไหวไหมกับบทบาทเสาหลักของบ้านที่ต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองไปพร้อมกับการแบกภาระเลี้ยงดูพ่อแม่ที่กำลังเข้าสู่วัยชราและมีแนวโน้มว่าจะอายุยืนยาวซะด้วย เฉลี่ยอายุขัยเกิน 77 ปีแน่นอนน่าเห็นใจสุดหนีไม่พ้น “เจเนอเรชันเดอะแบก” ที่หาเท่าไหร่ก็ไม่พอใช้ และเสี่ยงเงินหมดก่อนลาโลก เมื่อถึงเวลานั้นใครจะมารับช่วงดูแลเดอะแบกที่แก่เฒ่าไร้เรี่ยวแรง มันน่าคิดใช่ไหม?!ข่าวดีคือคนไทยใกล้อายุยืน 100 ปี เพราะนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัยรุดหน้ารวดเร็ว ส่วนข่าวร้ายคือหากต้องใช้ชีวิตหลังเกษียณยาวนานขึ้นขนาดนี้ จะเอาเงินที่ไหนมาหล่อเลี้ยงชีวิต นอกเหนือจากพึ่งสวัสดิการแห่งรัฐ.มิสแซฟไฟร์คลิกอ่านคอลัมน์ “คนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์” เพิ่มเติม