เริ่มจะเห็นร่องรอยความขัดแย้งในรัฐบาลเป็นรูปธรรมชัดขึ้น โดยเฉพาะ “เพื่อไทย” กับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างน้อย 2 พรรค คือ ภูมิใจไทยกับรวมไทยสร้างชาติประเด็นก็คือ “กัญชา” ยาเสพติดนี่ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกที่เกิดปรากฏการณ์แบบนี้ขึ้นมา แม้จะเค้าให้เห็นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะออกมาแบบนี้นโยบายกัญชาเสรีนั้นเกิดขึ้นมาสมัยรัฐบาลที่แล้ว ซึ่ง “ภูมิใจไทย” ถือธงนำหน้าที่ว่านี่คือนโยบายของพรรคที่ “พูดแล้วทำ” ก็ทำจริงๆจนเป็นรูปเป็นร่างได้คะแนนเสียงไปมากพอสมควร เพราะเรื่องกัญชานั้นได้ถูกปิดกั้นด้วยคำว่า “ยาเสพติด” ไม่ต่างกับ “ยาบ้า” แต่อย่างใดเมื่อมีพรรคการเมืองเปิดจุกให้โผล่ขึ้นมาได้ในรัฐบาลทหารด้วยซํ้าไป ยังเดินหน้าผ่านมาได้อย่างสบาย เพราะประชาชนค่อนข้างมากให้การสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขที่พร้อมไปด้วยผู้เชี่ยวชาญก็เห็นสอดคล้องกันว่ากัญชานั้นมีประโยชน์คือเป็น “ยา” รักษาโรคได้หลายอย่างอีกทั้งยังใช้ด้านการสันทนาการอีกด้วยด้วยการการันตีอย่างนี้ กัญชาจึงถูกถอดออกจากบัญชี “ยาเสพติด” เป็นกัญชาเสรีที่ใช้ประโยชน์ด้านการแพทย์ มีการดำเนินการผ่านขั้นตอนต่างๆมาทั้งหมดแต่มาเกิดปัญหาในการออกกฎหมายที่ใช้ควบคุม ทำให้กระบวนการต่างๆ จึงไม่สะเด็ดนํ้า ซึ่งภูมิใจไทยหวังว่ารัฐบาลใหม่จะทำให้เสร็จเรียบร้อยเมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้ประชาชนเห็นช่องทางเพื่อทำธุรกิจจึงลงทุนกันค่อนข้างมาก และกว้างขวางไปทั่วประเทศนี่คือภาพรวมทั้งหมดที่เกิดขึ้น!แต่พอมาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน นายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” กลับมีนโยบายใหม่ที่จะให้ “กัญชา” กลับไปอยู่ในบัญชี “ยาเสพติด” ก็เลยเกิดปัญหาพรรคภูมิใจไทยแม้แรกๆก็ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไรมาก มีเพียงลูกพรรคที่แสดงความไม่เห็นด้วย แต่ถ้าอ่านเกมกันแล้วก็คือการต่อต้านแนวทางนี้จนกระทั่งรัฐมนตรีสาธารณสุขคนใหม่ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” เดินเครื่องทันทีเพื่อสนองนโยบายนายกรัฐมนตรีประกาศขึ้นบัญชียาเสพติดทันที และเสนอให้คณะกรรมการยาเสพติดแห่งชาติพิจารณาเรื่องนี้นั่นแหละเกิดเรื่อง...“อนุทิน ชาญวีรกูล” ก็ประกาศทันทีว่ารู้สึกไม่สบายใจและได้นำเรื่องนี้หารือกับนายกรัฐมนตรี พร้อมกับประกาศว่าจะโหวตไม่เห็นด้วยแสดงจุดยืนให้รู้กันไปเลยถัดจากนั้น “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติในฐานะ 1 ในกรรมการได้ออกมาตั้งคำถามกับ ป.ป.ส.ว่า “คนเดียวกันพูดคนละอย่างได้อย่างไร” จึงขอฟังเหตุผลก่อนเป็นความไม่ราบรื่นที่เริ่มบานปลายแล้วความจริงเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีก็รู้ดีว่าเป็นนโยบายของภูมิใจไทยอันไม่ต่างจาก “ดิจิทัลวอลเล็ต” ที่ “เพื่อไทย” ผลักดันและให้พรรคร่วมรัฐบาลสนับสนุนแต่มาถึงเรื่อง “กัญชา” กลับไปหักดิบเขาอย่างนี้...เขาก็ไม่ยอมนั่นเป็นเพราะโลกทัศน์ในการมอง “กัญชา” ที่ไม่รู้จริงคิดว่าเป็นเพียงแค่ยาเสพติดเท่านั้น แต่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้นหลายประเทศให้เป็น “กัญชาเสรี”ถ้าไม่รู้จริง ไม่ศึกษาให้ชัดเจน หวังหาคะแนนเท่านั้น...มันถึงยุ่ง!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม