งาดำพันธุ์อุบลราชธานี 3...ผลงานวิจัยของศูนย์วิจัยพืชไร่อุบลราชธานี ที่มีลักษณะเด่น ให้ผลผลิตสูงไร่ละ 135 กก. การทดสอบของศูนย์ในไร่เกษตรกรให้ผลผลิตเฉลี่ยไร่ละ 102 กก.เมล็ดโตกว่างาดำพื้นเมือง มีปริมาณธาตุอาหารที่จำเป็นต่อมนุษย์สูงกว่างาดำพื้นเมืองพันธุ์นครสวรรค์ แคลเซียมสูง 0.73% และมีสารต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ 12,813 มิลลิกรัม/ กิโลกรัม สูงกว่างาดำนครสวรรค์ร้อยละ 8 สามารถปรับตัวกับสภาพการปลูกได้ดี โดยมีความสม่ำเสมอในการให้ผลผลิต “ที่ผ่านมาเกษตรกรพึงพอใจกับผลผลิต งาดำพันธุ์อุบลราชธานี 3 เพราะสามารถปลูกเป็นพืชหลังนาทดแทนการปลูกข้าวนาปรังได้ และ ยังทำให้เกษตรกรมีรายได้เสริมจากการจำหน่าย งาดำพันธุ์อุบลราชธานี 3 อีกทั้งผู้ประกอบการมีความพึงพอใจกับผลผลิตงาอินทรีย์พันธุ์นี้ และขณะนี้ผลผลิตยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด”นางศิริรัตน์ กริชจนรัช นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยพืชไร่อุบลราชธานี บอกว่า การเพิ่มพื้นที่ของการปลูกงาดำพันธุ์อุบลราชธานี 3 จึงมีความจำเป็นแต่มีข้อจำกัดตรงเกษตรกรรายใหม่ที่มีความสนใจ และอยากเรียนรู้การปลูกงาดำพันธุ์อุบลราชธานี 3 ยังไม่มีความคุ้นชินกับการปลูกงาตามหลักวิชาการ ทางศูนย์วิจัยพืชไร่อุบลราชธานี จึงได้ดำเนินโครงการนำงานวิจัยงาไปใช้ประโยชน์ถ่ายทอดสู่เกษตรกรใน 3 โครงการ1.โครงการเทคโนโลยีการปลูกงาในนาข้าวจากวิสาหกิจชุมชนสู่อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ ด้วยการส่งเสริมให้เกษตรกรในชุมชน ต.ขามเปี้ย อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ปลูกงาอินทรีย์หลังการทำนาปี โดยจัดอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านแปลงต้นแบบ มีการติดตามแปลงต้นแบบและแปลงขยายผล 25 แปลงมีเกษตรกรที่ประสบผลสำเร็จในการปลูกงาจนเก็บเกี่ยวผลผลิต 18 ราย พื้นที่ 20 ไร่ ผลผลิตรวม 441 กิโลกรัม และจำหน่ายให้แก่บริษัทในราคา กก.ละ 100 บาท2.โครงการพัฒนาชุมชนต้นแบบ เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์งาอินทรีย์และงา GAP ในสภาพนา เพื่อยกระดับรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน เนื่องจากศูนย์วิจัยพืชไร่อุบลราชธานีมีแนวคิดที่จะสร้างเกษตรกรต้นแบบในการผลิตเมล็ดพันธุ์งาคุณภาพ เพื่อช่วยลดต้นทุนในการซื้อเมล็ดพันธุ์ และเป็นรายได้เสริมให้กับเกษตรกรผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ ผลการดำเนินงานได้สร้างชุมชนต้นแบบผลิตเมล็ดพันธุ์งาดำพันธุ์อุบลราชธานี 3 ได้ 3 ชุมชน ได้เกษตรกรต้นแบบเพื่อถ่ายทอด หรือให้คำแนะนำการผลิตเมล็ดพันธุ์งา 10 ราย แปลงต้นแบบผลิตเมล็ดพันธุ์ 20 แปลง พื้นที่ 35 ไร่ ผลผลิตเมล็ดพันธุ์งารวม 1,498 กก. ได้ผลตอบแทนในการผลิตเมล็ดพันธุ์งา GAP ของแปลงต้นแบบไร่ละ 4,538 บาท งาอินทรีย์ ไร่ละ 5,470 บาท ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นไร่ละประมาณ 3,000 บาท3.โครงการการพัฒนาศักยภาพผู้นำเกษตรกรและกลุ่มเกษตรในชุมชนต้นแบบการผลิตงา ขับเคลื่อนระบบการผลิตและการแปรรูป เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน เป็นโครงการสร้างชุมชนต้นแบบการผลิตงา 3 ชุมชน เกษตรกรต้นแบบ 10 ราย ในการเป็นพี่เลี้ยงถ่ายทอดความรู้ด้านการปลูกงาและการแปรรูปงา ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์แปรรูปที่สามารถผลิตได้ในระดับชุมชน 2 ผลิตภัณฑ์...สบู่งาและน้ำมันนวดน้ำมันงา “เกษตรกรภายใต้โครงการมีการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งภายในชุมชน ทำให้ได้เกษตรกรต้นแบบ ที่มีความกระตือรือร้นผลิตงาดำพันธุ์อุบลราชธานี 3 อินทรีย์ครบวงจร ทั้งการผลิตวัตถุดิบและการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ ทำให้มีความต้องการปลูกอย่างมาก สำหรับผู้ที่สนใจงาดำพันธุ์อุบลราชธานี 3 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์วิจัยพืชไร่อุบลราชธานี โทร.0-4521-0397” นางศิริรัตน์ กล่าวเชิญชวน. ชาติชาย ศิริพัฒน์คลิกอ่าน "ข่าวเกษตร" เพิ่มเติม