ไทยสุดยินดีและปลื้มปีติ หลังรับมอบโบราณวัตถุมรดกล้ำค่า 2 รายการ “โกลเด้นบอย” และ “ประติมากรรมสตรีนั่งพนมมือ” คืนจากสหรัฐฯ สำเร็จลุล่วงราบรื่นไร้อุปสรรค ภัณฑารักษ์เผยประติมากรรมสำริดรูปพระศิวะมีสภาพสมบูรณ์สวยงามมาก เป็นผลงานชิ้นเอกชิ้นเดียว เป็นหนึ่งในประติมากรรมทางศาสนาประเภทรูปเคารพที่ยังหลงเหลือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรมศิลป์เปิดให้ประชาชนเข้าชม 22 พ.ค. ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ด้าน รมว.วัฒนธรรมชื่นชมสปิริตพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน ที่คืนโบราณวัตถุให้ไทยหลังสูญหายไปนานเกือบ 50 ปี เผยยังติดตามทวงของที่หายต่อเนื่อง หลังพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน หรือ The MET นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งคืนโบราณวัตถุอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 ให้ประเทศไทย 2 รายการ ได้แก่ ประติมากรรมสำริดรูปพระศิวะ (The Standing Shiva) หรือ Golden Boy โบราณวัตถุชิ้นเอกล้ำค่าของโลกที่ถูกขโมยไปจากปราสาทบ้านยางโป่งสะเดา จ.บุรีรัมย์ เป็นเวลากว่า 50 ปี และประติมากรรมรูปสตรีนั่งชันเข่าพนมมือไหว้เหนือศีรษะ (The Kneeling Female) ที่คาดว่าถูกขโมยไปเช่นกัน ประติมากรรมทั้ง 2 ชิ้น ถูกส่งกลับถึงแผ่นดินไทยผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้วตั้งแต่เมื่อเช้าวันที่ 20 พ.ค.ที่พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 พ.ค. กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน สหรัฐอเมริกา แถลงข่าวการรับและส่งมอบประติมากรรมทั้ง 2 รายการกลับคืนประเทศไทย มี น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม เป็นประธาน พร้อมด้วยนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายจอห์น กาย ผู้แทนพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน สหรัฐอเมริกา และคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย เข้าร่วมพิธี ก่อนการแถลงข่าวมีเสียงฟ้าร้องคำรามเสียงดังเป็นระยะๆ กระทั่งถึงช่วงเวลาเริ่มแถลง มีฝนตกกระหน่ำอย่างหนักและมีฟ้าร้องคำรามเสียงดัง จนผู้ร่วมงานต่างกล่าวกันว่าเสมือนเป็นสายฝนแห่งการต้อนรับประติมากรรมอันล้ำค่าทั้ง 2 รายการ คืนกลับบ้านเกิดประเทศไทยนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่ารู้สึกโชคดีที่เป็นคนแรกที่ได้เห็นโกลเด้นบอยและประติมากรรมสตรีนั่งพนมมือ ที่สหรัฐอเมริกาส่งมอบคืนมา ตื่นเต้นและดีใจมาก ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่ได้มีการรับมอบของที่มีค่าคืนมาเร็วที่สุด เมื่อประมาณ 40- 50 ปีที่ผ่านมา มีการล่าสมบัติโบราณวัตถุและลักลอบนำออกไปนอกประ เทศ ขณะนั้นกรมศิลปากรไม่สามารถป้องกันครอบคลุมทั้งหมดได้ เป็นเรื่องที่เราจะเก็บไว้เป็นบทเรียนและเป็นความทรงจำ การได้คืนมาของโกลเด้นบอยและประติมากรรมสตรีนั่งพนมมือ แสดงให้เห็นถึงจริยธรรมที่พิพิธภัณฑ์ทั่วโลกควรจะมี การที่เดอะเมทคืนโบราณวัตถุที่คนทั่วโลกอยากจะไปชมและเป็นสมบัติของมนุษยชาติคืนสู่แผ่นดินไทย ครั้งนี้เป็นความร่วมมือร่วมแรงและร่วมใจ หวังว่าการกลับคืนมาของโกลเด้นบอยเป็นการกลับสู่แผ่นดินแม่อย่างถาวร การได้คืนโบราณ วัตถุของไทยยังคงไม่สิ้นสุดแค่นี้ เป็นการได้คืนทั้งมิตรภาพของทั้งสองประเทศ กรมศิลปากร ดำเนินการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามการค้าโบราณวัตถุ โดยปิดทุกเส้นทางในการลักลอบนำเข้าและออก ตั้งแต่เหนือจรดใต้ จะพยายามไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ด้านนายจอห์น กาย ภัณฑารักษ์แผนกศิลปะเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน กล่าวว่าการส่งมอบโบราณวัตถุคืนให้แก่ประเทศไทยครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือจากการหารือร่วมกันอย่างต่อเนื่องของทั้งสองฝ่าย พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน ตรวจสอบข้อมูลแล้วยืนยันว่าโบราณวัตถุดังกล่าวเป็นของราชอาณาจักรไทยโดยสิทธิอันชอบธรรม จึงมีความมุ่งมั่นให้ความสำคัญกับที่มาอันถูกต้องของโบราณวัตถุในครอบครอง ทั้งนี้ ประติมากรรมสำริดรูปพระศิวะหรือโกลเด้นบอย ในศาสนาฮินดู เป็นผลงานชิ้นเอกชิ้นเดียว เป็นหนึ่งในประติมากรรมทางศาสนาประเภทรูปเคารพที่สำคัญที่สุด ที่ยังหลงเหลืออยู่ในแผ่นดินใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีสภาพการเก็บรักษาเกือบสมบูรณ์ เป็นประติมากรรมที่มีรูปร่างงดงาม แต่น่าเสียดายที่ไม่มีจารึกใดๆที่จะปรากฏเป็นเบาะแสในการตรวจสอบแหล่งกำเนิดได้ ดังนั้น รูปเคารพนี้จึงทำหน้าที่เป็นรูปเคารพทางศาสนาที่สำคัญในเทวสถานในช่วงพุทธ ศตวรรษที่ 16-17 น่าจะหมายถึงพระศิวะ เทพในศาสนาพราหมณ์“ประติมากรรมสำริดรูปพระศิวะองค์นี้ โดดเด่นกว่ารูปประติมากรรมที่กล่าวมาในแง่ของคุณภาพของประติมากรรม ความประณีต ส่วนความยิ่งใหญ่ของตัวประติมากรรมและการตกแต่งเครื่องประดับ ยังไม่อาจเทียบได้ รวมถึงการตกแต่งด้วยกะไหล่ทองซึ่งยังคงอยู่แม้ผ่านมานับพันปี หากพิจารณาจากผ้านุ่งห่มแบบสมพตในภาษาเขมรหรือผ้านุ่งในภาษาไทยมีการตกแต่งรอยผูกที่ชายผ้าด้านหน้าและปมผ้าด้านหลังก็ตกแต่งอย่างสวยงามสะท้อนเรือนร่างที่สวมใส่อยู่ เครื่องประดับ พาหุรัด กำไลข้อมือ กำไลข้อเท้า กรองคอและมงกุฎ เป็นส่วนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ ดังที่ นิตยา กนกมงคล ผอ.สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ตั้งข้อสังเกตไว้ การวางเท้าเหลื่อม อาจบ่งบอกถึงการเคลื่อนไหว หรือสิ่งนี้คือเทพที่กำลังเคลื่อนไหว” ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทันกล่าวนายจอห์นกล่าวต่อว่า ส่วนโบราณวัตถุชิ้นที่สอง คือ ประติมากรรมรูปสตรีนั่งชันเข่าพนมมือเหนือศรีษะที่ประดับด้วยเพชรพลอย เป็นสตรีในราชสำนักทำกิริยาท่าทางการสักการะตามธรรมเนียม ท่านั่งโดยพับขาข้างหนึ่งไว้ข้างใต้ เท้ามองเห็นได้จากด้านหลัง มีลักษณะเป็นธรรมชาติและปฏิบัติตามมารยาทในการนั่งต่อหน้าพระราชวงศ์ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ยังคงพบเห็นอยู่ในปัจจุบันในไทย การสร้างประติมากรรมสำริดลักษณะนี้ ต้องทุ่มเทและใช้ทรัพยากรอย่างมาก เนื่องจากมูลค่าของโลหะมีราคาสูงมาก ส่วนตัวเชื่อว่าผลิตขึ้นในโรงหล่อหลวงบริเวณชั้นในของเมืองพระนคร เช่น โรงถลุงแร่และหล่อโลหะแห่งหนึ่งในบริเวณพระราชวังที่นครธมที่ได้รับการสำรวจทางโบราณคดีใช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา“ประติมากรรมทั้งสองชิ้น หล่อด้วยกระบวนการสูญขี้ผึ้ง มีแกนเหล็กยื่นออกมาจากส่วนมงกุฎถึงเท้าการตกแต่งในขั้นตอนสุดท้ายบนพื้นผิวสำริด ทำได้อย่างประณีตและละเอียด เมื่อตรวจสอบพระพักตร์ของพระศิวะและสตรีนั่งชันเข่าโดยละเอียด พบว่าทั้งสององค์มีการตกแต่งด้วยการฝังแก้ว หินผลึกและโลหะที่แตกต่างกัน คือ ทองคำและเงิน พระเนตรของพระศิวะล้อมด้วยเงินและพระเนตรดำ อาจเคยมีหินคริสตัลฝังอยู่ หนวด-เครามีร่องรอยการประดับตกแต่งด้วยการฝังวัตถุเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกันประติมากรรมทั้งสองชิ้นนี้ ติดตั้งอยู่บนแท่นหินในเทวสถานที่สร้างด้วยศิลาแลงหรืออิฐ สว่างไสวด้วยตะเกียงน้ำมัน จึงมีอำนาจและสง่างามน่าหลงใหล พระศิวะประทับยืนเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาที่สำคัญสำหรับการสักการะในวิหารหลวง เพื่อการสักการะของราชวงศ์ที่นครวัดและถูกส่งไปประดิษฐานยังเมืองสำคัญของอาณาจักรเขมรด้วย ตนหวังว่าจะได้สานต่อการเจรจาและทำงานร่วมกับผู้ร่วมงานในไทยเพื่อแสดงให้โลกได้เห็นถึงประวัติศาสตร์และคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทย” นายจอห์น กล่าว ขณะที่นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กรมศิลปากรจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมความงามของโบราณวัตถุทั้ง 2 รายการ พร้อมเคลื่อนย้ายประติมากรรมสำริดขนาดใหญ่ที่ขุดพบจากปราสาทสระกำแพงใหญ่ จ.ศรีสะเกษ มีรูปแบบใกล้เคียงกับประติมากรรมโกลเด้นบอย จากพิพิธ ภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย มาจัดแสดงร่วมกัน ณ ห้องลพบุรี อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ในนามของรัฐบาลและชาวไทยทุกคน ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่ง ที่ไทยได้รับมอบโบราณวัตถุสำคัญของชาติกลับคืนสู่มาตุภูมิ หลังถูกลักลอบนำออกจากประเทศไทยไปนาน 45 ปี เป็นหลักฐานแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของดินแดนไทยในอดีตเมื่อกว่าพันปี เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่งของชาติ ควรค่าแก่ความภาคภูมิใจ ทั้งเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือของไทยในช่วงเวลาดังกล่าว ความงามของโบราณวัตถุบ่งบอกถึงฝีมือช่าง และเทคโนโลยีชั้นสูง ในการหล่อโลหะของคนโบราณ โดยเฉพาะเป็นของที่หาได้ยาก เป็นที่ยอมรับว่าเป็นโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยมที่มีคุณค่าระดับโลก ทั้งแสดงให้เห็นว่าพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน เห็นถึงความสำคัญของที่มาอันถูกต้องของโบราณวัตถุในครอบครองและมิตรไมตรีที่มีมาอย่างยาวนานของไทยกับสหรัฐฯ ขอขอบคุณกรมศิลปากร กระทรวงการต่างประเทศ คณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิทัน สหรัฐอเมริกา ที่ช่วยดำเนินการให้สำเร็จลุล่วงอย่างดียิ่ง“ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการธำรงรักษาไว้ซึ่งมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ จะเป็นอีกกลไกสำคัญหนึ่งที่ทำให้ชาวไทยเกิดความภาคภูมิในรากเหง้าของชาติ เกิดความรัก หวงแหนและรักษาให้เป็นสมบัติของชาวไทย จากนี้กรมศิลปากรจะศึกษารายละเอียด เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนแล้วจะเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบต่อไป ส่วนการเก็บรักษาเบื้องต้นจะจัดแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ยังไม่มีแผนการเคลื่อนย้ายไปเก็บรักษาไว้ที่อื่น ขณะนี้ ยังมีการติดตามทวงคืนโบราณวัตถุอย่างต่อเนื่อง อยู่ระหว่างการเจรจาอีก 5 รายการ ปัจจุบันได้โบราณวัตถุ กลับคืนมาแล้ว 96 รายการ” น.ส.สุดาวรรณกล่าวอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่