เมาแล้วขับเป็นเรื่องอีก คราวนี้ ดร.สาว อดีตผู้บริหารสาว บริษัทระดับโลก ถีบหน้ารอง ผกก. 5 บก.จร. ขณะถูกจับคาด่านเมาย่าน สน.ประเวศ เป่าเกินถึง 104 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แถมพ่นคำด่าใส่ตำรวจ เผยเจ้าตัวเคยถูกจับแบบเดียวกันมาแล้วเมื่อปี 65 อยู่ระหว่างรอลงอาญา เบื้องต้นถูกแจ้ง 3 ข้อหา แต่รับสารภาพเพียงข้อหาเมาแล้วขับ ก่อนใช้เงินสดประกันตัวไป 6 หมื่นบาท ขณะที่เจ้าตัวชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก ข้อมูลที่ออกไปมีข้างเดียว บางอย่างไม่เป็น ความจริงและถูกบิดเบือนจากกรณีอดีตผู้บริหารสาวของบริษัทให้บริการ ด้านข้อมูลระดับโลกถูกจับกุมในขณะเมาแล้วขับ ระหว่างนำตัวขึ้นรถส่งไปดำเนินคดีที่ สน.ประเวศ เจ้าตัวขัดขืนถีบหน้า พ.ต.ท.ดาราธร ขจรศิลป์ รอง ผกก.5 บก.จร. ไป 1 ครั้งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เหตุเกิด ที่ด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ ถนนเลียบมอเตอร์เวย์ ฝั่งตรงข้ามมัสยิด แขวงและเขตสวนหลวง กทม. เมื่อ เวลา 00.30 น. วันที่ 23 เม.ย. พบประวัติผู้ต้องหาเคยถูกดำเนินคดีข้อหาเมาแล้วขับมาแล้ว 1 ครั้งเมื่อปี 65เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 26 เม.ย. พ.ต.ท. ดาราธร ขจรศิลป์ รอง ผกก. 5 บก.จร. เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 23 เม.ย. ขณะที่ตนพร้อมกำลังตำรวจ กก.5 บก.จร. ตั้งจุดตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์และกวดขันวินัยจราจรบริเวณฝั่งตรงข้ามมัสยิด ถนนเลียบมอเตอร์เวย์ แขวงและเขตสวนหลวง กทม. พบรถเบนซ์ รุ่นซี 220 บี สีดำ ทะเบียน 2 กร 151 กรุงเทพมหานคร มี อดีตผู้บริหารสาว บริษัทระดับโลก อายุ 51 ปี เป็นผู้ขับขี่ วิ่งเข้ามายังจุดตรวจ เมื่อตำรวจตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ปรากฏวัดได้ 104 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงแจ้งสิทธิ์และแจ้งข้อกล่าวหา ขณะนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถกระบะตอนครึ่งเพื่อคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนที่ สน.ประเวศ ผู้ต้องหาขัดขืนด่าทอเจ้าหน้าที่และถ่ายวิดีโอ ระหว่างที่ตัวผู้ต้องหาเข้าไปในห้องโดยสารแล้วแต่ขายังอยู่นอกรถ ตนพยายาม รวบขาของผู้ต้องหาเข้าไปในรถ ในจังหวะปล่อยมือเพื่อปิดประตูรถ ผู้ก่อเหตุได้ชักเท้าออกและถีบในลักษณะยันเข้าที่ใบหน้าด้านขวา ทำให้หน้าชารู้สึกมึนฟกช้ำเล็กน้อยก่อนตนจะขึ้นรถและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุรายนี้ไว้ไม่ให้ขัดขืนตลอดทางจนถึง สน.ประเวศ เบื้องต้นคุมตัวส่งให้ ร.ต.ท.กิตติโชติ สุ่มมาตย์ รอง สว. (สอบสวน) สน.ประเวศ สอบปากคำพ.ต.ท.ดาราธรกล่าวต่ออีกว่า อดีตผู้บริหารสาว บริษัทระดับโลก ยินยอมรับทราบข้อหาดื่มสุราแล้วขับรถ แต่ในส่วนข้อหาทำร้ายร่างกายและขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานนั้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธและไม่ขอให้ปากคำใดๆโดยแจ้งกับพนักงานสอบสวนว่าจะประสานทนายความเดินทางเข้าให้ปากคำกับตำรวจอีกครั้ง ทั้ง 3 ข้อหาผู้ต้องหาใช้เงินสด 6 หมื่นบาทปล่อยตัวชั่วคราวออกไป จากการตรวจสอบประวัติพบผู้ต้องหาเคยถูกจับดำเนินคดีข้อหาเมาแล้วขับเมื่อวันที่ 17 ส.ค.65 เวลา 22.00 น. อยู่ระหว่างรอลงอาญา 2 ปี การจับกุมดังกล่าวเป็นการจับกุมในพื้นที่ใกล้เคียงกับจุดจับกุมครั้งนี้ โดยถูกตำรวจ กก. 5 บก.จร. จับกุมเช่นเดียวกับครั้งนี้“เหตุการณ์นี้มีสิ่งที่ทำให้ลูกน้องของผมคาใจก็คือ คำพูดของผู้ต้องหาที่ต่อว่าตำรวจโดยใช้คำว่า “อีชั้นต่ำ” และยังมีทีท่าไม่ยอมรับผิดกับสิ่งที่ทำ ผมยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง” พ.ต.ท.ดาราธรกล่าวขณะที่ พ.ต.อ.สุรพงษ์ พุฒขาว ผกก.สน.ประเวศ กล่าวว่าพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ เตรียมนัดหมาย พ.ต.ท.ดาราธร ขจรศิลป์ รอง ผกก.5 บก.จร. เข้าให้ปากคำในรายละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นเจ้าตัวให้ข้อมูลและส่งมอบบันทึกการจับกุมให้กับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเป็นที่เรียบร้อย มีรายละเอียดชัดเจนสามารถใช้ประกอบสำนวนคดีได้ ทั้ง 3 ข้อหา ขณะที่ภาพจากกล้องประจำตัวของตำรวจสามารถบันทึกเหตุการณ์ได้ชัดเจนและเตรียมนำหลักฐานทั้งหมดมาประกอบสำนวน โดยในวันที่ 27 เม.ย. ผู้ต้องหาและทนายความจะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมในคดีนี้อีกครั้งวันเดียวกัน อดีตผู้บริหารสาว บริษัทระดับโลก โพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ใจความสรุปว่า “ขอบคุณทุกท่านที่ถามไถ่กันมาค่ะ ข้อมูลที่ออกไปมีข้างเดียว บางอย่างไม่เป็นความจริงและถูกบิดเบือน ยังไม่มีการให้ปากคำใดๆทั้งสิ้นในฝั่งเรา รายละเอียดส่วนนั้นจะอยู่ในชั้นสอบสวนและได้มอบหมายทนายความเป็นผู้ดำเนินการแล้ว จุดประสงค์หลักคือยอมรับในส่วนที่ทำและใช้หลักฐานชี้แจงในส่วนอื่นๆ แต่ขอไม่เป็นเครื่องมือให้ฝ่ายไหนทั้งสิ้น ขออภัยท่านที่ติดต่อมาและเรานิ่งเฉยนะคะ”อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่