ยอมทิ้งงานเพลงกว่า 20 ปี สาว “เอิร์น-จิรวรรณ ชัยรุ่งเรือง” อดีตนักร้องดังยุค 90 มาลุยธุรกิจโรงเรียน สาธิตกรุงเทพธนบุรี กับสามี ดร๊าฟ-ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล แต่ตอนนี้เริ่มคิดถึงวงการเพลง คุยกับเพื่อนๆนักร้องอยากกลับมาทำเพลงด้วยกันอีกครั้ง เอิร์น เล่าว่า “วันนี้มาพร้อมกับบทบาทผู้อำนวยการโรงเรียนกรุงเทพสาธิตธนบุรี เป็นโรงเรียนที่ลูกชายก็เรียนทั้ง 2 คนและเราก็เป็นผู้บริหารเต็มตัว อย่างที่บอกว่าลูกเรียนก็ต้องบริหารแนวคิดแบบคนเป็นแม่ เราอยากให้ลูกเป็นยังไง อยากให้ลูกเรียนรู้ยังไง เพราะปัจจุบันในยุคนี้ผู้ปกครองและเด็กถือว่าโชคดี เพราะมีทางเลือกแนวทางการสอน รร.แต่ละ รร.ก็มีแนวทางให้เลือกเยอะ ผิดกับสมัยก่อน ซึ่งของเราก็จะมีในรูปแบบของเรา ก็คือเป็นการผสมผสานระหว่างวิชาการกับบูรณาการ แล้วก็สอนสนทนา 3 ภาษา อังกฤษ จีน ไทย ต้องแข็งแรง ธงคือลูกเอิร์นใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยเป็นหลัก เราไม่ได้มีความรู้สึกว่าลูกเราต้องไปเรียนเมืองนอก ต้องไปเข้ามหาวิทยาลัยเมืองนอก เพราะสมัยนี้การศึกษาบ้านเราก็มีให้เลือกเยอะ ตอบโจทย์ไม่แพ้ต่างประเทศ ธงลูกเราคือเรียนในไทย สิ่งที่เค้าควรจะได้ในตัวเค้าเลยก็คือวัฒนธรรมไทย ภาษาไทยต้องแตกฉาน”เวลาลูกชายอยู่ รร.เป็นยังไงบ้าง จะออกแนวซ่าซนมั้ย? “ไม่ซ่าค่ะ คือต้องบอกว่ายิ่งแม่เป็นผู้อำนวยการก็ต้องยิ่งกลัว”เวลาเด็กเรียกครูเอิร์นรู้สึกยังไง? “น่ารักค่ะ อย่างบางทีเพื่อนลูกๆ ก็จะเรียกทั้งแม่เอิร์น ทั้งครูเอิร์น ก็รู้สึกว่า นอกเหนือจากคุณแม่เราก็เป็นคุณครูนะ เพราะฉะนั้นเราทำอะไรเราก็ยิ่งต้องนึกถึงเค้าทั้งบทบาทของแม่และบทบาทของครูด้วย” งานในวงการบันเทิงบ้าง เห็นว่าจะกลับมาร้องเพลง? “มีโครงการอยากจะทำเพลงด้วยกันกับเพื่อนๆศิลปินในยุคเดียวกันค่ะ ต้องบอกว่าเราคุยกันมาตลอดอยู่แล้วเพราะเป็นกลุ่มที่เราเจอกันตลอด เจอกันทุกปี ปีละครั้งสองครั้งก็จะอัปเดตกันเรื่องครอบครัว ในแก๊งก็จะมีน้องแนนซี่ น้องอ้อน ลัคนา น้องนาตาลี แจ๊สกี้ แต่คือนาตาลีอยู่เมืองนอกจะกลับมาปีละครั้งสองครั้งก็จะนัดเจอกัน ก็จะมีน้องอ้อนและพี่กรพินธุ์ที่ยังเจอกันอยู่ตลอด ยังคุยอัปเดตกันเรื่องครอบครัว การงานว่าทำอะไรกันอยู่บ้าง เจอกันแต่ละทีก็เรียกว่าปล่อยแก่กัน คือคุยเรื่องอดีต ทุกคนมีลูก ตรงนี้คือเอิร์นว่าเป็นอุปสรรคในการทำงานอย่างอื่น พอลูกโตถึงกลับมาทำงาน มันก็เลยต้องมาเมเนจกัน ตรงนี้มันเป็นอุปสรรคพอสมควร อีกอย่างก็คือเรื่องเวลา มีทั้งงานประจำ มีทั้งบทบาทของการเป็นคุณแม่ด้วย แล้วมาตรงนี้คือต้องลูกโตหน่อย สำหรับเอิร์นคือลูกกำลัง 8 ขวบ กับ 10 ขวบ ก็เริ่มโตละ เราก็เริ่มจัดสรรชีวิต จัดสรรเวลาการทำงานไปได้มากน้อยแค่ไหน แต่อย่างน้องแนนซี่, น้องอ้อน ที่ลูกคนเล็กกำลังจะเข้า รร. ก็อาจจะต้องอยู่กับลูกเป็นหลัก แต่ก็มีการพูดคุยกันตลอดว่าเราต้องทำซิงเกิลนะ ถ้าทุกคนว่างพร้อมกันก็ไม่ยาก เพราะทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน ว่าเราอยากมีซิงเกิลที่หลังจากผ่านมา 20 กว่าปี มุมมองในเรื่องของการจะร้องเพลงด้วยกันเป็นยังไง ก็จะถ่ายทอดออกมาในเพลงของพวกเรา”ตอนนี้เริ่มแล้วใช่ไหม? “ก็มีการพูดคุยกันแล้วค่ะ ถ้ามีเวลาตรงกันก็ไม่น่าจะนานเพราะว่าเราก็มีทีมงานที่เราคุ้นเคยกันอยู่แล้วด้วยค่ะ”ทุกเสียงทุกคนก็บอกว่าอยากทำ ตัวเอิร์นรู้สึกยังไงบ้าง? “เอาจริงๆ ตื่นเต้นนะ ณ วันที่ทำงานด้วยกันมันคงยังไม่ได้ตื่นเต้น แต่ ณ วันที่ได้ปล่อยซิงเกิลมันคงรู้สึกแฟลชแบ็ก อารมณ์เมื่อก่อน ซึ่งเราก็ลุ้น แต่อย่างที่บอกว่ามันเป็นการที่เราไม่ได้คาดหวังจากตรงนี้แต่เป็นการที่เราทำกันเพื่อความสุข เอาความคาดหวังคือความสุข เรามีความสุขกับการทำซิงเกิลแน่นอน เพราะเราทำกับพี่ๆน้องๆที่รัก สนิทกันอยู่แล้ว แต่เราก็อยากจะส่งเพลงนี้ให้ไปถึงแฟนเพลงเรา”ทำงานเยอะๆ โปรเจกต์ต่างๆเต็มไปหมด มีแวบๆอยากหยุดนิ่งๆพักบ้างมั้ย? “ไม่ค่ะ สามีชอบให้ภรรยาทำงาน ภรรยาก็ชอบให้สามีทำงานเหมือนกัน เป็นคนแนวแอ็กทีฟ เราก็ได้ทำในสิ่งที่แต่ละคนชอบ ซึ่งชอบไม่เหมือนกันก็ได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วทั้งสองคนก็จะมาแมตช์และเมเนจให้มีเวลาของครอบครัว อันนี้คือสิ่งที่เรารู้สึกว่าเราเลือกไม่ผิดคนเพราะเราให้เวลาอยู่กับครอบครัวมาตั้งแต่ในฐานะที่เราเป็นลูก เรามีความรู้สึกว่าอยากดูแลคุณพ่อคุณแม่ให้ดีที่สุด ตรงนี้ก็เป็นธงเหมือนกันกับสามีเลย คือสามีก็จะเป็นคนที่พอมีเวลาว่างปุ๊บก็จะคิดถึงครอบครัว คิดถึงคุณแม่ของเค้าเป็นหลักว่าพาแม่ไปเที่ยวดีกว่า พาลูกไปเที่ยวดีกว่าเมื่อมีเวลาตรงกัน ไม่เคยมีความรู้สึกว่าพอว่างฉันอยากใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง แต่พอว่างมาใช้ชีวิตกับครอบครัว นี่คือการชาร์จแบตของพวกเรา”.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่