ทำให้ตื่นเต้นเล็กๆก่อนจะลงมติงบประมาณปี 67 ว่าจะมีการโหวตควํ่าเพื่อให้นายกรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งคนที่จะมาแทนคือ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ 1 ในพรรคร่วมรัฐบาลที่ยังมีไฟการเมืองอยู่ปรากฏเอาเข้าจริงเป็นคนละเรื่องเพราะที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 จำนวน 3.48 ล้านล้านบาท ด้วยคะแนนเสียง 298 เสียงไม่เห็นชอบ 166 เสียงคือผ่านความเห็นชอบแบบสบายๆของสภาผู้แทนราษฎรต่อจากนี้จะส่งร่างให้วุฒิสภาพิจารณาต่อในวันที่ 26 มี.ค.คาดว่าเดือน เม.ย. รัฐบาลจะมีเงิน 3.48 ล้านล้านบาท นำไปใช้จ่ายหลังจากล่าช้ามานานพอสมควรนั่นจะทำให้รัฐบาลหายใจหายคอสะดวกขึ้นเพราะมีเงินนำไปลงทุนในโครงการต่างๆได้ ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจเกิดแรงกระตุ้นขึ้นมาเพราะปัญหาอย่างหนึ่งที่เห็นตรงกันว่า ทำไมเศรษฐกิจจึง ซบเซาก็เพราะเมื่อไม่มีงบประมาณทำให้ไม่มีการลงทุนในภาครัฐนี่เป็นงบประมาณปี 2567ตามกำหนดการสภาก็จะมีการประชุมเพื่อพิจารณางบประมาณปี 2568 เป็นลำดับต่อไป ตามวาระปกติในอีกไม่นานนี้ทุกอย่างจะได้เข้ารูปเข้ารอยเสียทีย้อนกลับไปนิดที่มีข่าวว่าจะมีการโหวตควํ่างบประมาณนั้น ไม่รู้ว่าข่าวมาจากแหล่งไหนยิ่งพาดพิงไปถึง “บิ๊กป้อม” ก็ยิ่งชวนให้เกิดความฉงนสนเท่ห์หนักเข้าไปอีกนั่นคงเห็น พล.อ.ประวิตรที่ยังฟิตอยู่ได้ออกมาประกาศว่าต่อจากนี้ไปพลังประชารัฐจะเป็นพรรคการเมืองรูปแบบ “อนุรักษนิยมทันสมัย” เพราะให้รับกับสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนไปพูดง่ายๆว่าเป็นเทรนด์ใหม่...ว่างั้นเถอะพร้อมกับบอกว่าจะเดินหน้าผลักดันพรรคการเมืองต่อไปในทางการเมือง และพร้อมจะเป็นผู้นำพรรคให้บรรดาลูกพรรคทั้งหลายสบายใจได้เริ่มจากการเดินสายไปยังจังหวัดเป้าหมายด้วยการให้ สส. กรรมการบริหาร และสมาชิกไปร่วมขบวนด้วยล่าสุดที่หนองคาย และจะไปอีกหลายจังหวัดนี่เป็นแค่การเริ่มต้น...ที่จะปลุกกระแสพรรคให้คืนกลับมาเท่าที่จับตามองลึกลงไปในพลังประชารัฐ แม้จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็จริงแต่ดูไม่ค่อยจะแช่มชื่นสดใสยังไงชอบกลทั้งๆที่รับผิดชอบกระทรวงสำคัญอย่างเกษตรฯ-ทรัพยากรฯ และยังมีรัฐมนตรีช่วยอีก 1 คน ซึ่งน่าจะมีผลงานอวดประชาชีได้ แต่กลับปรากฏเกิดปัญหามาตลอดหนําซํ้ายังขัดแย้งกันเองเรื่องที่ดิน ส.ป.ก.จนถึงขณะนี้ยังแก้ไขไม่ได้แม้จะสงบไประดับหนึ่ง ทว่าก็ยังคาราคาซังอยู่ที่กระทรวงเกษตรฯก็มีเรื่องมีราวในทางเสียหายมาตลอดก่อนหน้านี้ก็เรื่องเถื่อนๆทั้งหลายจนมาถึง ส.ป.ก.เจ้ากระทรวงก็ได้แต่โชว์ออฟประกาศต้องกวาดบ้านให้สะอาด อีกทั้งมีข่าวจะถูกดึงกระทรวงนี้ไปอยู่กับ “เพื่อไทย” เสียอีกเหล่านี้คือปัญหาที่ทำให้ “บิ๊กป้อม” หวานอมขมกลืนอยู่จะโดดลงไปเล่นเองก็ไม่ได้ เพราะติดที่ความเป็น “รุ่นใหญ่” และมีบารมีเหนือกว่า!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม