ในหนังสือ ประเพณี 12 เดือน ในประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรม (ศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ พ.ศ.2548) ปรานี–สุจิตต์ วงษ์เทศ เขียนหัวข้อเดือนสามว่า ประเพณีข้าวเหนียว เผาข้าวหลาม ทำข้าวจี่แต่เมื่ออ่านต่อๆไป ผมจึงรู้ว่า หลายกิจกรรมในเดือนที่เริ่มรุ่มร้อน หันหน้าไปทางไหนเห็นแต่ควันและไฟ ยิ่งเมื่อดูข่าวเห็นคนภาคเหนือ สาละวนวุ่นวายอยู่กับงานใช้ไฟดับไฟสู้กับไฟป่าการนวดข้าวของชาวนายุคก่อนๆ แต่ละหมู่บ้านมีลานนวดข้าวเป็นของกลางร่วมกัน ชาวบ้านขนฟ่อนข้าวที่เก็บเกี่ยวได้มาวางรวมกัน นวดเสร็จได้เม็ดข้าวก็แยกขนไปเก็บบ้าน บ้านใครบ้านมันสิ่งที่เหลืออยู่ในลานนวดข้าวคือฟาง ในท้องนายังมีตอหรือซัง ซึ่งจะต้องจัดการ เผาเป็นถ่านเถ้าหรือปล่อยทิ้งทำปุ๋ย ดังที่เราเห็นทุกวันนี้ ไปทางไหนชาวนาเผาข้าวเกิดหมอกควันทั่วไปสมัยโบราณ การเผาข้าวเป็นเรื่องสำคัญและศักดิ์สิทธิ์อย่างยิ่ง เพราะหมายถึงความมั่นคงของชีวิต ข้าวกล้าในปีหน้าจะเจริญงอกงามมากน้อยการเผาข้าวจึงเป็นพิธีกรรม พระเจ้าแผ่นดินเสด็จไปทำพิธี กฎมณเฑียรบาลยุคต้นกรุงศรีอยุธยา เรียกพิธีธานยเทาะห์ เสร็จพิธีจะมีการทำนายอนาคตของพืชพันธุ์ธัญญาหาร เพื่อเตรียมตัวรับสถานการณ์ในฤดูทำนาต่อไปอาจารย์ฉันทิชย์ กระแสสินธุ์ อธิบายไว้ว่า พิธีเผาฟางข้าว มีการแห่แม่โพสพไปตามถนนเพื่อนำฟางข้าวไปเผา...ตั้งโรงพิธี ให้เจ้าพนักงานแต่งที่ยาว 3 เส้นกว้าง 10 วา ให้ตั้งหลัก 8 ทิศ...ให้เจ้าพนักงาน พระยาแล พระยา พระหลวง ขุนหมื่น เจ้าพนักงาน จับหลักตามทิศของตัวนั้นจึงพระอินทรกุมารเอาเทียนจุดพนมเข้าก่อน พระหลวงขุนหมื่นทั้งปวง จึงจุดไฟพนมข้าวเข้าพร้อมกันทั้ง 8 ทิศ แล้วขุนพลกับพวกเพื่อนจึงขี่กระบือโห่ร้องเข้ามาตีชิงเอาพนมข้าวฝ่ายพระอินทรกุมารก็หนีเข้ามายังโรงราชพิธี ขุนพลกับพวกเพื่อนก็ต่างคนต่างไป...พระราชพิธีธานยเทาะห์เผาข้าว เป็นพิธีเก่า ทำกันมาจนถึงปลายกรุงศรีอยุธยา ปรากฏในกาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศกของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ ว่าเดือนสามเคยตามพี่ ดูพิธีธานยเทาะห์แสดง เผาเข้าเจ้างามแฝง พงศ์พวกพ้องน้องเคยดูยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ยังมีพิธีนี้ในตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ มีข้อความตอนท้าย ภายหลังทำพิธีเผาข้าวแล้ว จะมีฝนตกลงมาอีกครั้ง เรียกกันว่า ฝนชะลานประเพณีนี้เคยทำเหมือนกันหมดในหมู่ชาวสยามตระกูลลาวไทย แต่ภายหลังสังคมเปลี่ยนไป ตัวอย่าง ประเพณีข้าวเหนียว เผาข้าวหลาม ทำข้าวจี่ ยังเหลือร่องรอยเฉพาะกลุ่มลาวเท่านั้นเรื่องที่น่ารู้อีกข้อ เดือนสามของชาวมอญในไทย มีประเพณี จองโอะห์ต่าน ประเพณีบุญส่งฟืน ชาวมอญส่งฟืนทำบุญแล้ว ก็ทำข้าวหลามทำบุญเลี้ยงพระเป็นอันว่า ทุกกิจกรรมเดือนสาม ในสมัยที่คนโบราณฝากชีวิตไว้กับท้องไร่ท้องนา ไม่ว่าจะเป็นการเผาซังข้าว เผาไร่ ปรับพื้นที่เพื่อการทำกินในวันหน้า หรือเผาฟืนเผาข้าวหลามเอาไปทำบุญ ตลอดเดือนสามผูกกันกับการเผาผมสะใจนัก เมื่อรู้ว่าเหมือนฟ้าดินท่านจะรู้ อยู่กับการเผา เผา และเผา สุมความร้อนจนได้ที่ หรือจะเรียกว่าร้อนจนพอดีแล้ว ท่านก็เทฝนลงมาให้ เรียกกันว่า ฝนชะลานจะว่ากันไป กิจกรรมการเผาเดือนสาม รวมกับความวุ่นวายในกรมตำรวจ...ตำรวจใหญ่เขาช่วยกันสุม ช่วยกันเผา สั่งสมบ่มความร้อน...ร้อนในพวกตำรวจ ร้อนมาถึงชาวบ้าน ฟ้าท่านคงเห็นว่าร้อนเกินไปแล้วคำสั่งเรื่องย้ายทั้งสองตำรวจใหญ่ ผมนึกถึงฝนชะลาน...เพิ่งตกตอนบ่ายแก่ๆที่บ้าน สองสามวันที่ผ่านมาไม่เข้าข้างไหนนะครับ...ขอบคุณฟ้าที่ประทานฝน บ้านเมืองที่ดูเหมือนร้อนๆ ดูจะผ่อนเป็นเย็นลงไปทันทีงานขลังๆอย่างนี้ ชาวบ้านเขารู้ทัน...เจ้าของอำนาจขลัง เป็นใคร?กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม