นายกฯลั่นรับไม่ได้ตำรวจจับ แพะ “ลุงเปี๊ยก” คดี 5 โจ๋ทรชนแก๊งลูกตำรวจรุมสังหาร “ป้ากบ” สั่ง ผบ.ตร. ลุยสางคดีสืบให้จบแล้วแถลงข่าวให้ชาวบ้านรับทราบ “บิ๊กต่อ-รองโจ๊ก” บินด่วนไปสระแก้วเรียกประชุมคณะทำงานกำชับดำเนินคดีให้โปร่งใสตรวจสอบได้ เตรียมตั้งโต๊ะแถลงข่าวผลดำเนินการทั้งหมดวันที่ 20 ม.ค. ผบ.ตร.น้อมรับความผิดพลาด ขอโทษประชาชนที่ตำรวจทำลายความเชื่อมั่น ลั่นเรื่องนี้ยังไม่จบใครผิดฟันไม่เลี้ยง พร้อมสั่งเช็กบิลย้อนหลังแก๊งโจ๋ทมิฬที่เคย ก่อเหตุทั้งหมด เหยื่อโผล่อีก 2 ราย ทั้งเด็กสาววัย 15 ถูกข่มขืนแบล็กเมล์และคดีรุมฆ่าเด็กหนุ่มวัย 16 ผ่านไป 2 ปี คดีไม่คืบ กรมพินิจฯแจง 5 โจ๋ยังไม่ได้ประกันตัว ถูกแยกส่งสถานพินิจฯ ที่จันทบุรีและระยองสังคมยังเฝ้าตามติดคดีนายปัญญา หรือลุงเปี๊ยก คงแสนคำ อายุ 56 ปี ตกเป็นแพะรับบาปถูกตำรวจใช้ถุงดำคลุมหัวให้ถอดเสื้อตากแอร์ขู่บังคับให้รับสารภาพว่าเป็นคนฆ่า น.ส.บัวผัน หรือป้ากบ ตันสุ อายุ 47 ปี ภรรยาตัวเองที่ตกเป็นเหยื่อ 5 โจ๋ทรชนแก๊งลูกตำรวจรุมสังหารโหดพบศพในบ่อน้ำ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ล่าสุดมีคำสั่งย้าย ผกก.สภ.อรัญประเทศ พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรียกสอบผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะ ด.ต.ภิเศก พวงมาลีประดับ หรือดาบเศก ตำรวจสืบสวนใส่ขาเทียมที่ลุงเปี๊ยกชี้ภาพถ่ายยืนยันว่าเป็นคนนำถุงดำมาครอบหัว ขณะที่โลกออนไลน์แชร์คลิปเสียงออกมาหลายคลิป ทั้งคลิปที่ตำรวจยอมรับว่ามีการใช้ถุงดำคลุมหัวขู่บังคับให้ลุงเปี๊ยกรับสารภาพ รวมถึงคลิปเสียงตำรวจโทร.คุยกันตอนที่รู้ว่าจับผู้ต้องหาผิดตัว ยิ่งสร้างความเคลือบแคลงใจให้ผู้คนในสังคมความคืบหน้าที่ บก.ภ.จ.สระแก้ว เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ม.ค. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. บินด่วนมาประชุมติดตามการดำเนินคดีฆาตกรรมป้ากบและการสอบสวนเอาผิดกลุ่มตำรวจ สภ.อรัญประเทศ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการบีบบังคับทรมานลุงเปี๊ยกให้รับสารภาพ ก่อนออกเดินทาง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า จะไปรับฟังข้อเท็จจริงกรณีเยาวชนกลุ่มนี้และเพื่อนร่วมแก๊งคนอื่นที่ก่อความรุนแรงสะสมมานานหลายคดี ต้องไล่ตรวจสอบย้อนหลังทุกคดีทั้งหมดเชื่อว่ามีแนวทางรวบรวมหลักฐานเอาผิดผู้ก่อเหตุได้ นอกจากนี้ จะต้องไปพิจารณาข้อกฎหมายดำเนินคดีกับผู้ปกครองเด็กที่ปล่อยปละละเลยบุตรหลานด้วยผบ.ตร.กล่าวต่อไปว่า ส่วนการดำเนินคดีกับตำรวจที่บังคับให้ลุงเปี๊ยกรับสารภาพ ต้องตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดก่อนที่จะชี้แจงให้สาธารณชนรับทราบ โดยเฉพาะประเด็นคลิปเสียงสนทนาของชายที่คาดว่าเป็นตำรวจยศ พ.ต.ต. และ พ.ต.ท. ต้องเรียกเจ้าของเสียงมาสอบปากคำว่าพูดจริงหรือไม่ ยืนยันว่าหากมีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการทั้งทางอาญาและวินัย “ในฐานะ ผบ.ตร. น้อมรับความผิดพลาดและขอโทษประชาชนที่มีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องและทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน ยอมรับว่าในองค์กรตำรวจที่มีคนจำนวนมาก มีตำรวจบางนายที่ประพฤติไม่ดี เมื่อปีที่ผ่านมาก็ให้ออกไปกว่า 300 นาย และการประชุม ก.ตร.ครั้งที่จะถึงนี้ก็มีคำสั่งให้ออกอีกกว่า 60 นาย ยืนยันว่าหนังเรื่องนี้ยังไม่จบ ใครผิดไม่เลี้ยงไว้แน่นอน”ขณะที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า กลุ่มเยาวชนที่ก่อเหตุมีคดีค้างเก่าไม่น้อยกว่า 5-6 คดี ทั้งกระทำชำเรา รุมโทรมหญิง ทำร้ายร่างกาย แต่ไม่มีการแจ้งความดำเนินคดี ตอนนี้พบผู้เสียหายแล้วจะต้องเชิญมาให้ข้อมูล รวมทั้งจะต้องเชิญผู้กำกับและหัวหน้าชุดทำคดีทั้งหมดมาสอบถามถึงปัญหาว่าคดีติดขัดเรื่องใดถึงไม่มีความคืบหน้า เพื่อเร่งรัดดำเนินคดีเพิ่มเติมกับเยาวชนทั้ง 5 คน ส่วนคลิปเสียงที่หลุดออกมาเพิ่มเชื่อว่าเป็นคลิปเสียงจริง ยอมรับเหนื่อยใจกับพฤติกรรมของผู้ใต้บังคับบัญชาที่เมื่อกระทำผิดแล้วพยายามปกปิด รายงานข้อเท็จจริงไม่ครบ หรือปิดบังการสอบสวนที่ผิดพลาด ไปกระทืบลุง จับกุมผิดตัว กลัวผู้บังคับบัญชารู้ กลัวจะถูกเล่นงาน แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นการช่วยเหลือลูกตำรวจ และลุงเปี๊ยกก็เคียดแค้นว่าตำรวจนายนี้ทำร้ายตนเองบังคับให้ชี้ที่เกิดเหตุ ตนก็เหนื่อยใจและประชาชนรู้สึกเอียนจนไม่รู้จะเอียนอย่างไรแล้ว ในฐานะผู้บังคับบัญชาก็ต้องลงไปแก้ไขด้วยตัวเองภายหลังการประชุม พล.ต.อ.ต่อศักดิ์แถลงว่า นายกรัฐมนตรีกำชับและสั่งการให้ลงมาดูแลด้วยตนเอง ตอนนี้การดำเนินคดีมีความคืบหน้าไปมากแล้ว กำชับให้ดำเนินคดีให้โปร่งใสที่สุด มีการทำงานเป็นทีมมีทั้งรอง ผวจ.สระแก้ว และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ส่วน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า มอบหมายให้ ผบช.ภ.2 ดูแลการดำเนินคดีและขยายผลแจ้งข้อหาคดีต่างๆอย่างใกล้ชิด ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาทุกคดี เน้นความโปร่งใส และวันที่ 20 ม.ค.จะแถลงข่าวผลการดำเนินงานให้สื่อมวลชนทราบอย่างละเอียด ทั้งนี้ ตนจะดูสำนวนคดีที่เด็กพวกนี้เคยก่อเหตุทั้งคดีเก่าคดีใหม่ จะไล่สำนวนทั้งหมดมาดำเนินคดีกับเด็กพวกนี้ให้ได้ ขณะนี้เด็กทั้งหมดต้องอยู่ในสถานพินิจฯอย่างน้อยก็ 3 ปีอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่ลุงเปี๊ยกชี้รูปตำรวจที่บีบบังคับให้รับสารภาพ ได้กำชับพนักงานสอบสวนต้องดำเนินคดีใครมีส่วนรู้เห็นต้องโดนด้วยทั้งหมดที่ สภ.อรัญประเทศ ช่วงสายวันเดียวกัน นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง พาเยาวชนหญิงอายุ 15 ปี และพ่อของเยาวชนชายอายุ 16 ปี ที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งโจ๋ทรชนลูกตำรวจที่รุมสังหารป้ากบ มาเข้าแจ้งความเพิ่มอีก 2 ราย กัน จอมพลัง เผยว่า มีผู้เสียหายร้องทุกข์เข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ วันนี้พาเยาวชนหญิงอายุ 15 ปี ถูกแก๊งลูกตำรวจบังคับข่มขืนกระทำชำเราและถ่ายภาพแบล็กเมล์ หากไม่ยอมจะเอาพวกมารุมโทรมด้วย เหยื่อไม่กล้าเข้าแจ้งความเนื่องจากหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุมีพ่อเป็นตำรวจส่วนอีกรายเป็นผู้ปกครองของเยาวชนอายุ 16 ปี มาร้องว่าลูกชายถูกแก๊งลูกตำรวจยกพวกกว่า 10 คน รุมทำร้ายร่างกาย เอามีดไล่ฟันจนเสียชีวิต ส่วนเพื่อนได้รับบาดเจ็บสาหัส แม้ระหว่างจัดงานศพแก๊งนี้ยังเอาระเบิดไปปาข่มขู่ ขี่รถ จยย.เบิ้ลเครื่องก่อกวนที่งานศพ พร้อมทั้งขู่พ่อเด็กว่าจะฆ่าลูกเขาอีกคนด้วย หลังเกิดเหตุครอบครัวไม่ได้รับการเยียวยาแม้แต่บาทเดียว และวันที่เกิดเหตุมีเพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์อีก 2 คนถูกมีดฟันแขนและขาบาดเจ็บสาหัส คดีความผ่านมาแล้ว 2 ปี ยังไม่มีความคืบหน้า ตนไม่ทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร กัน จอมพลัง เผยด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งมาให้ข้อมูลว่า แก๊งนี้ก่อเหตุในพื้นที่สร้างความวุ่นวายให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน เช่น ปาระเบิดปิงปองใส่บ้านชาวบ้านอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย มีผู้เสียหายอีกหลายเคสที่ยังไม่ได้ออกมา ผู้ใหญ่บ้านต้องออกมาเป็นกระบอกเสียงให้ชาวบ้าน หลังจากนี้จะรวบรวมเคสต่างๆส่งให้กับ สภ.อรัญประเทศ ยืนยันว่าตนมาหาความเป็นธรรมให้กับทุกคนที่ถูกแก๊งลูกตำรวจกระทำและจะตามผลของคดีให้ถึงที่สุด จะทำให้แก๊งนี้อยู่ไม่ได้ พร้อมฝากถึงกลุ่มนี้ว่าที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นผู้ล่า วันนี้จะต้องถูกล่าบ้าง จะประสาน ผบก.ภ.จ.สระแก้ว เพื่อส่งกำลังตำรวจเข้าไปตรวจตราและตรวจสอบข้อมูลทรชนแก๊งนี้ทุกคนก่อนหน้านี้ช่วงค่ำวันที่ 19 ม.ค. พ.ต.อ.ชัยณรงค์ บุญด้วง รอง ผบก.ภ.จ.สระแก้ว หลังได้รับคำสั่งไปรักษาราชการแทน ผกก.สภ.อรัญประเทศ ก็ลุยงานทันที เริ่มจากนำพวงหรีดไปเคารพศพ น.ส.บัวผัน หรือป้ากบ ที่วัดป่าหนองน้ำใส อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว จากนั้นกลับมาระดมกำลังตำรวจเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอบายมุขและแหล่งมั่วสุมของกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ผลปฏิบัติการควบคุมตัวเยาวชนชายหญิง 10 คน ยึดรถ จยย. 7 คัน ขณะรวมตัวมั่วสุมนั่งดื่มน้ำกระท่อมกันที่บ้านหลังหนึ่งนำไปสอบปากคำทำประวัติที่ สภ.อรัญประเทศ ก่อนเรียกผู้ปกครองมารับกลับไปพ.ต.อ.ชัยณรงค์ เผยว่า สาเหตุที่เปิดปฏิบัติการลุยตรวจค้น เนื่องจากพบว่ามีวัยรุ่นชอบรวมกลุ่มมั่วสุมกันหลายกลุ่มในพื้นที่ ประสานนำกำลังเข้าปฏิบัติการเพื่อความสงบสุขของประชาชน นอกจากนี้ยังขอน้อมรับและขอโทษประชาชนชาวจังหวัดสระแก้วสำหรับเหตุที่เกิดขึ้นต่อการกระทำของเพื่อนตำรวจที่มีต่อลุงเปี๊ยก ยืนยันจะนำข้อผิดพลาดไปปรับปรุงให้เกิดความยุติธรรม ส่วนคดีความที่เกิดขึ้นจากแก๊งวัยรุ่นในพื้นที่ทั้งคดีเก่าและที่เข้ามาแจ้งความเพิ่มจะดำเนินการเร่งรัดคดีให้เร็วที่สุดด้านนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงคดีกลุ่มเยาวชนรุมสังหารป้ากบแล้วมีตำรวจขู่บังคับให้ลุงเปี๊ยกรับสารภาพว่า สั่งการให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ไปแล้วว่าเรื่องนี้ต้องไปถึงรากฐานว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วไม่เหมาะสมต้องจัดการให้ได้ วันที่ 20 ม.ค. มีกำหนดการไปดูโครงการตามพระราชดำริฯที่ จ.เชียงใหม่ พร้อมกับ ผบ.ตร. จะพูดคุยกัน “เรื่องนี้ต้องสืบให้จบ ที่สำคัญที่สุดต้องแถลงข่าวให้ประชาชนทราบว่าเรื่องมันเป็นอย่างไร” เมื่อถามว่ามีการจับแพะให้รับผิดจริง นายกฯตอบสวนว่า “โอ้ย รับไม่ได้หรอกครับ ทุกอย่างต้องถูกต้องตามกฎหมาย”ผู้สื่อข่าวถามว่า จะสะสางคดีเพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้กลับคืนสู่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้อย่างไร นายกฯตอบว่า เป็นหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องทำให้ได้ ถ้าพบว่าตำรวจมีส่วนกระทำผิดกฎหมายด้วยจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนความผิดของกลุ่มเยาวชนที่มีหลายฝ่ายรวมทั้ง ผบ.ตร.อาจเสนอปรับกฎหมายให้ผู้ที่มีอายุน้อยได้รับโทษ เพราะปัจจุบันมีผู้กระทำความผิดเป็นเยาวชนจำนวนมาก แต่ได้รับโทษสถานเบา เรื่องนี้ต้องขอพูดคุยก่อน ได้ยินมาคร่าวๆระหว่างอยู่ต่างประเทศ จะพูดคุยกับ ผบ.ตร.ว่าเหตุผลคืออะไร ข้อดีข้อเสียคืออะไรที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช ประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ พร้อมนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ประธานคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ร่วมแถลงข่าวติดตามกรณีแก๊งลูกตำรวจรุมสังหารป้ากบ นายชัยชนะกล่าวว่า เดิมวันนี้ 2 กมธ.จะเดินทางไปพบลุงเปี๊ยกที่สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งชาย จ.ปทุมธานี แต่ทราบว่าลุงเปี๊ยกถูกนำตัวไปรักษาอาการติดสุราเรื้อรังที่ รพ.ธัญญารักษ์ หากหายแล้วจะเดินทางไปเยี่ยม เพื่อสอบถามถึงความพอใจในการดำเนินคดีจากตำรวจชุดดังกล่าว รวมถึงการเรียกร้องเพื่อได้รับการเยียวยาตามสิทธิ์เพิ่มเติมส่วนนายณัฐชากล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ม.ค. กมธ.หารือกันในที่ประชุมถึงข้อกฎหมายเรื่องการคุ้มครองเด็ก และบทลงโทษเยาวชนกระทำความผิดรุนแรงจนถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต เจตนารมณ์กฎหมายต้องการให้โอกาสเด็กที่กระทำความผิดครั้งแรกไม่ให้เป็นตราบาปตลอดชีวิต ข้อสรุปที่ประชุมยังไปไม่ถึงการแก้กฎหมาย บทลงโทษของเด็กเพิ่งเปลี่ยนเมื่อปี 2565 จาก 10 ปี เป็น 12 ปี จะเปลี่ยนกลับไปกลับมาเพื่อกรณีใดกรณีหนึ่ง ที่ประชุมยังไม่เห็นด้วย เรายังหารือวิกฤติกระบวนการยุติธรรมมีอีกหลายคดี ผู้กระบวนการเจ้าหน้าที่มีส่วนไปช่วยเหลือ โยนความผิดให้บุคคลที่เป็นโรคจิต ผู้มีฐานะยากจน เป็นต้น เช่นกรณีลุงเปี๊ยก หากไม่มีหลักฐานกล้องวงจรปิดก็จับผู้บริสุทธิ์ไปคุมขังแทนผู้กระทำผิดที่แท้จริง และกรณีนี้ยังเป็นวิกฤติศรัทธาของตำรวจ หารือกับ กมธ.การตำรวจ ว่าหากกระบวนการดำเนินคดีไปแล้วพบข้อผิดพลาด สุดท้ายจะกลับมาเริ่มกระบวนการใหม่ได้หรือไม่ และตำรวจมีความผิดด้วยหรือไม่นายโกมล พรมเพ็ง รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวถึงกรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพกลุ่มวัยรุ่น 5 คนที่ จ.สระแก้ว นั่งกินดื่มอยู่ที่ทางเท้าหน้าร้านขายใบกระท่อมแห่งหนึ่งพร้อมข้อความระบุว่า “อยู่สถานพินิจฯ 2 วันปล่อยตัวออก” ว่า ยืนยันว่าเด็กทั้ง 5 คนยังอยู่ในการควบคุมของสถานพินิจฯ โดยเมื่อวันที่ 18 ม.ค. ส่งตัวเยาวชน 3 ราย อายุ 13 ปี 14 ปี และ 16 ปี ไปสถานพินิจฯ จันทบุรี เนื่องจากสถานพินิจฯ สระแก้ว เป็นสถานที่ควบคุมชั่วคราว มีลักษณะเป็นห้องแถวไม่เหมาะสมกับการดูแลเด็กระยะยาว ปกติจะควบคุมเพียง 3-5 วันก่อนส่งตัวไปต่อสถานพินิจฯที่มีแดนแรกรับในโซนภาคตะวันออกคือสถานพินิจฯ จันทบุรี อยู่แล้ว ส่วนอีก 2 คน ที่เป็นลูกตำรวจ อายุ 14 ปี และ 13 ปี วันนี้จะส่งไปยังสถานพินิจฯ ระยอง เพื่อต้องการแยกออกจากกัน เกรงว่าหากอยู่รวมกันจะเกิดปัญหาตามมาอีก ยืนยันว่าภาพหน้าร้านกระท่อมดังกล่าวเป็นภาพเก่าก่อนเกิดเรื่องป้าบัวผันและยังไม่ได้เข้าสถานพินิจฯ ส่วนภาพรถไปรับเด็กคือตอนนำตัวไปสถานพินิจฯ จันทบุรีนายโกมลกล่าวว่า ตามหลักการคดีที่ผู้ต้องหาเป็นเยาวชนหลังพนักงานสอบสวนจับกุมตัวภายใน 24 ชม.ต้องสอบปากคำให้เสร็จสิ้นเบื้องต้น จากนั้นส่งศาลให้ฝากขังสถานพินิจฯควบคุมตัว ถ้าผู้ปกครองจะขอประกันตัวต้องยื่นต่อศาล แต่เชื่อว่าคงไม่กล้าขอประกันตัวเพราะกระแสสังคมค่อนข้างแรง และหากยื่นศาลคงใช้ดุลพินิจไม่ให้ประกันตัว มองว่าให้อยู่ในสถานพินิจฯจะปลอดภัยกว่า ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีการยื่นขอประกันตัวแต่อย่างใดอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่