ตำรวจไซเบอร์รวบ “เอ็ม สายหลอน” แอดมินหื่นเปิดกลุ่มไลน์ลับรวม 119 กลุ่มมีสมาชิกกว่าหมื่นคนโชว์สื่อลามกเด็กไทยและต่างชาติ ผู้เข้าร่วมต้องเสียค่าสมัครดู 200 บาท และจ่ายรายเดือนอีก 50 บาท ขณะที่ตำรวจเผยผู้ต้องหามีอาการทางจิตเรียกว่า “โรคใคร่เด็ก” (Pedophilia) เกิดความรู้สึกมีจินตนาการทางเพศกับเด็กเท่านั้น ยังไม่มีกฎหมายกำหนดโทษตำรวจรวบหนุ่มโรงงานเปิดกลุ่มลับสื่อลามกอนาจารเด็ก เปิดเผยเมื่อเช้าวันที่ 12 ม.ค. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผบก.ตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ตอท.) พ.ต.อ.ไพโรจน์ หมื่นกล้าหาญ รอง ผบก.ตอท. สั่งการให้ พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. นำหมายค้นศาลจังหวัดนครปฐม ที่ 9/2567 ลงวันที่ 10 ม.ค.67 เข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 4 อยู่ภายในบ้านเลขที่ 2/2 หมู่ 2 ต.ท่าข้าม อ.สามพราน จ.นครปฐม พร้อมจับกุมนายตะวัน บุญยะเกตุ อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดสมุทรสาคร ฉายา “เอ็ม สายหลอน” ทำงานอยู่ที่โรงงานอุตสาหกรรมอาหารในย่านโพธิ์แก้ว อ.สามพราน เป็นเจ้าของห้อง ในความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก, ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 281/1 เพื่อความประสงค์แห่งการค้าหรือโดยการค้า เพื่อการจ่ายแจก ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้า หรือส่งออก หรือทำให้แพร่หลายโดยประการใดๆ สื่อลามกอนาจารเด็กคดีนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. ตรวจสอบพบการโฆษณาชักชวนให้เข้ากลุ่มลับจำหน่ายสื่อลามกอนาจารเด็ก (CSAM) ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ เรียกเก็บค่าสมัครสมาชิกแรกเข้าก่อนดูในราคา 200 บาท และต้องจ่ายรายเดือน เดือนละ 50 บาท สืบสวนทราบว่าผู้จัดการหรือแอดมินกลุ่มลับใช้บัญชีไลน์ที่ชื่อว่า “เอ็ม สายหลอน” เปิดกลุ่มลับจำนวนกว่า 100 กลุ่ม มีสมาชิกกว่า 1 หมื่นคน ส่วนใหญ่เป็นสื่อลามกอนาจารเด็กชายหญิงไทยและต่างชาติ (CSAM) แอดมินกลุ่มลับคือนายตะวัน หรือเอ็ม สายหลอน อายุ 30 ปี พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.ท่าข้าม อ.สามพราน จ.นครปฐม ตรวจประวัติคดีอาญาพบเคยต้องคดีอาญาฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี เมื่อปี 2560 รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดนครปฐม ออกหมายค้นบ้านพักและจับกุม ตรวจค้นข้อมูลในโทรศัพท์ของกลางจำนวน 2 เครื่อง มีกลุ่มไลน์ที่มีการลงสื่อลามกอนาจารเด็ก (CSAM) รวมแล้ว 119 กลุ่ม มีสมาชิกในกลุ่มลับรวมกว่า 17,191 คน มีไฟล์สื่อลามกรวมกันมากกว่า 17,000 ไฟล์นายตะวันสารภาพว่า ทำมานานหลายปี เคยทำร่วมกับคนอื่นแล้วแยกย้ายกันไปเปิดกลุ่มลับของตัวเอง และทักหาเด็กหลายคนเพื่อล่อลวงให้เด็กผลิตสื่อลามกอนาจารเด็ก (CSAM) แต่ยังไม่มีผู้เสียหายหลงกลส่งสื่อลามกกลับมา เงินที่ได้นำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันพ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผกก.กลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต บก.ตอท. กล่าวว่า ผู้ต้องหาเป็นแอดมินกลุ่มลับน่าจะมีอาการที่เรียกว่า “โรคใคร่เด็ก” (Pedophilia) เป็นอาการทางจิตที่ผิดปกติแสดงออกว่าชอบหรือรักเด็ก แต่เป็นความรักที่เกินขอบเขต รักแบบคลั่งไคล้ ต้องการให้เด็กเป็นของตัวเอง จนนำไปสู่การนำเด็กมาเป็นเหยื่อบำบัดความใคร่ทางเพศลักษณะผู้ป่วยโรคใคร่เด็ก จะไม่แสดงพฤติกรรมที่ชัดเจนและสังเกตอาการจากภายนอกได้ยาก ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายอายุ 35-40 ขึ้นไป ไม่ค่อยมีความสุขกับคู่ครองวัยเดียวกัน ส่วนใหญ่เกิดจากคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิด เช่น เพื่อนบ้านหรือญาติ พยายามเข้าใกล้เด็กด้วยวิธีการตีสนิท หลอกล่อให้รางวัล ให้ขนม ให้เงิน เพื่อให้เด็กเชื่อใจ เกิดความรู้สึกมีจินตนาการทางเพศกับเด็กเท่านั้น ชอบมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเด็ก และทำซ้ำแล้วซ้ำอีกทั้งเด็กคนเดิมหรือเด็กคนใหม่พ.ต.อ.รุ่งเลิศกล่าวอีกว่า รูปแบบการกระทำทางเพศกับเด็กจะไม่มีการสัมผัสร่างกาย หากสัมผัสร่างกายแต่ไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศหรือการล่วงละเมิดทางเพศ ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่กำหนดโทษและลงโทษโดยคำนึงถึงความผิดปกติทางจิต “โรคใคร่เด็ก” และอาจไม่เข้าข่ายเป็นผู้ป่วยทางจิตเวช ผู้กระทำความผิดมีความผิดและรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา ก่อนส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์แก้ว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่