นับตั้งแต่ปีที่ผ่านมา “บิ๊กต่อ” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. คนที่ 13 นายตำรวจที่ได้รับขนานนามว่า “มือปราบสายบุญ” นายตำรวจที่เป็นความคาดหวังเปลี่ยนแปลงทำให้สังคมเชื่อมั่นและศรัทธาองค์กรตำรวจวลีเด็ดที่ว่า “ผมจะสร้าง Police’s Home ให้ได้ บ้านที่อบอุ่นสร้างจากความรักเพียงอย่างเดียว เกิดจากความรักความผูกพัน Home ในที่นี้คือ “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ต่างจาก House บ้านสร้างจากอิฐและหิน”วิธีคิดง่ายๆ ที่แตกต่างจากอดีต ผบ.ตร.ที่ผ่านมา ขับเคลื่อนพลพรรคสีกากีรูปแบบการทำงาน “บิ๊กต่อ” ชอบอยู่กับพื้นที่ ร่วมฝึก ดูแลครอบครัวตำรวจ และคนไทยที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุวิกฤติในทุกโอกาส ทำให้เป็นนายตำรวจที่ลูกน้องตำรวจรัก และประชาชนเข้าถึงสัมผัสได้ง่าย “บิ๊กต่อ” เร่งทำงานในช่วงอีกไม่ถึงปีก่อนเกษียณ เป็นงานที่หนักอึ้งบนเก้าอี้ “พิทักษ์ 1” กับสภาพการจับจ้องจับตาของ “สื่อโซเชียลออนไลน์” เข้ามาตรวจสอบตำรวจทุกในหน่วยงาน เป็นสิ่งที่ตำรวจต้องเปลี่ยนแปลงเป็น 1 ปีที่เหนื่อยหนักของชีวิตรับราชการของ ผบ.ตร. นำพานาวาสีกากีฝ่าเกลียวคลื่นถาโถมเข้ามาสิ่งแรกที่ ผบ.ตร.เริ่มสานความสัมพันธ์ระดับบริหาร ทำให้ตำรวจเป็นหนึ่งเดียว จัด “สภากาแฟ” ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ พูดคุยงานไม่เป็นทางการทุกวันอังคารที่ 2 และ 4 ทุกเดือนสร้างสามัคคีของผู้บริหารตำรวจ เดินหน้าบริหารจัดการตำรวจ 2.3 นาย ทั่วประเทศขยับลงพื้นที่โรงพักพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารบ่อยครั้ง พบปะพูดคุยเยี่ยมเยียน ใส่ใจทุกข์สุขของครอบครัวลูกน้องตำรวจอยู่ในพื้นที่ และช่วยเหลือประชาชนได้รับผลกระทบเหตุภัยพิบัติมาอย่างต่อเนื่องผบ.ตร.ปรับนโยบาย “Quick Win” เริ่มทำ “Set Zero” ยกเลิกการสั่งให้ตำรวจไปช่วยราชการกลับไปปฏิบัติหน้าที่เดิมการสั่งไปปฏิบัติราชการเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบและคำสั่งที่เกี่ยวข้องคำนึงถึงความจำเป็น ปริมาณงาน เหมาะสม ไม่กระทบโรงพักและให้บริการประชาชนการประชุมที่ไม่จำเป็นแจ้งข้อสั่งการ ข้อมูล หรือกำชับการปฏิบัติ ผ่าน “แอปพลิเคชันแทนใจ” ตั้งคณะทำงานทบทวนแก้ไขคำสั่ง ตร.ที่ 419/56 และระเบียบคำสั่งงานสอบสวน ลดภาระงานสอบสวน เอกสารและแบบฟอร์มเอกสารที่ไม่จำเป็น ความซ้ำซ้อนรายงานเหตุ 20 หน่วย เหลือรายงานผ่าน ศปก.บก. และ ภ.จ.แห่งเดียว ลดและยกเลิกความยุ่งยาก ซ้ำซ้อน เอกสารและแบบฟอร์มเอกสารที่ไม่จำเป็น การประชุมที่ไม่จำเป็น ลดภาระที่ไม่ใช่หน้างานตำรวจ “คืนประชาชนให้ตำรวจ” และ “คืนเวลาให้ตำรวจ”สั่งให้สำรวจตำรวจผู้หมดสิทธิพักอาศัยในอาคารบ้านพักอิสระ เร่งรัดให้ย้ายออกต่อเนื่องทุกเดือน สร้างระบบการสื่อสาร 2 ways Communication ทั้งแบบ Online และ Off line ให้ตำรวจที่ได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ร้องเรียน แจ้งเบาะแสผ่านทางระบบคุยกับ “พี่ต่อ” หรือ ผบ.ตร. แอปพลิเคชันแทนใจ มีทีมงาน ผบ.ตร.รับเรื่องตรวจ สอบ ข้อมูลทั้งหมดเก็บเป็นความลับ เปิดให้ส่งข้อมูลทางตู้ ปณ.191 รองเมือง 10330 ผู้ที่ไม่ประสงค์เปิดเผยตัวสร้าง Police hero สานต่อโครงการ “ทำดี มีรางวัล” ของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ อดีต ผบ.ตร. มอบรางวัลตำรวจที่ทำความดี สมควรยกย่อง นำตำรวจเหล่านี้ให้แนวคิดและหลักการทำงานนักเรียนนายร้อยตำรวจ นักเรียนนายสิบตำรวจ ให้เห็นภาพตำรวจผู้มีจิตวิญญาณการเป็น ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ อย่างแท้จริงนำแนวคิด พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อดีต อ.ตร. มอบแหวนอัศวินให้ตำรวจที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ และสร้างคุณประโยชน์ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นแบบอย่างตำรวจ ผบ.ตร.มอบเสื้อกั๊กสะท้อนแสงใหม่สีเขียวอมเหลืองสะท้อนแสงให้ตำรวจป้องกันปราบปราม ทำให้เห็นตำรวจได้ง่าย ยกระดับการรักษาความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินประชาชนและนักท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาลสิ่งของตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญ จากเดิม ตร.จัดหาสิ่งของในภาพรวมส่งให้หน่วยรอรับการตรวจ ผบ.ตร. เปลี่ยนให้หน่วยจัดหาสิ่งของตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญตามความต้องการตำรวจสังกัด ตร.โอนงบประมาณให้พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ จัดการประชุมบริหารสัญจรสัปดาห์สุดท้ายของเดือน หมุนเวียนกันไปในพื้นที่ตำรวจภูธรต่างๆทั่วประเทศ ได้ตรวจเยี่ยม กำชับนโยบาย และสร้างขวัญกำลังใจตำรวจในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการครอบครัวตำรวจทั่วประเทศ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและมีสุขภาพจิตที่ดีรพ.ตร.จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่คัดกรองความเสี่ยงทางหัวใจ ตรวจรักษาผู้ป่วยปวดกล้ามเนื้อ ตรวจความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ตรวจวัดความดัน ลูกตา ด้านทันตกรรม ตรวจโรคทั่วไป ให้คำปรึกษาด้านโภชนาการจัดการฝึกอบรม active shooter และฝึกอบรมสัมมนาครูแม่ไก่ เพื่อไปสอนบุคลากรในหน่วยงานมิติใหม่ในการทำงานของ ผบ.ตร. ปรับเปลี่ยนตำรวจให้ได้ทำงานเต็มเม็ดเต็มหน่วยสมกับเจตนารมณ์ของคำที่ว่า “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ รับใช้พี่น้องประชาชน”ไม่กี่เดือนแนวคิด ผบ.ตร.ลงสู่หน่วย ได้เห็นผลงานตำรวจขยับทุกด้าน การบังคับใช้กฎหมายและปราบปรามอาชญากรรม สถิติคดีอาญา 4 กลุ่ม 591,464 คดี จับกุมได้ 546,670 คดี แบ่งเป็นคดีเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย 15,357 คดี จับกุม 14,101 คดี คดีเกี่ยวกับทรัพย์ 51,569 คดี จับกุม 40,729 คดี คดีฐานความผิดพิเศษ (ค้ามนุษย์, พ.ร.บ.ที่มีโทษอาญา) 15,169 คดี จับกุม 7,400 คดี คดีที่รัฐเป็นผู้เสียหาย 362,092 คดี จับกุม 379,088 คดีนโยบายที่ “บิ๊กต่อ” พูดไว้กับตำรวจในทุกเรื่องถูกนำมาปรับปรุงระบบ ครอบคลุมงานทุกด้าน พัฒนางานตำรวจ เข้าถึงผู้ปฏิบัติในพื้นที่ แก้ไขความอึดอัดคับข้องใจ และลดความยุ่งยากในการปฏิบัติงานทำให้ตำรวจมีเวลาทุ่มเททำงานให้หน่วยงาน และให้การบริการดูแลทุกข์สุขประชาชนได้เต็มที่สมควรได้รับการยกย่องเป็น “สีกากีแห่งปี”.ทีมข่าวอาชญากรรมอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่