“เศรษฐา” มาในธีมเขียว-แดง สั่งขนมปัง “ปาเน็ตโตเน ซอสเปโซ” จากอิตาลี ฉลองคริสต์มาส-ปีใหม่กับผู้สื่อข่าวทำเนียบ ฝาก กอ.รมน.ดูแลความเป็นอยู่ประชาชนต่อเนื่อง “ภูมิธรรม” เมิน โพลเชียร์ “พิธา-ก้าวไกล” โวหลังปีใหม่จะได้เห็นฝีมือรัฐบาลนี้ “พิธา” ขอบคุณทุกแรงเชียร์ ยันจะทำงาน ให้หนักขึ้น ควง “ชัยธวัช” ขึ้นไต่สวนพยานคดียุบพรรค ประสานเสียงไม่น่าถูกยุบ มั่นใจไม่ได้ล้มล้าง การปกครอง ลุ้นศาล รธน.นัดชี้ขาด 31 ม.ค.67 “วิษณุ” เปิดตัวหนังสือ “เลขที่ 1 ถ.พิษณุโลก” เชื่อ ช่วง สว.พ้นวาระมีการเปลี่ยนแปลง ก.ม.กู้เงินวาระแรกชี้ชะตารัฐบาล แนะ “ยิ่งลักษณ์” กลับมารับโทษ ก่อนขออภัยโทษ สว.เรียก กสม.เค้นปมเอื้อ “ทักษิณ” “วสันต์” ยันควรให้ศาลชี้ขาดขังนอกคุก “วัชระ” ชงแพทยสภาสอบหมอราชทัณฑ์-รพ.ตำรวจนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และ รมว.คลัง แต่งตัวในธีมคริสต์มาส เปิดทำเนียบฉลองเทศกาลแห่งความสุขคริสต์มาส-ขึ้นปีใหม่ 2567 กับผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล พร้อมมอบนโยบาย กอ.รมน. นอกจากดูแลความมั่นคงสถาบันหลักของชาติแล้ว ขอช่วยดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนด้วย นายกฯธีมเขียว-แดงคริสต์มาสเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 ธ.ค. ที่ทำเนียบ รัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และเดินทางไปยัง กระทรวงการคลัง ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง และทีมงานกระทรวงการคลัง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ เนื่องในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จากนั้นกลับเข้าทำเนียบรัฐบาล ทันทีที่ลงรถได้เดินมายังห้องผู้สื่อข่าว 2 ในชุดสูทสีเทา เนกไทสีเขียว ลายขาว สวมถุงเท้าข้างซ้ายสีเขียว ข้างขวาสีแดง เป็นสีประจำเทศกาลคริสต์มาส พร้อมทักทายพูดคุย กับผู้สื่อข่าวว่า “วันนี้ได้สั่งขนมปัง (ปาเน็ตโตเน่ ซอสเปโซ panettone sospeso) มาทานกัน ชาว อิตาเลียนใช้มอบให้กันช่วงวันคริสต์มาสและปีใหม่ ที่สั่งมามีขนาด 10 กิโลกรัม จากอิตาลีเป็นก้อนใหญ่ที่สุด” พร้อมหันไปสอบถามคนติดตามว่า “ขนมปัง ยังมีอยู่หรือเปล่า” ก่อนจะชิมขนมปังพร้อมกล่าวว่า “อร่อยดี ผมกินทุกปี แนะนำให้ห่อไอศกรีมกินจะอร่อย เย็นนี้เจอกันในงานเลี้ยง”ฝาก กอ.รมน.ดูแลชีวิตประชาชนต่อมาเวลา 13.00 น. นายเศรษฐาในฐานะ ผอ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ครั้งที่ 1/2566 และเป็นประธานสรุปผลการปฏิบัติงาน และแถลงแผนการปฏิบัติงาน ประจำปี 2567 มี พล.อ. ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผบ.ทบ. รอง ผอ.รมน. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เข้าร่วม นายกฯกล่าวมอบนโยบายว่า กอ.รมน.ที่ผ่านมาเป็นกลไกสำคัญที่มุ่งเน้นสถาบันหลักของชาติ ปัจจุบันเห็นว่าเราต้องมุ่งเน้นความมั่นคงด้านชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนด้วย วันนี้เราเห็นผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน โดยเฉพาะประเด็น เร่งด่วนที่รัฐบาลได้มอบหมาย เรื่องแรกการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับพี่น้องประชาชน อยากให้ทำต่อเนื่อง และฝากเรื่องระบบชลประทานด้วยควงลูกชายร่วมปีใหม่ทำเนียบฯจากนั้นเวลา 17.00 น. นายเศรษฐาพร้อมบุตรชายทั้ง 2 คน คือ นายณภัทร ทวีสิน “น้อบ” บุตรชายคนโต และนายวรัตม์ ทวีสิน “แน้บ” บุตรชาย คนกลางที่ใส่ถุงเท้าสีเขียวแดงแบบเดียวกับคุณพ่อ รวมถึง นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกฯ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง และทีมโฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกิจกรรมคริสต์มาสและปีใหม่กับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ที่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก นายกฯยังได้ลองใส่ที่คาดผมกวางเรนเดียร์ และยกมือทำท่ากวางอย่างอารมณ์ดี ย้ำ 314 เสียงทำเพื่อประชาชนนายเศรษฐากล่าวว่า จะปีใหม่แล้วขอใช้โอกาสนี้ ที่มาร่วมสังสรรค์กัน พยายามทำให้เกิดบรรยากาศอย่างนี้ทุกๆปี เรื่องคำถามคำตอบเรื่องที่เราอยู่ด้วยกันมา 3 เดือน หากมีอะไรที่พูดจาไม่เหมาะสมหรือชักสีหน้า หรือแสดงอะไรที่ไม่เหมาะไม่ควร กราบขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย เป็นคนเหมือนกันทำงานมาก็เหนื่อยบ้าง แต่ไม่ได้คิดอะไร สื่อมวลชนคงอยากให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ เช่นเดียวกับพวกตนและทีมรัฐมนตรีทุกคนมาร่วมกัน ไม่ได้แบ่งแยก ไม่มีความแตกแยกใดๆทั้งสิ้น คุยกันอยู่ด้วยกันมีเรื่องที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เรามี 314 เสียง มาด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกัน ไม่ได้มาเล่นการเมือง แต่มาเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้น และในที่สุดก็ส่งต่ออนาคตที่ดีให้กับลูกหลานของพวกเราภูมิใจพ่อทำงานเพื่อบ้านเมืองขณะที่นายวรัตม์ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกดีใจที่คริสต์มาสปีนี้ได้กลับมาอยู่กับครอบครัว มาอยู่เมืองไทย นานๆเดินทางกลับมาอยู่กับพ่อแม่ก็ดีใจ เมื่อถามว่าได้มาเห็นการทำงานของคุณพ่อแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง นายวรัตม์ตอบว่า ก็เหมือนเดิมเขาทำงาน หนักอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ภูมิใจที่เห็นท่านทำงานเพื่อบ้านเมือง พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า ขอเมอร์รี่คริสต์มาส และขอแฮปปี้นิวเยียร์ทุกคนด้วยนะครับ“อ้วน” เมินโพลมั่นใจคนยังรัก พท.นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจนิด้าโพลระบุว่า ประชาชนอยากเห็นนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้า พรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ว่า ไม่ได้แปลกอะไร การสำรวจขึ้นอยู่กับว่า ใครสำรวจสถาบันไหนบ้าง สำรวจกลุ่มตัวอย่างเท่าไหร่ จากส่วนไหนบ้าง สำคัญที่สุดคือพื้นที่ของประชาชน โดยตรง เชื่อว่าพื้นที่ที่รัฐบาลไปพบประชาชนส่วนใหญ่ ยังสนับสนุนพรรคเพื่อไทย และนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ แต่ถ้าเป็นในเมืองโดยเฉพาะคนวัยหนุ่มสาว ยอมรับว่าความนิยมของนายพิธายังมีอยู่ แต่อยู่ที่การ ทำงานมากกว่า รัฐบาลนี้เข้ามาช่วงแรกวุ่นอยู่กับการ ทำงาน หลังจากทำงานเสร็จแล้วค่อยไปดูอีกทีว่าประชาชนรู้สึกอย่างไร คิดว่าความนิยมไม่เท่ากับผลงาน ที่ทำให้กับประชาชน เมื่อถามว่าการทำโพลภายใน 3 เดือน เร็วไปหรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า คิดว่าเร็ว ไปนิดนึง รัฐบาลชุดนี้เข้ามาก็เจอแต่ปัญหาเยอะแยะ สะสมมาเกือบ 9-10 ปี จากรัฐประหาร ช่วงนี้เป็นการปูรากฐาน ลั่นให้ผลงานเรียกคะแนนนิยมนายภูมิธรรมกล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดขณะนี้ รัฐบาลยังไม่มีงบลงทุนเลย ส่วนใหญ่เป็นงบประจำ เป็นช่วงรอยงบประมาณต่อพอดี โดยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 กำลังจะเข้าสภาช่วงต้นปีเรายังไม่มีเงินทำงาน งบประมาณที่เราจะทำงานได้คือหลังเดือน พ.ค.2567 ที่ผ่านมาเราใช้การบริหารเงินด้วยการนำธนาคารของรัฐมาช่วยบ้าง เป็นการหยิบจับมาโปะ หลังปีใหม่ไปทุกคนจะได้เห็น ฝีมือของรัฐบาลเป็นอย่างไร เมื่อถามว่ามั่นใจว่าจะใช้ ผลงานเป็นตัวดึงคะแนนได้ นายภูมิธรรมตอบว่า ผลงานเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆในการดึงความรู้สึก เชื่อว่าเรามีความสามารถเหนือกว่าพรรคอื่น คือ การ ลงไปพบปะประชาชน ได้รับเสียงสะท้อนว่าพรรคยังได้รับความเชื่อมั่น แต่อาจต้องปรับการสื่อสารกับ คนในเมืองและเยาวชน ยอมรับว่าการใช้โซเชียลมีเดีย เรายังไม่แข็งแรง แต่เชื่อว่าจะทำความเข้าใจคนเหล่านี้ ได้มากขึ้น รัฐบาลมีเวลาทำงาน 4 ปี หลังจากนั้นประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินรทสช.พร้อมอภิปรายงบฯ ปี 67นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) แถลงความพร้อมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯปี 2567 ว่า พรรคมีบุคลากรที่พร้อมคัดสรรไปทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ตามสัดส่วนที่ได้รับจัดสรร 4 ตำแหน่ง จะพิจารณาคนที่ เหมาะสมและมีความพร้อม ต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ จัดทำงบประมาณ เช่น นายจุติ ไกรฤกษ์ อดีต รมว. การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวิทยา แก้วภราดัย สส.หลายสมัยโวยให้เวลาอ่านเอกสารแค่ 7 วันนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการเตรียมตัวอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ รายจ่าย ประจำปี 2567 ว่า สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เวลาศึกษาเอกสารงบประมาณ 14-17 วัน เราก็เห็นว่าน้อยเกินไป แต่ครั้งนี้แค่ 7 วัน น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ต้องทำให้ดีที่สุด ยังหวังว่ารัฐบาลน่าจะให้เวลากับ สส.ทุกคน ไม่ใช่เฉพาะ สส.ฝ่ายค้าน สส.ทุกคนควรมีเวลาอ่าน เพราะ พ.ร.บ.งบฯ ฉบับนี้ แม้ไม่ได้เป็นฉบับของรัฐบาลชุดนี้ 100% แต่ ถือว่าต้องมีการจัดสรรงบประมาณใหม่ เพื่อตอบสนอง นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เป็นเรื่องที่เราต้องตรวจสอบ ว่า การจัดสรรตอบโจทย์สถานการณ์และเป้าหมายอย่างที่รัฐบาลบอกว่าจะเร่งดำเนินการหรือไม่ “พิธา” ขอบคุณแรงเชียร์ผ่านโพลนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้า พรรคก้าวไกล กล่าวถึงผลสำรวจของนิด้าโพลที่พบว่า ส่วนใหญ่สนับสนุนให้นายพิธาเป็นนายกฯ และสนับสนุน พรรค ก.ก.ว่า ขอบคุณประชาชนที่ยังระลึกถึงและ ให้กำลังใจผ่านผลสำรวจ และขอบคุณเพื่อน สส. พนักงาน และอาสาสมัครของพรรคที่ยังทำงานหนักหลังการเลือกตั้ง โพลนิยมสนับสนุนเป็นแรงผลักดัน ทำงานให้หนักขึ้น สำหรับตนตอนขึ้นอย่าหลง ตอนลงอย่าท้อ ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกประหม่าหรือสบายใจว่า ไม่ต้องทำงาน แต่ยิ่งจะเป็นแรงผลักดันให้ทำงานหนัก เพื่อประชาชนมากขึ้น“วิษณุ” เปิด “เลขที่ 1 ถ.พิษณุโลก”ช่วงบ่ายที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี จัดกิจกรรมแจกลายเซ็นให้กับผู้ที่ซื้อหนังสือ “เลขที่ 1 ถนนพิษณุโลก” จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา รายได้ทั้งหมดมอบเป็นสวัสดิการให้กับข้าราชการสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) นายวิษณุกล่าวว่า มีเวลาว่างเลยเขียนหนังสือเล่มแรกชื่อ “ชีวิตดั่งหาดทราย และทะเล” เล่มที่ 2 เกี่ยวกับการทำงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี อดีตนายก รัฐมนตรี ต่อจากเล่ม “ลงเรือแป๊ะ” และเล่มนี้ตอนแรกจะให้ชื่อ “ลงเรือเหล็ก” แต่คิดไปคิดมาอาจมีคนถามว่าครั้งหน้าจะเขียนเรื่องเรืออะไรอีก จึงนึกได้ว่าทำเนียบรัฐบาลคือบ้านเลขที่ 1 ถนนพิษณุโลก หลังจากนี้จะเขียนอีกเล่มเป็นนวนิยาย เกี่ยวกับเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง การปกครอง 2475 เป็นเนื้อเรื่องสนุก มีเหตุการณ์บ้านเมืองมาสอดแทรก พระเอกเป็นทหารชั้นผู้น้อยไปรักกับลูกสาวเจ้าพระยา แต่ตอนหลังเข้าร่วมเป็นคณะราษฎรยึดอำนาจสว.พ้นวาระมีการเปลี่ยนแปลงนายวิษณุให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองปี 2567 มีอะไรพลิกผันหรือไม่ว่า ไม่ทราบ ตอบไม่ถูก เมื่อถามถึงกรณี สว.จะหมดวาระลงในวันที่ 11 พ.ค. นายวิษณุตอบว่า สว.ชุดนี้ไม่อยู่ ก็มี สว.ใหม่มา บทบาทเขาก็เล่นอีกแบบหนึ่ง คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก เพียงแต่อาจมีเปลี่ยนเรื่องอื่นๆ เช่น การเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ส่วนรัฐบาลจะปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ไม่ทราบ อยู่ที่รัฐบาลและนายกฯ ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงจริงๆ เมื่อถามย้ำว่าหาก พ้นวันที่ 11 พ.ค.ไปแล้ว สว.ชุดเดิมจะไม่มีส่วนเลือกนายกฯอีกแล้ว นายวิษณุตอบว่า ไม่มีอำนาจเลือกนายกฯ แต่เรื่องอื่นยังมีอำนาจอยู่ จนกว่าจะมี สว.ชุดใหม่เข้ามา คาดว่าใช้เวลา 2 เดือนกม.กู้เงินวาระแรกชี้ชะตารัฐบาลผู้สื่อข่าวถามว่า หากร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ผลักดันโครงการดิจิทัลวอลเล็ตไม่ผ่านสภาฯ นายกฯต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ถ้าไม่ผ่านสภาฯวาระที่ 1 เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลด้วยการยุบสภาฯ หรือลาออก แต่ถ้าไม่ผ่านในวาระ 2 หรือ 3 หรือในชั้น สว. ไม่เป็นไร ถ้าสภาฯรับหลักการวาระหนึ่งแล้ว ก็ถือเป็นกฎหมายของสภาฯ หลังจากนั้นจะผ่านไม่ผ่านก็ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล แต่ถ้าวาระแรกไม่ผ่านก็เท่ากับไม่ไว้ใจรัฐบาล เรื่องนี้ไม่มีกฎหมายบังคับ แต่ธรรมเนียมปฏิบัติเป็นเช่นนั้น เมื่อถามย้ำว่า หากไม่ผ่านวาระแรก นายกฯไม่ออกได้หรือไม่ เพราะไม่มีกฎหมายบังคับ นายวิษณุตอบว่ามันเป็นธรรมเนียมประเพณี มิเช่นนั้นจะถูกตำหนิ เช่น สมัยจอมพล ป. กฎหมายไม่ผ่านก็ลาออก สมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ กฎหมายไม่ผ่านก็ยุบสภาฯ ในอังกฤษในญี่ปุ่นก็เป็นเช่นนั้น เป็นธรรมเนียม ไม่ได้เขียนเป็นกฎหมายแนะ “ยิ่งลักษณ์” มารับโทษก่อนนายวิษณุยังกล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องการขอพระราชทานอภัยโทษต้องดำเนินการอย่างไรว่า อันดับแรกคือต้องเข้ามาก่อน สองคือมอบตัวเป็นนักโทษแล้วถึงจะถวายฎีกาได้ ถ้ายังไม่รับโทษก็ยังไม่สามารถถวายฎีกาได้ ไม่เรียกว่าฎีกา ฎีกาคือสิ่งที่นักโทษเด็ดขาดเป็นผู้ถวายขึ้นไป ส่วนจะโปรดเกล้าฯหรือไม่ขึ้นอยู่กับพระมหากรุณา ฯไต่สวนพยานคดียุบพรรค ก.ก.ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเวลา 09.30 น. ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคลคดีที่นายธีรยุทธ สุวรรณเกษตร อดีตทนายความนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ “พุทธะอิสระ” ขอให้วินิจฉัยการกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ผู้ถูกร้องที่ 1 และพรรคก้าวไกล ผู้ถูกร้องที่ 2 เสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เพื่อยกเลิกมาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง และยังคงดำเนินการต่อเนื่อง เป็นการขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่งหรือไม่ โดยนายพิธา และนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล เดินทางมาศาลเข้ารับการไต่สวนตั้งเเต่ช่วงเช้า พร้อมนำบันทึกคำให้การของพยานอีก 6 ปากมาประกอบการไต่สวน “ต๋อม-พิธา” เชื่อไม่ถึงยุบพรรคนายพิธาระบุว่า จะใช้ข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายชี้แจงว่าการเสนอนโยบายถูกต้องตามกฎหมาย ชอบด้วยรัฐธรรมนูญทุกประการ ไม่ใช่การล้มล้างการปกครอง ไม่หนักใจในการสู้คดี จะพูดถึงเจตนาการเสนอแก้กฎหมายเพื่อลดวิกฤติการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤติการเมือง 1 ทศวรรษ เป็นทางสายกลาง ผลคดีนี้หากพิจารณาตามคำร้องไม่นำไปสู่การยุบพรรค แต่ตามคำร้องสมมติว่าศาลชี้ออกมาไม่เป็นคุณ ก็ให้หยุดการนำเสนอนโยบายแก้ไขมาตรา 112 เท่านั้น ไม่มีคำร้องที่จะนำไปสู่การยุบพรรค ไม่กังวลผลของคำวินิจฉัยนายชัยธวัชกล่าวว่า มั่นใจยังไงคดีนี้ไปได้ไกลแค่ให้ยุติการกระทำ ส่วนเรื่องการชี้แจงหลักฐานต่างๆ ยื่นเอกสารไป 2 รอบแล้ว ขึ้นอยู่กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะมีประเด็นไต่สวนอะไรเพิ่มเติม ยืนยันทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และเจตนาว่าการกระทำของพรรค ก.ก.ไม่ได้นำไปสู่การล้มล้างการปกครองมั่นใจไม่ได้ล้มล้างการปกครองต่อมาเวลา 11.20 น. นายชัยธวัชให้สัมภาษณ์หลังการไต่สวนว่า การไต่สวนเป็นไปด้วยดี เรายังมั่นใจตามข้อเท็จจริงตามกฎหมาย และเจตนาของเรา สามารถชี้ได้ว่าไม่ใช่การล้มล้างการปกครอง ยังเชื่อมั่นว่าการเสนอร่างกฎหมายโดยใช้กระบวนการด้านนิติบัญญัติ และแก้ไขมาตรา 112 รวมถึงกฎหมายอาญาหมิ่นประมาท มั่นใจว่าไม่สามารถนำไปสู่การล้มล้างการปกครองได้ การเสนอร่างกฎหมายมีกระบวนการของสภาฯอยู่ ต้องใช้เสียงส่วนใหญ่ ต้องใช้ กมธ.พิจารณาเนื้อหาซ้ำ ยังมีกระบวนการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญก่อนผ่านสภาฯ“พิธา” พอใจได้ตอบทุกข้อสงสัยด้านนายพิธากล่าวว่า ยังมั่นใจว่ากระบวนการราบรื่นดี ส่วนตัวรู้สึกพอใจที่ได้แถลงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ข้อสงสัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยังมั่นใจในข้อเท็จจริงหลายเรื่อง ข้อเสนอแก้ไขทางนิติบัญญัติไม่ได้มาจากพรรคเราเป็นพรรคแรก มีมาตั้งแต่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในช่วงปี 2563-2564 ตอนนี้พรรค ก.ก.ไม่ได้เป็นพรรคเดียว ดังนั้นน่าจะยืนยันได้ในเรื่องของเจตนา ว่าไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครองออกหน้าไหนก็ไปต่อกับก้าวไกลเมื่อถามว่าหากผลการตัดสินออกมาเป็นคุณจะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกหรือไม่ นายพิธาตอบว่า ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ก็ยังทำงานกับพรรค ก.ก. ส่วนตัวไม่ได้ยึดติดอะไร สามารถทำงานการเมืองได้ทุกรูปแบบ ไม่กังวลใจยังสามารถทำงานต่อได้ เมื่อถามว่าการแก้ไขมาตรา 112 ยังใช้เป็นนโยบายหาเสียงครั้งต่อไปได้หรือไม่ นายพิธาตอบว่า นโยบายเป็นของ สส.ชุดที่แล้ว เป็นเอกสิทธิ์ของ สส.ชุดที่แล้ว ตอนนี้เป็น สส.ชุดใหม่ ยังไม่ได้หารือพูดคุยกันในพรรค ตอนนี้ยังเป็นข้อพิพาทในศาลรัฐธรรมนูญอยู่ลุ้นศาล รธน.นัดชี้ขาด 31 ม.ค.67ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีดังกล่าว ศาล รัฐธรรมนูญได้ไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว และนัดแถลงด้วยวาจาประชุมปรึกษาหารือ ลงมติ และนัดฟังวินิจฉัย ในเวลา 14.00 น. วันที่ 31 ม.ค.2567ผบ.เหล่าทัพปฏิญาณตนเป็น สว.เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระได้ให้ผู้นำเหล่าทัพ ได้แก่ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผบ.ทบ. พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร. พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. กล่าวปฏิญาณตนก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ หลังเข้ารายงานตัวเป็น สว. แทนตำแหน่ง ผบ.เหล่าทัพคนเดิมที่เกษียณอายุราชการ ทำให้พ้นจากตำแหน่ง สว.ไปด้วย เรียก กสม.เค้นปมเอื้อ “ทักษิณ”ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา มีนายสมชาย แสวงการ สว. เป็นประธาน โดยเชิญคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เข้าชี้แจงความเห็นการออกระเบียบกรมราชทัณฑ์ให้มีการคุมขังนักโทษในสถานที่ไม่ใช่เรือนจำได้ ที่ถูกสังคมตั้งคำถาม เอื้อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือไม่ มี น.ส.ปิติกาญจน์ สิทธิเดช และนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กสม. เข้าชี้แจง น.ส.ปิติกาญจน์ชี้แจงว่า ความเห็นที่ กสม.เสนอไปคือ ให้กรมราชทัณฑ์จำแนกผู้ต้องขังออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.ผู้อยู่ระหว่างพิจารณาคดี ตามหลักกฎหมายและหลักสากล ต้องสันนิษฐานให้ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา มีอยู่ 50,000 คนอยู่ระหว่างพิจารณาคดี 2.นักโทษเด็ดขาด ทั้ง 2 กลุ่มนี้ต้องมีแนวทางปฏิบัติแตกต่างกันยันควรให้ศาลชี้ขาดขังนอกคุกนายวสันต์ชี้แจงยืนยันว่า คำแถลงการณ์ กสม. วันที่ 27 ก.ย.2566 ถูกพาดพิง เกรงว่าสังคมจะเข้าใจผิด ขอชี้แจงว่าข้อเสนอ กสม. เมื่อตอนตรวจเยี่ยมเรือนจำปี 2562 คือข้อเสนอแก้ปัญหาความแออัดเรือนจำ มีประเด็นเข้ามาคือผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างสู้คดี ยังเป็นแค่จำเลย บางส่วนไม่ได้รับการประกันตัว จึงเสนอให้ควรปฏิบัติต่างกับนักโทษเด็ดขาด ขณะนั้นมีข้อเสนอร่วมกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรมขณะนั้น ว่าบุคคลเหล่านี้ควรสันนิษฐานเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้เกี่ยวกับการออกระเบียบกรมราชทัณฑ์โดยตรง แต่พูดถึงนักโทษป่วยหนัก ป่วยจิตเวช ที่ควรพิจารณา แต่ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ และเห็นว่ากรณีผู้ถูกกล่าวหาจะป่วยหนักติดเตียงหรือจิตเวช คนที่จะสั่งได้ต้องเป็นศาล ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นกรมราชทัณฑ์สั่งเองทั้งหมดชงแพทยสภาสอบจริยธรรมหมอที่แพทยสภา นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ท.อิทธิพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ขอให้ตรวจสอบผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมไม่ประพฤติปฏิบัติตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม และกฎเกณฑ์ทางจรรยาบรรณ เอื้อประโยชน์ให้นายทักษิณ ชินวัตร หรือไม่ นายวัชระกล่าวว่า ได้รับร้องเรียนจากประชาชนกรณีเคลือบแคลงสงสัยว่า นายทักษิณเข้าเรือนจำแต่ไม่ได้ถูกจำคุกจริงตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ ไม่เท่าเทียมนักโทษทั่วไป ถูกส่งตัวย้ายมาอยู่โรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 นับแต่วันที่ 23 ส.ค.2566 จนถึงวันนี้ครบ 125 วัน ประชาชนไม่เชื่อว่าพักรักษาอยู่จริง มีการเอื้อประโยชน์โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ช่วยเหลือนายทักษิณ พักรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ ดังนั้น ขอให้แพทยสภาตรวจสอบนายแพทย์ที่ รพ.ราชทัณฑ์และ รพ.ตำรวจ ประพฤติปฏิบัติตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม และกฎเกณฑ์ทางจรรยาบรรณแพทยสภาหรือไม่เลื่อนฟังถอนประกันตะวัน-บุ้งที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลนัดฟังคำสั่งถอนประกัน น.ส.ตะวัน หรือทานตะวัน ตัวตุลานนท์ กับ น.ส.บุ้ง เนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้งทะลุวัง จำเลยในคดีร่วมกับพวกรวม 8 คนทำผิดมาตรา 112 กรณีอัยการโจทก์และพนักงานสอบสวนร้องว่าจำเลยทำผิดเงื่อนไข ที่ไปประท้วงการลงคะแนนของ สว. แต่นัดนี้ทนายความจำเลยขอเลื่อนเพราะ “บุ้ง” ป่วยท้องเสีย ศาลมีคำสั่งอนุญาตเลื่อนไปวันที่ 26 ม.ค.2567 อีกคดี ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดไต่สวนละเมิดอำนาจศาล ในคดีทำร้ายเจ้าพนักงานตำรวจศาล เพราะไม่พอใจหลังเพื่อนคนหนึ่งถูกพิพากษาลงโทษ แต่เนื่องจาก น.ส.บุ้งป่วยเลื่อนไปไต่สวนวันที่ 22 ม.ค. 2567 และนัดฟังคำสั่งวันที่ 26 ม.ค.2567 เช่นกันเคาะทำประชามติคำถามเดียวอีกเรื่องที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ แถลงหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติเพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่าง ในเรื่องรัฐธรรมนูญ 2560 ว่า ที่ประชุมมีความเห็นเกี่ยวกับคำถามประชามติว่าจะใช้คำถามเดียวว่า “ท่านเห็นชอบหรือไม่ ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่แก้ไขหมวด 1 บททั่วไป หมวด 2 พระมหากษัตริย์” เรื่องนี้จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ช่วงเดือน ม.ค.2567 หรืออย่างช้าไม่เกินไตรมาสแรก ยืนยันว่ารัฐบาลจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ได้ภายใน 4 ปี รวมถึงเร่งออกกฎหมายลูกเพื่อให้มีการเลือกตั้งด้วยบริบทใหม่ คณะกรรมการฯ ยังเห็นว่าควรทำประชามติ 3 ครั้ง เมื่อถามว่ากระบวนการ กำหนด ส.ส.ร.อยู่ในขั้นตอนใด นายภูมิธรรมตอบว่า หากทำประชามติครั้งแรกผ่าน จะยื่นแก้ไขมาตรา 256 จาก สส. และ สว. ก็จะเป็นผู้กำหนดคุณสมบัติดังกล่าวปลื้ม OTOP ยอดขายทะลุเป้าวันเดียวกัน นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวง มหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน จัดงาน OTOP CITY 2023 ภายใต้แนวคิด “ช้อปสนุก ส่งสุขท้ายปี สินค้าดีจากภูมิปัญญาไทย” ระหว่างวันที่ 16-24 ธ.ค. ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตลอด 9 วัน ประชาชนให้ความสนใจเข้าชมงานคึกคักถึง 232,509 คน ยอดจำหน่าย 728,629,139 บาท เกินกว่าเป้าหมายที่คณะกรรมการจัดงานกำหนดที่ 600 ล้านบาท สินค้า ที่ประชาชนนิยมเลือกซื้อหาเป็นของขวัญของฝาก คือ OTOP ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย ทำรายได้สูงสุด 272 ล้านบาท ประชาชนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่ามาเที่ยวชมงานในครั้งนี้ ได้เห็นผ้าไทยที่ทันสมัย อันเกิดจากพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้พระราชทานความช่วยเหลือด้วยการพระราชทานแบบลายผ้าต่อเนื่องทุกปีอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่