นิทานเรื่องศรีธนญชัย เล่ากันแพร่หลายหลายสำนวนมุกหรือลูกเล่นแต่ละสำนวนแตกต่างกันไปสำนวนไทยโซ่ง อาจารย์ เรณู เหมือนจันทร์เชย มหาวิทยาลัยมหิดล ค้นคว้ารวบรวมไว้ในงานวิจัย (พ.ศ.2545-2546) จัดลำดับไว้เป็นเรื่องที่ 1 ในนิทานตลก 18 เรื่องรวบรัดตัดตอน...ไปถึงเจ้าศรีธนญชัย ทั้งดื้อทั้งกะล่อน ไม่ทำงาน แม่ถอดใจเอาไปฝากพระบวชเป็นเณร หวังจะดัดนิสัยให้เป็นคนดี...แต่เจ้าเณร ก็เล่นกลกะล่อนป่วนทั้งวัด บวชได้ครึ่งพรรษาสมภารก็ให้สึกธรรมดาเด็กที่สึกจากเณร ภาษาไทยโซ่งเรียก “เซียง” แต่เจ้าเณรคนนี้บวชได้แค่ครึ่งพรรษา ชาวโซ่งใช้คำเรียกว่า “เซี่ยงเมี่ยง”เจ้าเซี่ยงเมี่ยงโตเป็นหนุ่ม ก็ริจะมีเมีย แต่มีรสนิยมสูงเกินตัว แอบไปรักชอบลูกสาวเจ้าเมือง รบเร้าให้พ่อแม่ไปสู่ขอ พ่อแม่ละล้าละลังไปถึงจวน เจ้าเมืองหัวเราะใส่หน้าไม่ด่าตรงๆ แต่บอกว่า “พรุ่งนี้ เอาเงินร้อยหาบมา ข้าจะยกลูกสาวให้”กลับถึงบ้าน พ่อแม่ก็เป็นทุกข์ ทั้งบ้านเรามีเงินเหลืออยู่เหรียญเดียว จะเอาปัญญาจากไหนไปหาเงินร้อยหาบไปให้เจ้าเมืองเป็นค่าสินสอดเซี่ยงเมี่ยง ปลอบพ่อแม่ให้ใจเย็นๆ แล้วก็ขอเอาเงินหนึ่งเหรียญที่มีเอาไปร้อยเชือก แล้วก็เอาโยงกับหาบ แบกแบกหาบไปหาเจ้าเมือง...ทันตามเวลาสัญญาเจ้าเมืองทำท่าจะโวยวาย...แต่ก็จนใจ เพราะเจ้าเซี่ยงเมี่ยงมันแสดงให้เห็นกับตา เอาเงินร้อยหาบมาให้จริงๆ จึงตัดใจยกลูกสาวให้แต่ก็ยังไว้เหลี่ยม เล่นเล่ห์ บอกเซี่ยงเมี่ยงว่า ข้าให้ลูกสาวเจ้าแล้ว ถ้าเจ้าไม่ปลูกเรือนทองไว้เป็นเรือนหอ ก็จะไม่ยอมให้ลูกสาวไปอยู่ด้วยเซี่ยงเมี่ยงกลับบ้าน ระดมเพื่อนพ้องช่วยกันไปตัดต้นทองหลาง... มาทำเป็นเสาเรือนหอ...งานนี้ตามท้องเรื่องนิทาน เมื่อเซี่ยงเมี่ยงพิสูจน์ให้เจ้าเมืองเห็นว่า เรือนหอทั้งหลัง ประกอบด้วยไม้ทองหลาง ไม่มีไม้สัก หรือไม้อื่นมาประกอบด้วยเลยแม้แต่ชิ้นเดียว เจ้าเมืองก็ต้องยอมแพ้แต่ก็ยังคาใจ...คอยหาเหตุ จะทวงเอาลูกสาวคืนเมื่อคิดหาเหตุได้ เจ้าเมืองก็ขี่ม้านำบริวาร ไปถึงบ้านลูกเขย...คนสำคัญ เมื่อเซี่ยงเมี่ยงออกจากบ้านมาต้อนรับพ่อตา เชิญลงจากหลังม้าเข้าไปกินน้ำกินท่าในบ้านเจ้าเมืองบอกว่า “เจ้าลองใช้ปัญญา หลอกให้ข้าลงจากหลังม้าเข้าบ้านเจ้าให้ได้ ข้าจะยอมให้ลูกสาวข้าอยู่กับเจ้าต่อไปอีก”เซี่ยงเมี่ยงส่ายหน้า บอกเจ้าเมือง “ยาก ที่หลอกให้พ่อตาลงจากหลังม้าได้ แต่ถ้าเปลี่ยนกติกา ขอให้ท่านลงจากหลังม้า แล้วข้าจะค่อยคิดหาวิธีหลอกให้ท่านขึ้น...จะง่ายกว่า”เจ้าเมืองยอมรับกติกาใหม่ ลงจากหลังม้า แล้วตั้งท่า...“เอ้า เจ้ามีปัญญาแค่ไหน จะหลอกให้ข้าขึ้นม้าก็ลอง...”งานนี้ เซี่ยงเมี่ยงยิ้มร่า บอกเจ้าเมืองว่า ข้าหลอกให้ท่านลงจากหลังม้าได้แล้ว...ถ้าไม่ขึ้นม้า...จะเดินเท้ากลับจวน ก็เป็นเรื่องของท่านเป็นอันว่า เจ้าเมืองแพ้ปัญญา ยอมให้ลูกสาวอยู่กับเซี่ยงเมี่ยงต่อไปผมรวบรัดตัดต่อ...นิทานศรีธนญชัยเซี่ยงเมี่ยง ฉบับไทยโซ่ง มาให้ท่านฟังผ่อนคลายสมองได้แค่นี้ อย่าเผลอเอาไปปนกับงานเสี่ยแป้ง หนีคุกแล้วส่งคลิปตั้งโจทย์ทดสอบกระบวนการยุติธรรมแบบไทยๆนิทานเรื่องศรีธนญชัยฉบับเสี่ยแป้ง...ฟังแล้วเครียด ฟังแล้วกระอักกระอ่วนใจ...คนไหน โจร คนไหน ตำรวจ คนไหนอัยการเออ! หรือว่าหันไปทางไหน เจอแต่โจรกับโจร.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม