“ชุดสืบนครบาล” บุกล็อกตัวมือปืนยิงนักเรียน วิทยาลัยเทคนิคดุสิตแล้ว หลังพยานชี้รูปยืนยันจน ออกหมายจับได้ เร่งนำตัวไปค้นหาอาวุธสังหารที่นำไปซ่อน สอบพบเป็นศิษย์เก่าสถาบันคู่อริย่านจรัญสนิทวงศ์ “น.1” รุดสอบปากคำด้วยตัวเอง แค้นปมสังหาร และผู้ร่วมก่อเหตุคนที่ 3 ที่ยังไม่รู้ตัว ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุคนที่ 2 ถูกผู้ตายแทงบาดเจ็บในที่เกิดเหตุแล้วหนีไป ชุดสืบสวนอายัดตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว บรรยากาศพ่อแม่รับร่าง “น้องภู่” สุดเศร้า นิมนต์พระเชิญดวงวิญญาณจากจุดเกิดเหตุไปประกอบพิธีทางศาสนา มีทั้งญาติ เพื่อน และคณาจารย์ร่วมงานเต็มวัด ลั่นหลังลูกตายไม่รู้จะอยู่ยังไง ฝากถึงคนร้ายกล้าทำต้องกล้ารับกรณีคนร้ายวัยรุ่น 3 คนใช้รถ จยย. 2 คันเป็นพาหนะ บุกทำร้ายร่างกายนักเรียนวิทยาลัยเทคนิคดุสิต สถาบันการอาชีวศึกษากรุงเทพมหานคร จำนวน 3 คนบริเวณถนนระนอง 2 เขตดุสิต กทม. เป็นเหตุให้นายพงศ์ภีระ หรือภู่ สุขโคตร อายุ 16 ปี นักเรียน ปวช.ปี 2 แผนกก่อสร้าง วิทยาลัยเทคนิคดุสิต ถูกยิงเสียชีวิตคาที่ เบื้องต้นชุดสืบสวนนครบาล ตั้งปมการสังหารไว้ 3 ประเด็น ทั้งปัญหาส่วนตัว ปัญหาของเพื่อนที่อยู่ด้วยกัน และความขัดแย้งของสถาบันการศึกษา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วความคืบหน้าจากแผนกนิติเวช โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 ก.พ. นายชาญณรงค์ สุขโคตร อายุ 42 ปี และ น.ส.นวลนภา เกตุสุวรรณ อายุ 40 ปี พ่อแม่นายพงศ์ภีระ ผู้เสียชีวิต พร้อมญาติพี่น้อง นายจักรินทร์ ดำรักษ์ ผอ.วิทยาลัยเทคนิคดุสิต คณาจารย์ และเพื่อนนักศึกษาจำนวนหนึ่ง นิมนต์พระจากวัดพรหมวงศาราม (เจ้าเณร) ย่านดินแดง มาขอรับศพนายพงศ์ภีระไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่ศาลา 2 วัดพรหมวงศาราม (เจ้าเณร) ซอยประชาสงเคราะห์ 27 แขวงและเขตดินแดง ท่ามกลางความโศกเศร้า หลังจากนั้นนำร่างลูกขึ้นรถตู้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุถนนระนอง 2 ทำพิธีจุดธูปต่อหน้ารูปภาพลูกชาย โปรยดอกไม้บอกกล่าวดวงวิญญาณให้ตามกลิ่นควันธูปกลับไปทำพิธีทางศาสนา ระหว่างทำพิธี น.ส.นวลนภาพูดทั้งน้ำตาว่า “กลับบ้านนะลูก แม่มารับลูกแล้ว” หลังจากนั้นพากันขึ้นรถนำร่างลูกเดินทางไปทำพิธีทางศาสนาที่วัดพรหมวงศารามที่ สน.ดุสิต พ.ต.อ.ไตรเทพ แพทย์รัตน์ ผกก.สน.ดุสิต เผยความคืบหน้าคดีว่า คณะสืบสวนสอบสวนเตรียมนำคำให้การพยานทุกปากมาทบทวนเพื่อพิจารณาแรงจูงใจการก่อเหตุ ส่วนจะออกหมายจับกลุ่มผู้ก่อเหตุวันนี้หรือไม่ ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ จากการสืบสวนคาดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นอดีตนักเรียนช่าง การติดตามจับกุมขณะนี้กำลังเร่งไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาเส้นทางหลบหนีของคนร้าย ใกล้ชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ไล่ตรวจสอบประวัติการเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลรอบพื้นที่เกิดเหตุ เนื่องจากตามคำให้การของกลุ่มเพื่อนผู้เสียชีวิตระบุว่า ใช้มีดแทงไปยังกลุ่มผู้ก่อเหตุ แต่ขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลสำหรับบรรยากาศที่วิทยาลัยเทคนิคดุสิตเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเพียงเจ้าหน้าที่และบุคลากรไม่กี่คนที่เข้ามาทำงาน หลังมีประกาศให้เรียนออนไลน์เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ส่วนตรงจุดเกิดเหตุมีการตั้งเครื่องเซ่นเป็นข้าวต้มกุ้ง น้ำอัดลม และน้ำดื่ม เพื่อให้ผู้ตายไปสู่สุคติมีรายงานว่า ชุดสืบสวนนครบาล (บก.สส.บช.น.) ออกหมายจับ 1 ใน 3 คนร้าย รูปร่างอ้วน ขี่รถ จยย.ยามาฮ่าเอ็นแมกซ์ 155 สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หลังก่อเหตุทำกระจกมองหลังข้างขวาหักตกอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ สวมเสื้อแขนยาวมีฮู้ดสีเข้ม กางเกงขายาวสีน้ำตาล สวมหมวกกันน็อกเต็มใบสีดำ รองเท้าผ้าใบสีดำยี่ห้อแวนซ์ ทราบว่าผู้ถูกออกหมายจับเป็นอดีตนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคแห่งหนึ่งย่านบางพลัด นศ.สถานศึกษาแห่งนี้เป็นคู่อริกับนักเรียนวิทยาลัยเทคนิคดุสิตมานาน ก่อนเกิดเหตุไม่นานมีเหตุกระทบกระทั่งกัน ส่วนผู้ก่อเหตุที่ถูกคนตายแทงบาดเจ็บ ขณะนี้เจ้าหน้าที่รู้ตัวแล้วว่าเป็นใคร เบื้องต้นหลบหนีไปรักษาตัวเองที่บ้านแต่อาการหนัก ชุดสืบสวนพาไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมอายัดตัวดำเนินคดีต่อไปมีรายงานอีกว่า ประเด็นปืนปากกาที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ตรวจสอบแล้วเป็นของฝ่ายผู้เสียชีวิต พยายามเอามายิงสู้กับกลุ่มผู้ก่อเหตุ แต่ปืนยิงไม่ออกเลยทำตกไว้ในที่เกิดเหตุ หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับเจ้าของปืนต่อไปต่อมาพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต รวบรวมพยานหลักฐานไปขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับนายอัครพล ศิริเมฆานนท์ อายุ 22 ปี อยู่เลขที่ 41/159 หมู่ 6 ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อหาพาอาวุธปืนติดตัวไปในตัวเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหายิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน และพาอาวุธ (อาวุธปืนและมีด) ไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย หรือโดยไม่มีเหตุสมควร ตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.4091/2566 ลงวันที่ 20 พ.ย.2566 เบื้องต้นพยานยืนยันว่าเป็นคนลั่นไกที่ศาลา 2 วัดพรหมวงศาราม (เจ้าเณร) ซอยประชาสงเคราะห์ 27 แขวงและเขตดินแดง เวลา 14.30 น. ครอบครัวนายพงศ์ภีระ หรือภู่ สุขโคตร นำร่างมาประกอบพิธีทางศาสนา มีพ่อแม่ญาติพี่น้อง ครู อาจารย์ และเพื่อนนักเรียนมาร่วมงานจำนวนมาก น.ส.นวลนภา เกตุสุวรรณ ผู้เป็นแม่เผยทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้ตำรวจยังไม่แจ้งความคืบหน้าคดี แต่ทราบว่าคนร้ายจะเข้ามอบตัวอยากฝากว่า หากเข้ามามอบตัวก็ถือว่าทำถูกแล้ว ให้เข้ามารับผิด กล้าทำก็ต้องกล้ารับ ตนมีลูกคนเดียว มีลูกชายเป็นความหวัง จากนี้ไม่รู้จะอยู่ยังไงและไปทางไหน เพราะหัวใจสลาย กำลังใจพังยับเยินหมดสิ้น แต่ตนไม่กดดันอะไรตำรวจเพราะเห็นพวกเขาทำงานกันเต็มที่แล้ว“ฉันเคยห้ามลูกไม่ให้เรียนช่าง เพราะเห็นข่าวการทะเลาะวิวาทมาแล้วรู้สึกหวาดกลัว แต่เขารักโรงเรียนนี้อยากจบจากที่นี่ เคยบอกว่าหากไม่ได้เรียนต่อที่นี่จะไม่เรียนแล้ว เมื่อลูกตั้งใจฉันเลยไม่ห้าม ลูกไม่เคยเล่าเรื่องอะไรจากโรงเรียนให้ฟัง พูดเพียงว่าป้องกันตัวได้ไม่มีปัญหา ส่วนเพื่อนเขาก็ไม่พูด เช้าวันก่อนที่ลูกจะออกไปเรียนเขาเข้ามากอดแล้วบอกว่ารักแม่นะ ตัวเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นกอดสุดท้าย” น.ส.นวลนภากล่าวด้วยเสียงสั่นเครือที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.กล่าวว่า ขณะนี้ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว 2 คน จากทั้งหมด 3 คน มีการประสานขอเข้ามอบตัวแล้ว 1 คน ส่วนแรงจูงใจการก่อเหตุต้องรอการสอบสวนให้เสร็จสิ้นก่อน จึงจะสามารถระบุได้ว่าเกิดจากความขัดแย้งระหว่างสถาบันหรือเป็นเรื่องส่วนตัว กรณีที่ผู้เสียชีวิตอายุน้อยยังไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าเกิดจากเรื่องความขัดแย้งระหว่างสถาบัน สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดทำแผนการทำงานเชิงรุก ต้องสำรวจจัดทำรายชื่อกลุ่มบุคคลที่มีแนวโน้มก่อเหตุรุนแรง และความสัมพันธ์ระหว่างสถาบัน จัดกลุ่มคู่ขัดแย้งเพื่อเฝ้าระวังการก่อเหตุ ส่วนการคาดโทษ ผกก.ในพื้นที่เกิดเหตุ ต้องพิจารณาว่าเมื่อสั่งการไปแล้วมีความกระตือรือร้นหรือไม่ หากไม่ปฏิบัติตามข้อสั่งการจะพิจารณาดำเนินการต่อไป ตำรวจไม่สามารถแก้ปัญหาได้ฝ่ายเดียว ต้องบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืนล่าสุดมีรายงานว่า ชุดสืบสวน บก.สส.บช.น.นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. นำทีมฝ่ายสืบสวนจับกุมนายอัครพล ศิริเมฆานนท์ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.4091/ 2566 ลงวันที่ 20 พ.ย.2566 ได้แล้ว จับกุม ได้ย่านถนนจรัญสนิทวงศ์ ก่อนคุมตัวไปค้นหาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุและนำตัวกลับมาสอบสวนที่ศูนย์สืบสวนฯ โดยมี พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.จะเดินทางมาสอบสวนด้วยตัวเองที่ บก.สส.บช.น. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.เดินทางมาประชุมกับชุดจับกุม ประกอบด้วย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สันทัด ลยางกูร ผบก.น.1 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ภูมิยศ เหล็กกล้า พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก น.1 พ.ต.อ.ธัญญพัทธ์ บุญสุข ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.1 บก.น.1 และ พ.ต.อ.ไตรเทพ แพทย์รัตน์ ผกก.สน.ดุสิต หลังจากนั้นเข้าไปสอบสวนผู้ต้องหาด้วยตัวเอง พร้อมประสานกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) มาตรวจสอบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ยังไม่ทราบขนาด ที่นายอัครพลใช้ก่อเหตุต่อมาเวลา 18.30 น. หลังสอบสวนเบื้องต้นเสร็จสิ้น พล.ต.ท.ธิติเผยว่า นายอัครพลเป็นอดีต นศ.สถาบันแห่งหนึ่งย่านฝั่งธนบุรี ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไปดื่มน้ำกระท่อมชักชวนกันมาแซวหาเรื่องเด็กที่จะเดินทางไปที่วิทยาลัยเทคนิคดุสิต ระหว่างนั้นผู้ตายเดินอยู่กระทั่งมีเพื่อนขี่รถ จยย.มารับ ผู้ต้องหาทั้ง 3 จึงขี่รถ จยย.ตามมาทัน ก่อนเกิดการชุลมุนต่อสู้กัน นายอัครพลมือยิงให้การว่า นายออฟ เพื่อนที่ซ้อนท้ายไปด้วยถูกแทงบาดเจ็บ นายอัครพลจึงใช้ปืนยิงผู้เสียชีวิต รับสารภาพว่าเป็นคนยิงจริง สำหรับมูลเหตุจูงใจตนให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนแล้วผบช.น.กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทราบชื่อผู้ต้องหาอีก 2 คนแล้ว พนักงานสอบสวนสามารถรวบรวม พยานหลักฐานอาวุธปืน เหลือเพียงติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลืออีก 2 คน หากผู้ต้องหาที่เหลือจะมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่หากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบจะดำเนินการจับกุมตามขั้นตอนกฎหมาย ทั้งนี้ในช่วงเกิดเหตุผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมีปืนคนละกระบอก แต่เบื้องต้นนายอัครพลรับเป็นคนยิงเพียงคนเดียว คดีนี้ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างสถาบัน เพราะนายอัครพลไม่มีสภาพเป็นนักศึกษาแล้ว มีอาชีพส่งพัสดุให้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเท่านั้นอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่