ขณะที่ผมนั่งเขียนต้นฉบับวันนี้ สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในกาซายังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงง่ายๆ แม้เวลาจะผ่านไปแล้วถึงเดือนเศษๆก็ตามอะไรไม่อะไรยิ่งรบกันไปดูเหมือนจะมีแต่ผู้คนออกมาแสดงความเห็นใจกลุ่มฮามาสและประชาชนในฉนวนกาซา ทั้งๆที่ “ต้นตอ” ครั้งนี้ เกิดมาจากการกระทำของกลุ่มฮามาสที่บุกโจมตีอิสราเอลก่อนต่างกับในอดีตเวลาที่อิสราเอลทำสงครามกับกลุ่มอาหรับ ชาวโลกส่วนใหญ่รวมถึงคนไทยเราด้วยมักจะเชียร์อิสราเอลเมื่อประมาณ พ.ศ.2503 (ค.ศ.1960) มีภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่ดังมากเรื่องหนึ่งชื่อว่า “Exodus” เป็นภาพยนตร์ว่าด้วยการเข้าไปตั้งรัฐอิสราเอลให้แก่ยิว มี พอล นิวแมน ดาราดังมากของยุคนั้นเป็นพระเอกที่ฮิตมากกว่าภาพยนตร์ก็คือ เพลงประกอบภาพยนตร์ที่เรียกกันว่า Theme of Exodus ที่มีเนื้อร้องท่อนแรกว่า “This land is mine, God gave this land to me”คนที่ดูหนังและฟังเพลงด้วยต่างสงสารและเห็นใจอิสราเอลอย่างยิ่งที่กลายเป็นชนชาติที่ไร้ประเทศ ซึ่งบัดนี้จะมีประเทศแล้วนอกจากจะชื่นชมทั้งหนังและเพลงดังกล่าวแล้ว ในโลกแห่งความจริง อิสราเอล ซึ่งมาได้ประเทศใหม่กลางวงล้อมของประเทศอาหรับ และยังต้องทำสงครามกับเพื่อนบ้านรอบๆ ก็ยังได้รับเสียงเชียร์อยู่เสมอๆโดยเฉพาะอีก 10 ปีต่อมา หรือประมาณ 2513 เมื่อเกิดศึกใหญ่อีกระลอก กองทัพอียิปต์บุกเข้าโจมตีอิสราเอล และอิสราเอลก็สู้ยิบตาโดยใช้วิธีให้ฝูงบินบินตํ่าหลบเรดาร์ไปถล่มฐานทัพต่างๆของอียิปต์จน เสียหายหนักเป็นผลให้อียิปต์ต้องยอมยุติศึก ซึ่งก็คือยอมแพ้นั่นเองผู้สื่อข่าวเรียกสงครามคราวนั้นว่า “สงคราม 6 วัน” และหลังชัยชนะก็บังเกิด “วีรบุรุษ” ของอิสราเอลขึ้นท่านหนึ่งคือ นายพลโมเช่ ดายัน ซึ่งเป็นนักรบตาเดียว มีแผ่นหนังเล็กๆปิดตาไว้ข้างหนึ่งคนไทยชื่นชมโมเช่ ดายัน มาก มีการกล่าวขวัญถึงและยกย่องราวกับท่านเป็นคนไทย และเป็นขวัญใจคนไทยหากจะถามว่าทำไมคนส่วนใหญ่ของโลก รวมทั้งคนไทยด้วยยุคนั้น จึงเชียร์อิสราเอล และโมเช่ ดายัน...คำตอบเท่าที่ผมนึกออก ก็เพราะว่าผู้คนทั่วโลกมักชอบเชียร์ มวยรอง การที่ประเทศอิสราเอลเล็กนิดเดียว ทำสงครามชนะอียิปต์จึงได้ใจผู้คนส่วนใหญ่ต่างกับสงครามในยุคปัจจุบัน ซึ่งอิสราเอลแม้จะยังเป็นประเทศเล็กๆอยู่ แต่มีกำลังอาวุธที่เข้มแข็งกว่า ร้ายแรงกว่า การบุกเข้าถล่มกาซาจึงเป็นการบุกข้างเดียว ถล่มข้างเดียวแบบอีกฝ่ายไม่มีทางสู้แล้วผลของการถล่มแบบไม่ยั้งก็ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และแน่นอนย่อมจะมีเด็กๆจำนวนมากด้วย เพราะมองจากภาพด้วยตาเปล่าก็จะเห็นแต่แรกว่าในกาซามีเด็กๆยั้วเยี้ยไปหมดการกล่าวอ้างของกลุ่มฮามาสที่ว่ามีเด็กๆเสียชีวิตจำนวนมากถึงกว่า 4,000 ราย จึงเป็นที่เชื่อถือของชาวโลก รวมไปถึงองค์กรใหญ่ของโลกอย่าง UN ก็ยอมรับตัวเลขนี้ และออกมาตำหนิอิสราเอลโดยส่วนตัวผมยังยืนยันว่าผมเป็นกลางอย่างเคร่งครัด มีความรักความเคารพมนุษย์ทุกๆเชื้อชาติ ทุกๆเผ่าพันธุ์ อย่างเท่าเทียมกันเสมอมาแม้ผมจะรู้สึกโกรธที่แรงงานไทยเราต้องไปเสียชีวิต และต้องไปถูกจับกุมเป็นตัวประกันยังไม่ทราบชะตากรรมในขณะนี้แต่ผมก็พยายามนึกเสียว่าเป็นคราวเคราะห์ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ถ้าเป็นไปได้ก็ขออย่าให้เกิดขึ้นอีก และขอให้ตัวประกันทุกคนจงพ้นอันตรายได้กลับมาหาลูกเมียทำให้ผมนึกถึงเพลงฮิตอีกเพลงหนึ่ง คือเพลง “We are the World” ที่แต่งขึ้นตอนแรกก็เพื่อความมุ่งหมายที่จะร่วมแรงร่วมใจส่งความช่วยเหลือไปยังเด็กๆที่อดอยาก ยากไร้ ขาดอาหารในทวีปแอฟริกาแต่พอๆร้องๆกันไปด้วยความไพเราะของท่วงทำนองและความกินใจของเนื้อหา ทำให้มีการตีความเพลงนี้ไปไกลกว่าแอฟริกาคือไปถึงโลก ทั้งโลกด้วยซํ้าชาวโลกควรจะรักกัน ควรจะช่วยเหลือกัน และเป็นหนึ่งเดียวกันหวังว่าสงครามตะวันออกกลางจะยุติได้สักวันใดวันหนึ่งในไม่นานนัก เพื่อชาวโลกจะได้หันมาร้องเพลง “We are the World” อย่างเป็นนํ้าหนึ่งใจเดียวกันในที่สุด.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ "เหะหะพาที" เพิ่มเติม