“เศรษฐา” กระชับสัมพันธ์ ดินเนอร์หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ร้านหรูย่านสาทร ชั้น 26 งดสื่อเกาะติด เรียก รมต. ขรก.ระดับสูง เข้าพบติดตามงาน กำชับใช้สื่อรัฐเร่งตีปี๊บก่อนแถลงผลงานรอบ 60 วัน เน้น “ดิจิทัลวอลเล็ต” ภท.จี้ กกต.ยุบ ก.ก. ฐานสมคบคิด-เจตนา ลวงยึดเก้าอี้ผู้นำฝ่ายค้าน กกต.ย้ำ 2 สส.ที่ถูกขับพ้นก้าวไกลหาพรรคใหม่ใน 30 วัน ไม่เช่นนั้นพ้นสภาพ สส.ต้องเลือกตั้งใหม่ รทสช.จ้องฮุบโควตาเก้าอี้ ปธ.กมธ.กิจการศาลฯ “อี้” ปูด สส.เชียงใหม่พรรคส้มปลอมลายเซ็นอมเงินผู้ช่วยหาเสียง ตัวแทน นศ.ถกคณะอนุรับฟังประชามติ ขอแก้รัฐธรรมนูญได้ทุกหมวด ทุกมาตรา “นิกร” หยั่งเสียง สส.-สว. กลาง ธ.ค.รัฐบาลเร่งเครื่องตีปี๊บผลงานรอบ 60 วัน โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เรียกรัฐมนตรีหลายกระทรวง ข้าราชการระดับสูงเข้าพบเพื่อติดตามงาน ขณะเดียวกันมีการนัดหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลดินเนอร์ที่ร้าน Spider Collection NW303 อาคาร Kronos Sathorn ชั้น 26 กระชับความสัมพันธ์“เศรษฐา” ย้ำพัฒนาท้องถิ่นยั่งยืนเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 พ.ย. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวมอบนโยบายระหว่างเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีการบริหารจัดการที่ดี ประจำปีงบประมาณ 2566 ว่า เป็นเวลากว่า 21 ปี ที่มีการกระจายอำนาจให้ อปท. ตามนโยบายบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ พัฒนาท้องถิ่นให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ถือเป็นหัวใจหลักของการบริหารจัดการที่ดี ขอให้ อปท.นำเงินรางวัลที่ได้ไปพัฒนา และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและสร้างนวัตกรรมท้องถิ่น เพื่อแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของประชาชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน และความเจริญก้าวหน้าของท้องถิ่นอย่างยั่งยืนต่อไป นัดดินเนอร์หัวหน้าพรรคร่วม รบ.นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ถึงการนัดหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลรับประทานอาหารค่ำ เวลา 19.00 น. วันที่ 8 พ.ย.ที่ร้าน Spider Collection NW303 อาคาร Kronos Sathorn ชั้น 26 ที่เป็นสถานที่ปิดบุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าไปสังเกตการณ์ได้ว่า “ไม่ทราบจริงๆว่าสื่อรู้แล้ว เมื่อถามมาผมก็คงโกหกไม่ได้” เมื่อถามย้ำว่า จะอนุญาตให้สื่อมวลชนติดตามทำข่าวได้หรือไม่ นายกฯตอบว่า ไว้วันที่ 9 พ.ย. จะกลับมาเล่าให้ฟังดีกว่า เข้าใจว่าเป็นธรรมดาที่รัฐบาลก่อนๆไม่ค่อยมี เราอยากทำขึ้นมาอย่างน้อยเดือนละหน หรือ 2 เดือนหน เป็นการกินแบบสบายๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไร อยากให้มีการพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เผื่อมีข้อแนะนำ บอกแล้วว่าเราเป็นรัฐบาลที่มาจากประชาชน ต้องรับฟังคำแนะนำของประชาชน และพรรคร่วมเองถือเป็นภาคส่วนสำคัญในการบริหารขับเคลื่อนนโยบายของรัฐ อาจมีอะไรติชม หรือมีอะไรก็มาพูดคุยกันดีกว่าในวงเล็กหน่อย ไม่ต้อง 40-50 คน สักประมาณ 10 ท่านก็พอแล้ว หัวหน้าพรรคร่วมทุกพรรคตอบรับหมดแล้วรอฟังแถลงผลงานรัฐบาล 60 วันนายเศรษฐายังกล่าวถึงการสั่งรัฐมนตรีจัดเตรียมข้อมูลผลงานไว้สำหรับการแถลงผลงานครบรอบ 60 วัน ในวันที่ 9 พ.ย. ว่า ขอให้คอยฟังเป็นการพูดธรรมดาทุกเรื่องที่ทำมา เป็นการแถลงอย่างเป็นทางการ เพราะที่ผ่านมาไม่ได้พูดคุยอะไรมาก เป็นการแถลงให้ทราบนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีผลงานมาตลอด ล่าสุดคือการเสนอร่างกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เกี่ยวกับการประพฤติมิชอบ เพื่อป้องกันการทุจริตในกลุ่มข้าราชการ และพร้อมนำเสนอในวันที่ 9 พ.ย.นี้วางคิวงานแน่นก่อนส่งท้ายปี 66ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเศรษฐาได้วางโปรแกรมภารกิจงานไว้จนถึงท้ายปี 2566 หลังกลับจากเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกที่สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 12-19 พ.ย. มีกำหนดการเดินทางไปร่วมประชุมที่ประเทศสิงคโปร์ วันที่ 23-24 พ.ย. จากนั้นวันที่ 27 พ.ย. เดินทางไปเป็นประธานและร่วมงานประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ ที่ จ.สุโขทัย ช่วงเช้าวันที่ 28 พ.ย. บินกลับมาเป็นประธานการประชุม ครม. จากนั้นช่วงบ่ายวันเดียวกันจะบินไปปฏิบัติภารกิจที่ จ.เชียงใหม่ ร่วมประเพณียี่เป็ง หรือประเพณีลอยกระทงแบบล้านนา ระหว่างวันที่ 28-29 พ.ย. โดยพักค้างคืนที่ จ.เชียงใหม่ และวันที่ 30 พ.ย. เดินทางโดยรถยนต์ไปยัง จ.อุตรดิตถ์ เพื่อปฏิบัติภารกิจ พักค้าง 1 คืน และเดินทางต่อไปยัง จ.พิษณุโลก ขึ้นเครื่องบินไป จ.ภูเก็ต นอกจากนี้ยังมีกำหนดการประชุม ครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งแรกที่ จ.หนองบัวลำภู ระหว่างวันที่ 3-4 ธ.ค. จากนั้นลาราชการระหว่างวันที่ 6-7 ธ.ค. เพื่อเข้าร่วมประชุมสัมมนาพรรคเพื่อไทย ที่เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา “หนู” อ้างลุยงานไม่มีเวลาเจอกันนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า การนัดทานข้าวของนายกฯกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เพราะทำงานกันมา 2 เดือน ยังไม่มีเวลาเจอกัน เป็นการนัดทานข้าวพูดคุยกันทั่วไป ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ คงไม่เกี่ยวกับการแถลงผลงานครบ 60 วันของรัฐบาล เมื่อถามว่าพรรค ภท.จะพูดคุยเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เดี๋ยวไปนั่งดูในวงก่อน เมื่อถามว่าการทำงานของพรรค ภท.ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล มีปัญหาอะไรที่จะเสนอหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ต้องดูว่านายกฯจะคุยในประเด็นใดบ้าง ต้องคุยกันเพราะหลังจากสภาฯเปิดประชุมสมัยหน้า จะมีร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 และกฎหมายหลายฉบับเสนอเข้าสภาฯต้องเตรียมตัวกัน“อุ๊งอิ๊ง” ไปร่วมวงดินเนอร์ด้วยต่อมาเวลา 12.49 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) โบกมือทักทายสื่อมวลชนพร้อมกล่าวเพียงสั้นๆ หลังรับประทานอาหารกลางวันกับนายกฯ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ถึงกรณีการนัดหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลรับประทานอาหารค่ำเวลา 19.00 น. ที่ร้าน Spider Collection NW303 อาคาร Kronos Sathorn ชั้น 26 ว่า “ไปค่ะ” ทั้งนี้ตลอดช่วงบ่ายบรรยากาศที่ตึกไทยคู่ฟ้าเป็นไปอย่างคึกคัก นายกฯได้เรียกรัฐมนตรีหลายกระทรวง ข้าราชการระดับสูง เข้าพบเพื่อติดตามงาน อาทิ นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ ตัวแทนจากกรมสรรพสามิต น.ส.ปณิตา ชินวัตร รอง ผอ.สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) นายสุทินเปิดเผยว่า นายกฯได้พูดคุยงานของกระทรวงกลาโหมหลายเรื่อง กำชับให้เตรียมข้อมูลให้พร้อม ช่วงนี้ กมธ.ทหารทั้งของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา อาจเรียกกองทัพเข้าชี้แจงบ่อยหน่อยกำชับใช้สื่อรัฐเร่งตีปี๊บผลงานนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯเรียกไปหารือเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการแถลงนโยบายครบรอบ 2 เดือนของรัฐบาล ที่จะมีการแถลง 2 งาน คือเรื่องนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท และงาน Thailand Winter Festival เพราะมีหน้าที่ดูแลการถ่ายทอดสด ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ นายกฯกำชับว่าอะไรที่เป็นผลงานของรัฐบาล เผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบมากที่สุด และถึงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด สุดชื่นมื่นวงดินเนอร์พรรคร่วมต่อมาเวลา 20.30 น. ที่ร้าน Spider Collection NW303 อาคาร Kronos Sathorn ชั้น 26 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง พร้อมหัวหน้าและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ได้แก่ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรค พปชร. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ ร่วมรับประทานอาหารค่ำตามคำเชิญของนายกฯ เพื่อพูดคุยถึงการทำงานของรัฐบาล และปัญหาต่างๆ จากนั้นเวลา 20.38 น. นายเศรษฐาได้โพสต์ข้อความผ่าน X ระบุว่า “มาทานข้าวกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล หลังจากทำงานร่วมกันมา 2 เดือน ถือเป็นครั้งแรกที่เราได้มาพบปะพูดคุยกัน นอกเหนือจากการประชุม ครม.ด้วย”ภท.จี้ยุบ ก.ก.สมคบคิดเจตนาลวงวันเดียวกัน นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกลมีมติขับนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. และนายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี ออกจากพรรคหลังถูกกล่าวหาคุกคามทางเพศว่า กรณีของ สส.ทั้ง 2 คนนี้มีการดำเนินการเป็นขั้นตอนตามข้อบังคับพรรคก้าวไกล และกฎหมาย การดำเนินการเปิดเผยทุกกระบวนการ แตกต่างจากกรณีการขับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก และรองประธานสภาผู้แทน ราษฎร ออกจากพรรค ที่ไม่มีการดำเนินการแบบนี้ จึงยื่นเรื่องถึงนายทะเบียนพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ตรวจสอบกรณีการขับนายปดิพัทธ์ออกจากพรรค ว่ามีการดำเนินการตามกระบวนการถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ หากการดำเนินการยังไม่ถูกต้องครบถ้วน ถือว่านายปดิพัทธ์ยังคงสภาพเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลอยู่ ไม่อาจไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคอื่นได้ การกระทําดังกล่าวเป็นการสมคบคิด หรือแสดงเจตนาลวง ระหว่างพรรคก้าวไกลกับนายปดิพัทธ์ หวังผลเพื่อให้หัวหน้าพรรคก้าวไกลได้รับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน อันเข้าข่ายกระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรคก้าวไกลต่อไปกกต. ย้ำ 2 สส.หาพรรคใหม่ใน 30 วันนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีพรรคก้าวไกลมีมติขับ 2 สส.ออกจากพรรคจากปัญหาคุกคามทางเพศว่า สส.ทั้ง 2 คนต้องหาพรรคการเมืองสังกัดใหม่ใน 30 วัน พรรคที่ไม่มี สส.ในปัจจุบันสามารถรับเข้าสังกัดได้ แต่ถ้าไม่สามารถหาพรรคสังกัดได้ต้องพ้นสภาพการเป็น สส. และต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ เมื่อถามว่านายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย เตรียมยื่นเรื่องให้ กกต. สอบยุบพรรคก้าวไกลจากกรณีการขับ 2 สส. ต่างจากกรณีการขับนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เหมือนเป็นการสมรู้ร่วมคิด สมประโยชน์เพื่อตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน นายแสวงตอบว่า เป็นสิทธิของผู้ที่ไปยื่นเรื่องต่อ กกต. การขับนายปดิพัทธ์จะผิดข้อบังคับพรรคก้าวไกลหรือไม่ อยู่ที่กฎหมายและข้อเท็จจริง ทุกพรรคต้องทำตามกฎหมาย และข้อบังคับพรรค ถ้าชอบด้วยกฎหมายก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะความเห็นคนมีอยู่มากมายในเรื่องเดียวกัน เรื่องนี้ กกต.ยังไม่ได้พิจารณา แต่จะพิจารณาจากข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเท่านั้นรทสช.จ้องฮุบโควตา ปธ.กมธ.ก.ก.นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และวิปรัฐบาล กล่าวว่า ตามที่พรรคก้าวไกลมีมติขับ 2 สส.ออกจากพรรค ทำให้จำนวน สส.พรรคก้าวไกลเหลือ 147 คน มีผลต่อโควตาประธานคณะกรรมาธิการสามัญ และ กมธ.ประจำสภาฯ ต้องมาคำนวณสัดส่วนกันใหม่ เตรียมนำประเด็นนี้เข้าหารือในที่ประชุมวิปรัฐบาล หลังเปิดสมัยประชุมรอบหน้า เพราะการคำนวณโควตาประธาน กมธ.ที่ผ่านมา พิจารณาเฉพาะกรณีสถานะของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และนายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.บัญชีรายชื่อ ที่ย้ายพรรค เป็นไปได้ว่าโควตาประธานกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ที่เดิมเคยตกลงให้พรรค รทสช. กับพรรคก้าวไกล เป็นประธานคนละ 2 ปี อาจต้องให้นายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นประธาน กมธ.ไปจนครบเทอมปูด สส.เชียงใหม่ปลอมลายเซ็นอมเงินด้านนายแทนคุณ จิตต์อิสระ รักษาการประธานคณะกรรมการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และความเสมอภาคระหว่างเพศ พรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ได้ข้อมูลจากแหล่งข่าวว่ามี สส.เชียงใหม่ พรรคก้าวไกล ปลอมลายเซ็นผู้ช่วยหาเสียง แจ้งยอดเงินไม่ตรงกับที่จ่าย มีบางรายไม่ได้รับเงินสักบาท แต่ถูกสวมสิทธิเซ็นชื่อรับเงิน จำนวน 13,490 บาท และนำส่งเอกสารปลอมยอดเงินเท็จ ได้รับหลักฐานเป็นใบแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน มีอีก 2 ราย ได้รับเงินมาเพียง 9,000 บาท แต่ถูกทำเอกสารปลอมว่ารับเงินจำนวน 18,020 บาท มีการนำบัตรประชาชนของผู้เสียหายทั้ง 3 รายไปปลอมลายเซ็นแอบอ้างทำเอกสารเท็จ ยื่นต่อสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้ สส.คนนี้ยังเคยรับปากว่าจะให้ดูแลพื้นที่คนละเขต แต่ไม่ยอมทำตามที่ตกลงไปตั้งคนอื่นเพื่อนำเงินผู้ช่วยไปใช้เอง ผู้เสียหายได้นำเอกสารการแจ้งความไปยื่นกับ กกต.แล้ว“วุฒิสาร” ชี้ประชามติ รธน.ชัดสิ้นปีเมื่อเวลา 09.30 น. ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ทำเนียบรัฐบาล นายวุฒิสาร ตันไชย ประธานคณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางในการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะอนุกรรมการฯว่า ได้เชิญผู้แทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมหารือเรื่องขั้นตอนทำประชามติจะสามารถทำแบบการลงคะแนนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ได้หรือไม่ ประมาณสิ้นปีนี้คงได้ข้อยุติเบื้องต้นเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติเพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่าง เรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 อนุฯชุดตนจะพิจารณาศึกษาข้อกฎหมายของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ผูกพันอยู่ว่าประชามติต้องทำกี่ครั้ง เพราะรัฐบาลประกาศว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องคงหมวด 1-2 ไว้ ต้องมาดูว่าการยกเว้นหมวด 1-2 จะเป็นการแก้ไขทั้งฉบับหรือไม่กกต.รับลูกลงมติอิเล็กทรอนิกส์นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวภายหลังร่วมหารือว่า กกต.ไม่มีอำนาจตัดสินว่าต้องทำประชามติกี่ครั้งขึ้นอยู่กับรัฐบาล แต่ยืนยัน กกต.มีความพร้อม ส่วนงบประมาณยังไม่ได้พูดคุยกันว่าต้องใช้เท่าใด และจะอนุมัติช่วงไหน กกต.ต้องส่งเรื่องมาของบฯจากรัฐบาล ส่วนการจัดทำประชามติผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ต้องรอดูรายละเอียด เพราะมีเงื่อนไขทางเทคนิคบางส่วนสามารถทำได้ แต่ก่อนจะถึงตรงนั้นยังมีเรื่องอื่นให้พิจารณาโดยเฉพาะเรื่องความพร้อม ได้ชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดให้คณะอนุกรรมการฯเรียบร้อยแล้วนศ.ขอแก้รัฐธรรมนูญทุกมาตราต่อมาเวลา 13.15 น. นายสิรภพ พุ่มพึงพุทธ ตัวแทนนักศึกษา พร้อมประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และตัวแทนกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เข้าให้ข้อมูลกับคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นประชาชนเพื่อจัดทำประชามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายนิกร จำนง เป็นประธานฯ นายสิรภพกล่าวก่อนเข้าให้ข้อมูลว่า ในฐานะตัวแทนนักศึกษาทั้งประเทศ เรื่องประชามติมีความสำคัญในแง่พลวัต ตั้งแต่ปี 2563-2565 ที่มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง เมื่อเปิดให้ทำประชามติแล้วเหตุใดยังจำกัดให้แก้ไขแค่บางมาตรา 1.เราต้องการแสดงความเห็นว่าเราควรแก้ได้ทุกหมวดทุกมาตราไม่มีข้อจำกัด 2.คำถามประชามติที่จะเกิดขึ้นไม่ควรมีข้อผูกมัดตายตัว และ 3.ทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วม ขณะที่นายนัสรี พุ่มเกื้อ ประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า พวกเราต้องการคำถามที่มีใจความ 2 ข้อ คือแก้ไขได้ทุกหมวด ทุกมาตรา และรัฐธรรมนูญที่มาจากสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เนื้อหาต้องคุ้มครอง สิทธิและเสรีภาพของประชาชน วางพื้นฐานรัฐสวัสดิการ สร้างกลไกป้องกันรัฐประหาร และปฏิรูปสถาบันฯ“นิกร” หยั่งเสียง สส.-สว.กลาง ธ.ค.จากนั้นนายนิกรให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือว่า เราตั้งใจหารือกับคนรุ่นใหม่ ที่เป็นผู้ใช้รัฐธรรมนูญนานกว่าคนรุ่นเรา วันนี้เชิญหลายกลุ่ม ได้ส่งคำถามที่จะใช้ถามต่อสมาชิกรัฐสภาให้กับกลุ่มนักศึกษาดูว่ามีความเห็นอย่างไร และทดสอบคำถามไปในตัวด้วย เมื่อได้มติจากคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นฯแล้ว จะนำคำถามเหล่านี้ไปสอบถามสมาชิกรัฐสภาทั้ง 750 คน คาดว่าจะเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 13-14 ธ.ค. และเข้าที่ประชุมวุฒิสภาในวันที่ 18-19 ธ.ค. ก่อนจะประชุมในวันที่ 22 ธ.ค.กับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติเพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 เพื่อให้ได้ข้อสรุปหวั่นตกม้าตายคนใช้สิทธิไม่ถึงครึ่งนายนิกรกล่าวว่า กกต.ให้ข้อมูลในที่ประชุมคณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางในการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ ว่าค่าใช้จ่ายทำประชามติอยู่ที่ประมาณ 3,250 ล้านบาทต่อครั้ง และอาจต้องใช้แอปพลิเคชัน ถ้าใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์งบฯอาจสูงถึง 10,000 ล้านบาท ส่วนที่มีข้อเสนอให้ทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งท้องถิ่น พบว่า มีข้อกฎหมาย 3 ฉบับซ้อนกัน ดังนั้นหากมีการสอบถามความเห็นการทำประชามติในขั้นตอนแรกคงไม่ทัน เพราะต้องรอไปถึงเดือน พ.ย.2567 แต่อาจทําซ้อนได้ในการทําประชามติครั้งที่ 2 นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลอย่างยิ่งในเรื่องที่กฎหมายประชามติกำหนดให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่ง เท่ากับ 20 กว่าล้านคน กังวลว่าเมื่อไม่ใช่การเลือกตั้ง สส.การจะออกมาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย มีโอกาสจะเดี้ยงตกม้าตายได้ ทำให้นำไปสู่ข้อสรุปที่ว่าต้องแก้กฎหมายประชามติ เป็นเรื่องที่สภาต้องไปคุยกัน เชื่อว่าใช้เวลาไม่นานน่าจะทันการ แต่คณะอนุฯของเราไม่รอ จะทำตามกฎหมายที่มีอยู่ น่าจะเริ่มขั้นตอนถามความคิดเห็นจากประชาชนเรื่องการทําประชามติในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.2567 แก้ให้คลี่คลายจะได้ใช้ประโยชน์ และหากมีการถามเรื่องประชามติในช่วงเดือน เม.ย.2567 น่าจะใช้เวลาประมาณ 90-120 วัน ก่อนจะมีการทำประชามติต่อไป“ปานปรีย์” ใจเย็นขึ้นเงินเดือน ขรก.อีกเรื่องนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการศึกษาเพิ่มเงินเดือนข้าราชการว่า จะประชุม 1-2 วันนี้ เพราะต้องหารือโดยละเอียด ทั้งเรื่องงบประมาณ อัตราเงินเดือนที่จะขึ้น ส่วนจะทันรอบการให้ข้าราชการเลือกรับเงินเดือนเป็น 2 งวด ในช่วงต้นปี 2567 หรือไม่ ขอรอฟังข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนแล้วถึงสรุปเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่วนที่มีนักวิชาการเสนอให้ปรับขึ้นเงินเดือนเป็นระยะ เริ่มจากข้าราชการชั้นผู้น้อยก่อนนั้นต้องขอฟังรายละเอียดก่อน เนื่องจากงบฯออกมาล่าช้าพอสมควร เบื้องต้นอาจต้องใช้งบฯของปีหน้า ขอว่าอย่าเพิ่งให้ฟันธง ให้ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนก่อน และจะนำมาแจ้งให้ทราบ ขอให้ใจเย็นๆอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่