สงครามอิสราเอลกับอาหรับ กลายเป็นเหตุการณ์ประจำซ้ำซากในประวัติศาสตร์โลก รบกันมาแล้วนับพันนับร้อยปี ปะทุขึ้นเป็นช่วงๆ แต่สงครามยิวกับอาหรับที่รบกันอยู่ขณะนี้ กระทบถึงประเทศไทยโดยตรง ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย เพียงแต่มีแรงงานไทยไปทำงานที่อิสราเอล ก็ต้องเสียหายร้ายแรงข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า มีแรงงานไทยอยู่ในอิสราเอลราว 3,000 คน อยู่ในเขตฉนวนกาซา ซึ่งเป็นพื้นที่สู้รบ 5,000 คน เสียชีวิต 18 คน บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ถูกจับเป็นตัวประกัน 11 คน และยังมีแรงงานไทยโวยว่าถูกนายจ้างอิสราเอลฉวยโอกาสนำพวกตนไปขายต่อประวัติการหลั่งไหลไปขายแรงงานในต่างประเทศของคนไทยน่าจะเริ่มต้นด้วยการเดินทางไปที่ซาอุดีอาระเบีย เมื่อหลายทศวรรษก่อน ส่วนใหญ่เป็นคนอีสาน เพราะเป็นภาคที่มีประชากรมากที่สุด ขาดความอุดมสมบูรณ์ที่สุด หลายคนถูกหลอกให้จ่ายค่านายหน้า กลายเป็น “ไปเสียนากลับมาเสียเมีย”เมื่อการขายแรงงานในตะวันออก กลางซาๆลงไป แรงงานไทยต้องแสวงหาที่อื่นต่อ เกาหลีใต้กลายเป็นประเทศที่แรงงานไทยไปทำงานมากสุดและส่วนใหญ่ เป็นแรงงานผิดกฎหมาย ที่เรียกว่า “ผีน้อย” บางช่วงเวลาอาจมีผีน้อยลักลอบทำงานในเกาหลีใต้ถึง 1.5 แสนคน หรืออาจถึง 1.9 แสนคนการทำงานในเกาหลีใต้มีรายได้ ถึง 5 หรือ 6 หมื่นบาท นับเป็นรายได้ที่ดีสำหรับคนไทย เมื่อทางการเกาหลีใต้สั่งให้ผีน้อยเดินทางกลับประเทศ เมื่อต้นปีนี้ มีผู้แสดงความประสงค์จะกลับบ้าน แค่ 3 พันกว่าคน เช่นเดียวกับที่อิสราเอลขณะนี้มีแรงงานไทยต้องการกลับบ้านแค่ 3 พันคน จากทั้งหมด 3 หมื่นคนทำไมคนไทยจึงไม่อยากกลับบ้าน เมื่อหลายสิบปีก่อน มีเพลงลูกทุ่งเพลงหนึ่ง ที่มีเนื้อร้องว่า “ไม่อยากกลับบ้าน” มีคนต่อเติมเหตุที่ไม่อยากกลับบ้านเพราะ “มียักษ์รออยู่” แรงงานไทยในต่างแดนไม่อยากกลับมาเป็นคนจนในบ้านเกิด นักวิชาการระบุว่า ใน 10 ปีที่ผ่านมา ชาวนาไทยจนลงและมีหนี้สินมากขึ้นทั้งๆที่ไทยเป็นผู้ผลิตข้าวสาร เป็นอันดับ 6 ของโลก ส่งข้าวออกเป็นอันดับ 2 แต่มีปัญหาผลผลิตต่อไร่ต่ำ ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น จึงขาดทุนทุกปี นั่นคือผลงานของรัฐบาลก่อน รัฐบาลใหม่ต้องแก้ปัญหาด้วยการพักหนี้เกษตรกร 3 ปี แต่เคยทำมาแล้ว 13 ครั้ง ทำให้หนี้ เพิ่มทุกครั้ง การพักหนี้เป็นแค่ยาแก้ปวดคลายกังวลได้ชั่วขณะ.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม