รมว.ดีอีเอสเตรียมหารือบูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อพัฒนาระบบเตือนภัยแห่งชาติ ด้านตำรวจ บก.ภ.จ.สระแก้ว รวบแล้วเด็กอายุ 16 พร้อมปืนบีบีกัน หลังโพสต์ในไอจีขู่ “เดี๋ยวเจอกันเซ็นทรัลเวิลด์” เป็นเหตุให้ห้างต้องเพิ่มมาตรการปลอดภัยคุมเข้มลูกค้า ขณะที่มาตรการกวาดล้างตัดวงจรซื้อ-ขายปืนยังคงดำเนินต่อ ตำรวจหลายหน่วยจับในหลายพื้นที่ภาคใต้มีผู้ต้องหาทั้งไทยและเทศจากกรณีคนร้ายเด็กชายวัย 14 ปี ก่อเหตุใช้ปืนกราดยิงผู้เคราะห์ร้ายที่มาจับจ่ายใช้สอยในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน มีผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติ 2 คน บาดเจ็บอีก 5 คน จากนั้นมีผู้ลอกเลียนแบบพฤติกรรมโพสต์ข้อความข่มขู่ เตรียมก่อเหตุที่อื่นอีก จากเหตุครั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานเกี่ยวข้องเริ่มตระหนักถึงภัยร้ายแรงของการครอบครองปืนผิดกฎหมาย ก่อนมีคำสั่งเร่งกวาดล้างตัดวงจรการซื้อ-ขายอาวุธปืนผิดกฎหมาย รวมถึงจัดตั้งระบบแจ้งเตือนภัยต่างๆให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 10 ต.ค. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการระบบแจ้งเตือนภัยประชาชนหลังเกิดเหตุกราดยิงที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตว่า สัปดาห์ที่แล้วได้ทดสอบสัญญาณเข้าระบบมือถือเพื่อเตือนภัย โดยทดลองเครือข่ายเอไอเอสและเครือข่ายทรูฯ พบระบบการเตือนภัยดังกล่าวสามารถใช้งานได้ดี ทั้งนี้การแจ้งดังกล่าวเป็นเพียงมาตรการเป็นเบื้องต้น ส่วนการแก้ไขในระยะต่อไปกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เตรียมหารือบูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อพัฒนาระบบ Cell Broadcast ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการ นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาลำดับความรุนแรงในการแจ้งเตือนเพราะภัยพิบัติแต่ละชนิด ต้องมาพิจารณาในรายละเอียดต้องทำอย่างไรบ้างและต้องบูรณาการในหลายภาคส่วนซึ่งเหตุการณ์ที่แจ้งเตือนต้องเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงและกระทบกับประชาชนโดยตรงต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.น.6 เปิดเผยถึงกรณีมีผู้ใช้อินสตาแกรม โพสต์รูปปืน 9 มม. พร้อมแมกกาซีน 2 อันบรรจุในกล่อง หลังเกิดเหตุกราดยิงดังกล่าว พร้อมข้อความ “เดี๋ยวเจอกัน เซ็นทรัลเวิลด์” เป็นเหตุให้ทางห้างต้องเพิ่มมาตรการปลอดภัยคุมเข้มลูกค้าเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นว่า ขณะนี้ทราบว่าตำรวจ บก.ภ.จ.สระแก้ว ดำเนินการจับกุมตัวผู้ก่อเหตุรายนี้แล้วทราบชื่อนายโน้ต (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ได้ในบ้านพักพื้นที่ จ.สระแก้ว เบื้องต้นพบเจ้าตัวเป็นนักเรียน กศน. ส่วนปืนที่นำมาโพสต์เป็นปืนบีบีกัน คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระแก้ว ดำเนินคดีในข้อหาข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว พร้อมเรียกผู้ปกครองมาตักเตือนให้ดูแลบุตรหลานมากกว่านี้ ในส่วนของความผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์นั้น อยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการส่วนการกวาดล้างปืนเถื่อนตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อตัดโอกาสการก่อเหตุร้ายซ้ำซ้อน ยังคงดำเนินการต่อเนื่องนั้น เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 9 ต.ค. พ.ต.ท.ประญัติ พงศ์ประยูร สว.กก.ปพ.บก.สส.ภ.8 นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.ร่มเกศ ทิมทอง อายุ 28 ปี นายทนงศักดิ์ กริชคำจร อายุ 27 ปี ได้ภายในบ้านเลขที่ 15/2 ซอยไสน้ำเย็น ถนนไสน้ำเย็น ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ของกลางปืนแบลงก์กัน 1 กระบอก กระสุน .380 รวม 5 นัด หลังชุดจับกุมสืบพบการลักลอบจำหน่ายปืนแบลงก์กันดัดแปลงเป็นอาวุธปืนสามารถใช้ยิงกับกระสุนปืนจริงได้ ผ่านเฟซบุ๊กชื่อ “ซัน, ตัวตุด” จึงวางแผนติดต่อขอซื้ออาวุธปืนดังกล่าว สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพคุมตัวผู้ต้องหาทั้งคู่พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ตที่ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 10 ต.ค. พ.ต.อ.กู้เกียรติ วงษ์พันธ์ ผกก.4 บก.สอท.5 พ.ต.ท.อาทิตย์ ชาตินักรบ รอง ผกก.สอท.5 พ.ต.ท.นิธิวัชร์ อัครสุพัฒน์กุล รอง ผกก. สอบสวน สอท. 5 พ.ต.ต.คมสัน สมอ่อน สว.กก.4 บก.สอท.5 นำหมายค้นศาลจังหวัดปัตตานี เข้าตรวจค้นร้านฟาเดล ซองปืน เลขที่ 140 หมู่ 5 ถนนหนองจิก ต.รูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี ก่อนจับกุม น.ส.มัธสิณีย์ เงินพจน์ อายุ 33 ปี เจ้าของร้าน พร้อมปืนยาวอัดลมแรงดันสูง PCP ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก ปืนยาวอัดลมแรงดันสูง สตีเว่น ไม่มีทะเบียน 1 กระบอกและกระสุนตะกั่วหัวร่ม 10,000 นัด หลังพบการซื้อขายปืนเถื่อนไม่มีทะเบียนผ่านเพจ “ฟาเดล ซองปืน” สอบสวน น.ส.มัธสิณีย์ รับสารภาพว่าเป็นเจ้าของร้านและปืนทั้ง 2 กระบอกเป็นปืนไม่มีทะเบียนสั่งซื้อมาเพื่อเตรียมจำหน่ายให้กับลูกค้าที่สนใจ คุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีรายสุดท้ายที่ จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ พันธ์โกศล ผกก.ตม.สุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.บัญชา ลิมปิชาติ รอง ผกก.ตม.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ยุทธนา ศิริสมบัติ ผกก.สภ.บ่อผุด พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ แดงไชย สว.กก.สส.1 บก.สส.ภ.8 พ.ต.ต.วินิจ บุญชิต สว.ส.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้าน 131/23 ม.1 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นบ้านของนายอดัม อิริค อเวอโบ วอลลิน อายุ 33 ปี ชาวสวีเดน เจ้าของฟิตเนสแห่งหนึ่งบนเกาะสมุย หลังสืบทราบว่าสั่งซื้อปืนและเครื่องกระสุนปืนผ่านช่องทางออนไลน์มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรวจยึดปืน 9 มม. 2 กระบอก ปืน .45 จำนวน 1 กระบอก ปืนลูกซอง 1 กระบอก พร้อมกระสุนขนาดต่างๆรวม 415 นัด เบื้องต้นคุมตัวผู้ต้องหารายนี้พร้อมปืนทั้ง 4 กระบอกส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ่อผุด จ.สุราษฎร์ธานี ดำเนินการตามกฎหมายอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่