ครม.ชุดใหม่ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สมัยที่ 2 มีภารกิจเร่งด่วนในการแก้ไขวิกฤติน้ำมันแพง และสินค้าขึ้นราคา ซ้ำเติมวิกฤติปากท้องประชาชน โดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ระบุว่าได้วางแผนปรับปรุงโครงสร้างพลังงาน ของประเทศไทยแบบพลิกโฉม โดยตั้งใจผ่าตัดการทำงานของกองทุนน้ำมันเพราะเห็นว่ากองทุนฯมีอำนาจมากในการตัดสินใจ นำเงินนับหมื่นล้าน มาอุดหนุนราคาน้ำมัน ทำให้ติดลบ 60,000 ล้าน จึงมีแนวคิดจะปรับเกณฑ์การทำงานกองทุนน้ำมัน เพื่อชะลอผลกระทบกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ไม่ให้กระทบต่อราคาน้ำมันในประเทศมากเกินไป โดยเห็นว่ากองทุนฯควรมีข้อจำกัดการทำงานมากกว่านี้ในวิกฤติพลังงานน้ำมัน จากภาวะสงครามตะวันออกกลาง กลไกตลาดไม่ทำงานได้ปกติ และการอิงราคาโรงกลั่นสิงคโปร์ก็ผิดปกติ ทำให้ค่าการกลั่นบ่งชี้ว่าโรงกลั่นน้ำมันมีกำไรมากเกินไป แม้ประเทศไทยมีโรงกลั่นเพียงพอ แต่ไปเทียบราคาสิงคโปร์ ทั้งที่โรงกลั่นน้ำมันควรแบ่งเบาภาระของประชาชน ไม่ใช่หากำไรมากเกินควรจึงได้ใช้อำนาจประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงาน (กบง.) พิจารณาค่าความเสี่ยงสงคราม ค่าประกัน ค่าขนส่ง ฯลฯ ที่เกิดขึ้นในเดือน มี.ค. มาเป็นส่วนลดหน้าโรงกลั่นในเดือน เม.ย. และหากช่วงเดือน เม.ย. ค่าการกลั่นมีการปรับตัวขึ้นอีก ก็จะนำข้อมูลจริงมาพิจารณากำหนดส่วนลดอีก เพื่อให้โรงกลั่นแบ่งเบาภาระประชาชนนายเอกนัฏย้ำว่าข้อเสนอให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ไม่ใช่เรื่องยาก แต่มี ผลกระทบ จึงขอ รมว.คลังให้ใช้เป็นไพ่ใบสุดท้าย เพื่อจะได้นำเงินไปใช้แบบพุ่งเป้าช่วยประชาชนที่เดือดร้อนจริงๆ จึงยังขอใช้กลไกการลดราคาหน้าโรงกลั่น ที่ไม่ส่งกระทบต่อฐานะกองทุนน้ำมัน เพื่อให้ประชาชน ได้ใช้น้ำมันราคาถูก ควบคู่กับการใช้กองทุน น้ำมันส่วนข้อกังวลกรณีขาดแคลนน้ำมันในอนาคต ขณะนี้น้ำมันดิบขาเข้าเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ราคาน้ำมันจะขึ้นหรือลงก็ขอให้ประชาชนเตรียมความ พร้อม กรณีที่สถานการณ์ตะวันออกกลางบานปลาย และหากพบความผิดปกติในการกักตุนน้ำมัน พร้อมเอาจริงและเอาตายแน่ ขอเตือนว่าแม้จะหากำไรช่วงนี้ มีเงินก็ต้องเอาไปใช้ในคุก ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นแนวทางการทำงานในการแก้ไขวิกฤติพลังงานน้ำมันของ รมว.พลังงานคนใหม่ ที่เข้ามารับเผือกร้อนต่อจากนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีต รมว.พลังงาน ในรัฐบาล “อนุทิน 1” จึงต้องรอพิสูจน์ว่า นายเอกนัฏจะปรับโครงสร้างพลังงาน แก้วิกฤติน้ำมันให้เห็นผลได้อย่างที่ประกาศไว้หรือไม่ หรือเป็นแค่โฆษณาเกินจริง.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม