วันนี้ (15 เมษายน 2569) เป็นวันสุดท้ายของช่วงหยุดยาวของเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569...ท่านที่เดินทางไปไกลๆคงเริ่มเดินทางกลับกันบ้างแล้ว ขอให้เดินทางกลับสู่เมืองหลวงของประเทศไทยและสถานที่ทำงานของท่านโดยปลอดภัยนะครับหวังว่าทุกๆท่านที่กลับไปเยือนบ้านเกิดไปเยี่ยมครอบครัวคงจะได้เติมพลังได้ “ชาร์จแบต” โดยการ “ก้ม–กราบ–กอด” ทั้งผู้สูงวัยและคนที่ท่านรักทั้งหลายอย่างเต็มที่กันแล้วดังที่ผมหยิบยก สโลแกน ของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาฝากและเชิญชวนท่านผู้อ่านให้ปฏิบัติใน “วันครอบครัว” เมื่อวานนี้ที่ผมขอร้องให้ทุกๆท่านชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มที่ก็เพราะอย่างที่เราทราบ หลังสงกรานต์ไปแล้วรัฐบาลไทยของเราอาจมีมาตรการเข้มๆออกมาบังคับใช้อีกเยอะเนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดของโลกในกรณีสงครามตะวันออกกลางยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆเมื่อ 2-3 วันก่อนสงกรานต์ที่ผ่านมาดูเหมือนจะดีขึ้น เมื่อมีการพบปะเจรจาระหว่างผู้แทนของสหรัฐฯกับตัวแทนของอิหร่านที่มีรัฐบาลปากีสถานเป็นตัวกลางจัดการเจรจาให้ที่กรุงอิสลามาบัดส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงมาฮวบใหญ่พอสมควร และทำให้ราคาน้ำมันในบ้านเราก็พลอยลดลงมาด้วย ถือเป็นของขวัญเล็กๆน้อยๆจากรัฐบาลในช่วงเทศกาลสงกรานต์แต่มาถึงวันนี้ทำท่าจะ “ไปคนละเรื่อง” เสียแล้วครับ เพราะเมื่อช่วงเวลาบ่ายต้นๆบ้านเราเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้นเอง สื่อต่างประเทศทุกสำนักก็พาดหัวเปรี้ยงใหญ่ว่า “การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ อิหร่าน ล้มเหลว...ทั้ง 2 ฝ่ายกลับบ้านมือเปล่า”ผมเป็น FC ของเฟซบุ๊ก ท่าน ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่ทำหน้าที่รายงานเหตุการณ์ในตะวันออกกลางแบบนาทีต่อนาที รวดเร็วกว่าของสื่อออนไลน์ใหญ่ๆบ้านเราเสียอีกขออนุญาตคัดลอกบางส่วนที่ท่านรายงานเมื่อเวลา 14.00 น. วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2569 มารายงานต่อดังนี้“21 ชั่วโมงจบแล้ว อิหร่านไม่ยอมรับข้อเสนอสหรัฐฯ...ทีมสหรัฐฯเดินทางกลับประเทศ ไม่เจรจาต่อถือว่าได้หารือครบหมดแล้ว“ท่านรองประธานาธิบดีแวนซ์แถลงข่าวว่า เราได้หารือเชิงลึกหลายเรื่องกับฝ่ายอิหร่านนั่นคือ ข่าวดี...แต่ข่าวร้ายก็คือ เรายังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้”“หลังจากพยายามคุยกับอิหร่านข้ามคืนเราแจ้งอิหร่านว่าสหรัฐฯต้องการอะไร เช่น อิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ เป็นต้น ...รวมถึงแจ้งว่าอะไรที่เรายอมไม่ได้ และอะไรที่พอจะยอมโอนอ่อนตามอิหร่านได้”“แต่สุดท้าย...อิหร่านเลือกที่จะไม่ยอมรับข้อเสนอของเรา”นักข่าวพยายามถามคำถามซึ่งก็ได้รับคำตอบเพียงบางเรื่อง เพราะรองประธานาธิบดีบอกว่า ให้รายละเอียดมากไม่ได้ เพราะไม่ต้องการเจรจาผ่านสื่อดร.กอบศักดิ์สรุปว่า เป็นการแถลงข่าวที่สั้นมาก แค่ 4 นาที นักข่าวยังไม่ทันตั้งตัวก็จบแล้ว...นักข่าวพยายามตะโกนถามว่า“จะกลับไปทำสงครามหรือไม่” แต่ท่านรองได้เดินจากไปแล้ว“มาดูกันว่า อิหร่านจะตัดสินใจอย่างไร สหรัฐฯจะให้เวลาอีกแค่ไหนและจะทำอะไรต่อ...จะคุยกันต่อหรือไม่มีอะไรจะคุยแล้ว”“ระหว่างสันติภาพหรือสงคราม ซึ่งจะเป็นการตัดสินใจที่สำคัญยิ่งของอิหร่านกับสหรัฐฯ ที่จะกระทบทุกประเทศ กระทบเศรษฐกิจโลก...นี่คือการตัดสินใจที่เราต้องกลั้นใจรอ”ผมต้องเขียนต้นฉบับวันนี้ล่วงหน้า...ป่านนี้สหรัฐฯกับอิหร่านคงตัดสินใจอะไรบางอย่างกันไปแล้ว โปรดตรวจสอบจากข่าวหน้า 1 ด้วยนะครับ นี่แหละที่ผมบอกว่า เป็นข่าวร้ายต้อนรับการกลับมาทำงานหลังสงกรานต์ของคนไทย เตรียมตัวเตรียมใจรับมือกันให้ดีๆเถิดครับ พ่อแม่พี่น้อง."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม