2 มือปืนรัว 9 มม.สังหารโหด อส. หนุ่ม ฉวยจังหวะเหยื่อซื้อน้ำมัน ดีเซลปั๊มหลอดไปเติมรถกระบะ ควบ จยย.เข้าประชิดลงไปกระหน่ำยิง 8 นัดอุกอาจต่อหน้าต่อตาเมียและลูกชายวัย 9 ขวบที่นั่งรออยู่ในรถ ก่อนพากันเผ่นหนี สอบพบผู้ตายเคยโดนคดีไล่ยิงวัยรุ่นและบุกรุกติดคุก 3 ปีกว่า หลังพ้นโทษหวนมาสมัคร อส. อีกรอบ แล้วสอบได้สมใจ ก่อนถูกทีมนักฆ่าตามปลิดชีพหลังทำงานได้แค่ 7 วัน ตำรวจตั้งปมล้างแค้นส่วนตัวเหตุมือปืนรัวยิงสังหารโหด อส.หนุ่มต่อหน้าเมียและลูกรายนี้ เปิดเผยช่วงสายวันที่ 24 ก.ย. พ.ต.อ.เตชินท์ บรรจง ผกก.สภ.ลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี สั่งการให้ พ.ต.ท.ฉัฐภูมิ วิทยาเกษมพงศ์ รอง ผกก.สส. และ พ.ต.ท.ศุภัทรวุฒิ กิ้มแสง สว.สส. นำกำลังประสาน พ.ต.อ.มานะ สำราญวงศ์ ผกก.สส.ภ.จ.กาญจนบุรี ลงพื้นที่ติดตามไล่ล่ามือปืนยิงถล่มนายนพเดช หรือเดช บุญสุวรรณ์ อายุ 34 ปี อาสารักษาดินแดน (อส.) ประจำร้อย อส.ที่ 1 จ.กาญจนบุรี อยู่บ้านเลขที่ 86/17 หมู่ 1 ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เสียชีวิตหน้าร้านค้า หมู่ 3 บ้านท่าโป่ง ต.วังด้ง อ.เมืองกาญจนบุรีสืบเนื่องจากเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 23 ก.ย.ร.ต.อ.ธีรยุทธ อังวะ รอง สว. (สอบสวน) สภ.ลาดหญ้า อ.เมืองกาญจนบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันบาดเจ็บสาหัสหน้าร้านค้า หมู่ 3 บ้านท่าโป่ง ต.วังด้ง จึงรายงานให้พล.ต.ต.ไพโรจน์ คุ้มภัย ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.มานะ สำราญวงศ์ ผกก.สส.ภ.จ.กาญจนบุรี พ.ต.อ.เตชินท์ บรรจง ผกก.สภ.ลาดหญ้า ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดกาญจนบุรีและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดกาญจนบุรี พบเพียงรอยเลือด ปลอกกระสุน 9 มม. ตกอยู่ 8 ปลอก และรองเท้าสีดำข้างขวาอีก 1 ข้างส่วนเหยื่อกระสุนชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ช่วยกันอุ้มร่างขึ้นรถกระบุอีซูซุ ดีแมคซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน กย 9859 กาญจนบุรี เป็นรถของผู้บาดเจ็บขับไปส่งที่ รพ.ค่ายสุรสีห์ มทบ.17 แต่แพทย์ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ทราบชื่อนายนพเดช หรือเดช บุญสุวรรณ์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86/17 หมู่ 1 ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี มีแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืน 9 มม. เข้าหน้าอก 5 นัด มี น.ส.ภัทราวดีย์ อินทร์อยู่ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 6 ต.วังเย็น อ.เมืองกาญจนบุรี ภรรยา และลูกชายวัย 9 ขวบร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้าสอบสวนทราบว่า นายนพเดช หรือ อส.เดช เพิ่งสอบเข้าทำงานเป็นอาสารักษาดินแดน (อส.) ประจำร้อย อส.ที่ 1 จ.กาญจนบุรี ได้ 7 วัน ก่อนเกิดเหตุขับรถพา น.ส.ภัทราวดีย์ภรรยาและลูกชายไปทำธุระ ระหว่างทางแวะซื้อน้ำมันดีเซลที่ปั๊มน้ำมันหลอดใส่แกลลอน 5 ลิตร รวมถึงซื้อเครื่องเซ่นไหว้เพื่อจะนำไปแก้บนที่วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม หลังตัวเองบนไว้แล้วสอบเป็น อส.ได้ มีกำหนดจะไปวัดเช้าวันที่ 25 ก.ย. หลังซื้อน้ำมันเสร็จผู้ตายนำกรวยมาเติมใส่ถังน้ำมัน ระหว่างนั้นมีคนร้าย 2 คน ขี่รถ จยย.ปิดไฟหน้าเข้าไปจอดประชิดผู้ตายที่เติมน้ำมันอยู่ มือปืนนั่งซ้อนท้ายลงไปใช้ปืน 9 มม. รัวยิงผู้ตาย 5 นัดซ้อน ก่อนตามยิงซ้ำอีกชุดถึง 3 นัด แต่กระสุนเข้าเป้า 5 นัด ต่อหน้าต่อตาเมียและลูกที่นั่งรออยู่ในรถ ก่อนซ้อนท้ายรถ จยย.ให้เพื่อนขับพาหลบหนีหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ เพื่อหาเบาะแสของคนร้าย จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดหน้าร้านค้าแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลกันจากจุดเกิดเหตุได้ยินแต่เสียงปืนดังชุดแรก 5 นัด ก่อนดังตามมาอีกชุด 3 นัด แต่กล้องไม่สามารถบันทึกภาพคนร้ายได้ เบื้องต้นคาดว่ามือปืนน่าจะเฝ้าติดตามดูความเคลื่อนไหวเหยื่อสังหารมาระยะหนึ่ง รวมถึงรู้ทางหนีทีไล่เป็นอย่างดี ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าน่าจะมาจากเรื่องโกรธแค้นส่วนตัว จากตามแนวทางสืบสวนสอบสวนทราบว่าเมื่อหลายปีก่อนผู้ตายเคยเป็น อส.มาแล้ว แต่มีปัญหาถูกฟ้องร้องกรณีไล่ยิงวัยรุ่นและคดีบุกรุกบ้าน ต้องโทษ 7 ปี ติดคุกอยู่กว่า 3 ปี หลังพ้นโทษออกมาได้ประมาณ 1 ปี ผู้ตายไปสมัครสอบเป็น อส.อีกรอบและสอบได้สมใจและเพิ่งทำงานได้เพียง 7 วัน ก็ถูกมือปืนตามสังหารอย่างโหดเหี้ยม