ย่างเข้าเดือนกันยายน ฝนหนาเม็ดกลบฝุ่นควันที่ตลบอบอวลตามจังหวะสถานการณ์ “ปิดกล่อง” โผคณะรัฐมนตรีชุด “เศรษฐา 1” ภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กว่าจะนิ่งได้ก็เกือบวินาทีสุดท้ายเหลือแต่สายแข็งโป๊กจริงๆที่ผ่านรอบชิงแชมป์มาได้ไม่มีพวกส้มหล่นแบบฟลุกๆภายใต้เงื่อนไขยากๆจากการตั้งรัฐบาลสูตรพิสดาร ผ่านการ “ผสมพันธุ์ข้ามขั้ว” กว่าจะดีลอำนาจกันลงตัว ต้องผ่านการต่อรองกันอย่างเข้มข้นไม่ง่ายกับการแชร์อำนาจและผลประโยชน์กันถ้วนหน้าโดยเฉพาะจุดที่ขลุกขลักสุดก็คือพรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ตามสภาพของพรรคใหญ่ ตัวเต็งเยอะ ตัวหารมากแต่อันดับแรกเลย ต้องปูนบำเหน็จขุนศึกที่จงรัก ภักดี ทุ่มเทจนสามารถดึงอำนาจรัฐกลับมาอยู่ในมือของทีม “นายใหญ่” ได้เหนืออื่นใด นายทักษิณ ชินวัตร ได้กลับประเทศไทยไม่แปลกที่โควตารัฐมนตรีจะตกเป็นของ สส.ภาคอีสานมากที่สุด เพราะเป็นพื้นที่ยี่ห้อเพื่อไทยยังรักษาฐานที่มั่นไว้อย่างเหนียวแน่นทำให้นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ได้นั่งแท่น รมว.ดีอีเอส หลบให้ “เดอะซัน” นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ยึดแป้น รมว.คมนาคม เพราะมีประสบการณ์ “เป็นงาน” มากกว่าขณะที่ลูกอีสานอีกคนก็คือ “ลูกสาวกำนันป้อ” น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ยึดเก้าอี้ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา จากผลงานผู้เป็นพ่อนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล นำทีมกวาด สส.เข้าสภาได้เป็นกอบเป็นกำนับ 10 คนเฉพาะเมืองย่าโม โคราช ฟาดไป 2 ว่าการกระทรวงใหญ่ไม่นับนายสุทิน คลังแสง เบอร์ใหญ่สายอีสาน ที่จ่อสร้างประวัติศาสตร์เป็น “พลเรือนเต็มขั้น” ที่นั่งแท่น รมว.กลาโหม โดยไม่ควบเก้าอี้นายกฯชื่อวกไปวนมากว่าจะจบได้ ตามเงื่อนไขที่กองเชียร์ เสื้อแดงต่อต้านตั๋วฝากจากทีมท็อปบูต ในที่สุดกองทัพก็ยอมให้อดีตครูประชาบาลมานั่งคุมงานธุรการกระทรวง เพราะภารกิจใหญ่หลวงในการตั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพตัดจบไปก่อนหน้ารัฐบาลเพื่อไทยแล้วอีสานฟันไป 3 เก้าอี้ รมว. ไม่นับโควตารัฐมนตรีช่วยของบรรดาขาใหญ่ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม สุขสมอารมณ์หมายไปตามกันปั้นข้าวเหนียวติด ทีมอีสานขึ้นหม้อนอกนั้นก็แจกจ่ายตามโควตาสาย ระดับเบอร์ใหญ่เบิ้มอย่าง “เสี่ยอ้วน” นายภูมิธรรม เวชยชัย นั่งแท่น “สร.2” เป็นรองนายกฯควบ รมว.พาณิชย์ หลังพลาดเป้าจาก รมว.มหาดไทยตามสถานะ “สายตรง” ตัวจริง ของ “นายใหญ่–นายหญิง”ขณะที่นายปานปรีย์ พหิทธานุกร นั่งแป้นรองนายกฯควบ รมว.ต่างประเทศ ถือตั๋วพิเศษของ “น้องปู” อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตรเบอร์ใหญ่จัดกันตามยุทธศาสตร์ ยึดตามภารกิจรวมถึงนายเศรษฐา ถ่างขาควบเก้าอี้ รมว.คลัง ด้วยตัวเอง ก็เป็นที่รับรู้กัน เพื่อกำกับนโยบายสำคัญตามที่ประกาศบนเวทีหาเสียงเน้นไปที่ “ดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท”ส่วนพวกที่พลาดหวังโวยกันพอเป็นพิธี เพราะรู้อยู่แก่ใจคนที่ “ทุบโต๊ะ” ได้ นอนป่วยอยู่ รพ.ตำรวจ เปลี่ยนไลน์ เปลี่ยนเบอร์ ติดต่อไม่ได้แต่สไตล์ “นายห้างดูไบ” ปรับ ครม. ถี่ เวียนสมบัติผลัดกันชม ไม่ต้องงอแงและก็แผ่อิทธิพลมาถึงพรรคร่วมรัฐบาล ตามสถานการณ์ที่บารมี “นายใหญ่” ยังข่มลูกน้องเก่า ทำให้ค่ายเซราะกราว ภูมิใจไทย ต้องคายขุมทรัพย์กระทรวงคมนาคม และเปลี่ยนจุดปักหมุดที่กระทรวงสาธารณสุขแต่ก็แลกกับเค้กหลายก้อน 4 รมว. 4 รมช. ชดเชยกันไป โดยเฉพาะเก้าอี้ใหญ่เบ้อเริ่ม “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค นั่งเก้าอี้รองนายกฯควบ รมว.มหาดไทยส่วนโควตาล็อกตายของ “อาจารย์ใหญ่” ก็เป็นคิวของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ นั่งแท่น รมว.ศึกษาธิการ สลับหน้าแทน “เสี่ยโอ๋” นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ที่ติดชนักคดีค้างในศาลพรรคภูมิใจไทยเสมอตัว ไม่กำไร ไม่ขาดทุนแต่ที่ได้ไม่คุ้มทุนก็คือค่ายพลังประชารัฐที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ออกลูกยึกยัก ไม่โหวตตามนัดทำให้โดนปัดเศษทิ้ง ได้แค่ 2 รมว.กับ 2 รมช.จาก สส. 40 เสียงแต่อาศัยสายสัมพันธ์ส่วนตัวที่ก้อร่อก้อติกกับ “นายใหญ่” มาแต่ดั้งเดิม ทำให้ “บิ๊กป๊อด” พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ได้นั่งแท่นรองนายกฯควบ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยึดเก้าอี้ รมว.เกษตรและสหกรณ์ตามเป้าหมายในขณะที่ค่ายรวมไทยสร้างชาติได้ปัดเศษขึ้น จาก 35 สส.แลกไป 2 รมว.และ 2 รมช.เท่ากับพรรคพลังประชารัฐ ตามผลงานของลูกหาบ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯที่ระดมโหวตให้ “เศรษฐา” เป็นนายกฯบวกกับพลังของ “สปอนเซอร์ใหญ่” และ “บิ๊ก ด.” ผู้แรงฤทธิ์อานิสงส์หล่นที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ยึดแป้นรองนายกฯควบ รมว.พลังงาน ตามหมุดหมายของ “สปอนเซอร์ใหญ่”ในส่วนของพรรคเล็ก สังเกตว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ว่าที่หัวหน้าค่ายประชาชาติ ถือโควตาพรรคร่วมรัฐบาล พ่วงสิทธิแตกแบงก์พันของพรรคเพื่อไทย ยึดแท่น รมว.ยุติธรรม แบบนิ่งๆไม่มีโงนเงนต่างกับนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ชื่อลอยไปลอยมา 3–4 กระทรวง ก่อนจบที่เก้าอี้ รมว.การพัฒนาสังคมฯแต่อารมณ์มืออาชีพ ถึงที่สุดนักการเมืองอยู่ตรงไหนก็ทำงานได้แบ่งเค้กลงล็อก แชร์ผลประโยชน์กันลงตัวด้วยตัวเลข สส.ของพรรคร่วมรัฐบาลที่ทะลุ 314 เสียง ไม่นับอะไหล่จากขบถประชาธิปัตย์ที่จ่อให้เสียบอีก 16 แต้มฟรีๆครม. “เศรษฐา 1” เสถียรภาพแน่นปึ้ก ไม่มีอะไรต้องห่วงเกมโหวตในสภาแม้จะเต็มไปด้วย “บ่อน้ำมัน” รัฐมนตรีอื้อฉาวที่เป็นตัว “ล่อเป้า”ในสถานการณ์ที่จะต้องเผชิญหน้ากับฝ่ายค้านฟอร์มจัดจ้านอย่างกองทัพส้ม พรรคก้าวไกล ที่ “ตัดหาง” ไม่ไว้ไมตรีกันไปแล้วแต่แนวโน้มทีมเด็กรุ่นใหม่ก็คงทำได้แค่ย้ำ “แผลเป็น”พรรคร่วมรัฐบาลแท็กทีมหามกันไปได้ไม่ยากเย็นปัญหาใหญ่คือแรงเสียดทานนอกสภา ตามสถานะของรัฐบาลภายใต้การนำของนายเศรษฐาที่มาด้วยเส้นทางคดเคี้ยว“สูตรพิสดาร” ทำแนวร่วมกองหนุนหัวทิ่มหัวตำรัฐบาลเพื่อไทยต้องมี “รายจ่าย” มหาศาล เริ่มต้นด้วยต้นทุนติดลบปรากฏการณ์แบบที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ต้องไขก๊อกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เซ่นสังเวยปากที่เคยประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับทีม 2 ลุง แต่ก็ยังกลบเสียงโห่ฮาไม่ได้ ชาวโซเชียลมีเดียไล่จิกไปถึงการรับเก้าอี้ รมว.สาธารณสุขไม่รับมุกของ “เพื่อไทยการละคร”นี่คือโจทย์การบ้านยากของนายเศรษฐาที่ต้องกู้ศรัทธาเฉพาะหน้าแบบเร่งด่วน แบบที่ผู้นำรัฐบาลประกาศจะเดินหน้าลดราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้าตั้งแต่การประชุม ครม.นัดแรกไม่นับการเร่งคิวแจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท“ผลงาน” เท่านั้น ที่จะช่วยให้ “เศรษฐา” ฝ่าแรงเสียดทานได้.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม