รทสช.ดาหน้าปัดกระแสต่อรองหนัก “สุพัฒนพงษ์” นิ่งขอคุมพลังงานต่อ “เอกนัฏ” บอกติดคดีเป็น รมต.ไม่ได้ “ธนกร” ไม่รู้ขอ 3 รมว.กับ 1 รมช. แต่ต้องคุยกันให้จบก่อนโหวต วิป 3 ฝ่ายสรุปไม่ต้องโชว์วิสัยทัศน์ให้เวลา 5 ชั่วโมงซักไซ้แคนดิเดตนายกฯ “ไผ่” ตีฝีปากเรียกสินสอดแพง ไม่หลงปม “ลุงป้อม” รอต่อคิว “เศรษฐา” โต้กลับ “ชูวิทย์” บิดเบือน ยันทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แฉขายที่ดินที่มีนิติกรรมซ้อนไม่ได้เลยไม่พอใจ แถมขู่ผ่านผู้ใหญ่ถ้าไม่ซื้อที่ดินเจ้าปัญหาจะแฉ ลั่นไปเจอกันที่ศาล วอน สว.ยกมือหนุน พท.มั่นใจเสียงหนุนเกิน 375 “โรม” ข้องใจ “วันนอร์” ตีตกญัตติ หวังเก้าอี้นายกฯจะไม่ถึงมือ “ลุง” ก.ก.รอคดี “พิธา” คลี่คลาย ค่อยสรุปบทผู้นำฝ่ายค้าน “สมชาย” ปูดอีกแคนดิเดตฯอาจไม่ใช่ “เศรษฐา” “กิตติศักดิ์” ตั้งท่าบู๊ล้างผลาญเลือดท่วมจอ ตร.ถกเตรียมรับตัว “ทักษิณ”กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลให้ประเทศเดินหน้า ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยที่ดึงพรรค 2 ลุงมาร่วมรัฐบาลได้พร้อมหน้า ท่ามกลางกระแสข่าวมีการเจรจาต่อรองตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรีกันอย่างดุเดือด ที่อาจส่งผลกระทบต่อการโหวตนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ที่เสียง สว.ยังไม่นิ่ง“สุพัฒนพงษ์” นิ่งต่อรองพลังงานเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ส.ค. ที่บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน ทีมเศรษฐกิจพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการดีลจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ไม่ลงตัวเพราะตำแหน่ง รมว.พลังงานว่า ไม่ทราบ เมื่อถามย้ำว่าพรรค รทสช.ต้องการเก้าอี้ รมว.พลังงานใช่หรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์กล่าวย้ำว่า ไม่ทราบเหมือนกัน พร้อมปฏิเสธที่จะตอบว่าจำเป็นต้องนั่งตำแหน่งเดิมหรือไม่ เมื่อถามว่าการแบ่งโควตา รมว.พลังงานไม่ลงตัว เนื่องจากมีเรื่องกลุ่มทุนเข้ามาเกี่ยวข้องใช่หรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ตอบว่า ตนไม่ทราบอะไร เป็นเรื่องของหัวหน้าพรรค “เอกนัฏ” ติดคดีเป็น รมต.ไม่ได้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค รทสช. กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องแบ่งกระทรวง ตนและนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. ไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องตำแหน่งอะไรอยู่แล้ว ส่วนตัวไม่สามารถรับตำแหน่งรัฐมนตรีได้ เพราะติดคดี และโควตารัฐมนตรีสูตรคำนวณยังไม่ชัดเจน เมื่อถามว่าเห็นใจพรรคเพื่อไทยหรือไม่ที่จะต้องมาชี้แจงกับกลุ่มสนับสนุน หลังตัดสินใจตั้งรัฐบาลร่วมกับ รทสช.และ พปชร. นายเอกนัฏตอบว่า ต้องยอมรับว่าผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามที่พรรคเพื่อไทยหวัง ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และแคนดิเดตนายกฯ พรรค รทสช. บอกกับตนชัดเจนว่าต้องการวางมือทั้งหมด เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าการโหวตนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท.จะผ่าน นายเอกนัฏตอบว่า ไม่มั่นใจจนกว่าจะโหวต ขออย่าไปจมกับความขัดแย้งในอดีต ควรเดินหน้าปรองดองสมานฉันท์ดีกว่า ประวัติศาสตร์ลบไม่ได้อยู่แล้ว ตนก็ไม่สามารถปฏิเสธสิ่งที่เคยทำมาได้ แต่ต้องดูว่าเหตุผลที่เคยทำมาตอนนั้นคืออะไร ความขัดแย้งที่คนเข้าใจว่ามีระหว่างสีเสื้อ กปปส.ควรจะยุติแล้ว ควรร่วมมือกันเดินหน้าประเทศ ต่างคนต่างเจ็บด้วยกันตนก็ถูกคดีปัดกระแสขอ 3 รมว.กับ 1 รมช.นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครทสช. กล่าวถึงกระแสข่าวพรรค รทสช.ยังไม่สามารถตกลงโควตารัฐมนตรีกับพรรคเพื่อไทยได้ว่า ไม่ทราบ แต่พรรค รทสช.ไม่มีปัญหาอะไร มอบหมายให้หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคไปเจรจา ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าพรรค รทสช.จะขอโควตา 3 รัฐมนตรีว่าการ และ 1 รัฐมนตรีช่วย นายธนกรตอบว่า เราไม่ได้มีเงื่อนไขเรื่องกระทรวง และไม่ทราบว่าจะได้กระทรวงใดบ้าง ทราบแค่ว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี เมื่อถามว่าในพรรครทสช.แบ่งสัดส่วนโควตาหรือไม่ นายธนกรตอบว่า ทุกอย่างอยู่ที่คณะกรรมการบริหารพรรคย้ำต้องคุยกันให้จบก่อนโหวตผู้สื่อข่าวถามว่าการตั้งรัฐบาลสลายขั้วจะทำงานกันราบรื่นหรือไม่ นายธนกรตอบว่า คิดว่าวันหนึ่งก็ถึงเวลาที่แต่ละพรรคสลายสีเสื้อ ควรยึดประโยชน์ของประเทศด้วยความปรองดอง และในทางปฏิบัติเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรีควรพูดคุยกันให้จบก่อนโหวตนายกฯ เพราะในหลักการทางการเมืองเป็นแบบนี้ การโหวตนายกฯวันที่ 22 ส.ค. ต้องประสานงานกันก่อน หากไม่พูดคุยประสานงานกัน คิดว่าอาจไม่จบ แต่ในพรรค รทสช.จบแล้ว แต่พรรคอื่นไม่รู้ เมื่อถามว่าชื่อแคนดิเดตนายกฯไม่ว่าจะเป็นนายเศรษฐา ทวีสิน หรือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พรรค รทสช. พร้อมจะยกมือโหวตให้ใช่หรือไม่ นายธนกรตอบว่า ถ้าเราตัดสินใจร่วมรัฐบาลแล้ว อยู่ที่พรรคแกนนำจะเสนอนายกฯ พวกเราพร้อมดำเนินการตามมติพรรค ไม่น่ามีปัญหาอะไร เมื่อถามว่าแต่ สว.ตั้งแง่เรื่องคุณสมบัติของนายเศรษฐา นายธนกรตอบว่า เราต้องให้ความเป็นธรรมกับนายเศรษฐา นายเศรษฐาระบุว่าอธิบายได้ ดังนั้นทุกฝ่ายต้องฟัง ส่วนนายเศรษฐาควรไปชี้แจงในสภาหรือไม่นั้น แล้วแต่พรรคเขาแคนดิเดตฯไม่ต้องโชว์วิสัยทัศน์ช่วงเที่ยงที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมวิป 3 ฝ่ายว่า มีการนัดประชุมรัฐสภาวันที่ 22 ส.ค. เวลา 10.00 น. เพื่อลงมติเลือกบุคคลที่เหมาะสมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กำหนดเวลา 5 ชั่วโมง แบ่งเป็น สว. 2 ชั่วโมง และ สส.ไม่เกิน 3 ชั่วโมง คาดว่าจะลงมติได้ในเวลา 15.00 น. ทั้งนี้ที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายมีความเห็นว่าผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ ไม่จำเป็นต้องแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุมรัฐสภา สำหรับญัตติที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล เสนอค้างไว้ในที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายเห็นว่าให้นายรังสิมันต์อภิปรายได้ แต่มีความเห็นว่าเมื่อมีการวินิจฉัยตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อที่ 151 ไม่สามารถนำมาทบทวนได้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาว่าเมื่อรัฐสภามีมติในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วจะสามารถพิจารณาทบทวนได้ตลอดเวลา “ไผ่” รอ พท.เคลียร์ทุกข้อสงสัยนายไผ่ ลิกค์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์หลังประชุมวิป 3 ฝ่ายว่า ยืนยันคำเดิมว่าพรรค พปชร.ไม่อยากมีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น อยากทำให้การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ส่วนที่หลายฝ่ายอยากให้เปิดหน้าไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยนั้น ในที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย พรรคเพื่อไทยแจ้งชัดแล้วว่าจะมีการแถลงว่าแคนดิเดตนายกฯที่จะเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีวันที่ 22 ส.ค.เป็นใคร และจะมีใครร่วมรัฐบาลเพิ่มเติมบ้าง เขาบอกว่าจะเคลียร์ทั้งหมด เพราะมีคำถามจากฝ่าย สว.ว่ายังไม่เห็นความชัดเจน คาดว่าก่อนโหวตจะเห็นความชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาแฉเกี่ยวกับภาษีที่ดินเชื่อมโยงนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เมื่อถามย้ำว่าพรรค พปชร.จะร่วมแถลงข่าวกับพรรคเพื่อไทยด้วยหรือไม่ นายไผ่ตอบว่า ยังไม่รู้ว่าจะร่วมหรือไม่ ให้พรรค พท.ชวนค่อยว่ากัน ยังไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากเท่าไหร่ตีฝีปากเรียกสินสอดแพงเกินเมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. ยอมสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯพรรคพท.แล้วหรือไม่ นายไผ่ตอบว่า ขอย้ำจุดยืนเดิมคือไม่เปิดประเด็นใหม่ การเปิดประเด็นใหม่กระสุนไม่ได้ตกแค่ที่พวกตน แต่จะตกไปที่คนอื่นด้วย ให้เป็นไปตามครรลองอีกไม่กี่วันน่าจะดีขึ้น เมื่อถามถึงกระแสข่าวพรรค พปชร. เรียกสินสอดจากพรรคเพื่อไทยแพง นายไผ่ตอบว่า ยังไม่ได้เรียกเลยไม่รู้ว่าแพงหรือไม่ กระแสข่าวเรื่องการดีลเก้าอี้รัฐมนตรีกันนั้น ยืนยันว่ายังไม่มีการคุยอะไรเลย แต่ถ้าคุยแบบนี้คงใช้เวลาไม่นาน แป๊บเดียวก็อาจคุยกันได้ เพราะมีหลายส่วนที่จะคุย เชื่อว่าเรื่องนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องดำเนินการ เพราะถ้าไม่ทำ สว.ก็ไม่สบายใจ สว.ก็ถามมาไม่เปิดประเด็น “ลุงป้อม” ต่อคิวเมื่อถามย้ำว่าวันที่ 22 ส.ค. จบแน่ใช่หรือไม่ หลังมีกระแสข่าวนายเศรษฐาอาจไม่ได้รับการโหวตเป็นนายกฯ และมี พล.อ.ประวิตรรอต่อคิว นายไผ่ตอบว่า “ใจเย็นๆ อย่าเปิดประเด็น เชื่อว่าลุงป้อมน่ารักกว่าที่คิดเยอะ ลุงป้อมไม่ได้มาสร้างข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น เอาแค่ตรงนี้ก่อน” เมื่อถามอีกว่า 22 ส.ค.นี้จบ หรือจะมีสัปดาห์ต่อไป นายไผ่กล่าวติดตลกว่า “ทุกสัปดาห์ต้องมีไปเรื่อยๆ โลกไม่แตกแน่นอน” เมื่อถามย้ำว่าในที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย พรรคเพื่อไทยยืนยันจะเสนอชื่อนายเศรษฐาหรือไม่ นายไผ่ตอบว่า พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าเป็นนายเศรษฐา ส่วน พปชร.จะทำเต็มที่ เรามี 40 เสียง ถ้าเรามี 300 เสียงเราโหวตให้อยู่แล้ว เมื่อถามว่าถ้าเต็มที่แล้วนายเศรษฐายังไม่ได้ หากถึงคิวพรรค พปชร.เขาก็จะเต็มที่กับ พล.อ.ประวิตรหรือไม่ นายไผ่ตอบว่า มั่นใจในตัวหัวหน้าพรรค พปชร.ว่ามีความเหมาะสม แต่เรื่องสมการตัวเลขเราต้องดูความเป็นจริงด้วยโต้กลับ “ชูวิทย์” บิดเบือนข้อมูลช่วงสายวันเดียวกัน นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ข้อความและคลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องการซื้อขายที่ดินมีเนื้อหาสรุปว่า เข้ามาตรงนี้เพราะอยากทำให้ประเทศและเศรษฐกิจดีขึ้น ศัตรูของตนคือความยากจน และความไม่เสมอภาคของประชาชน ขณะที่คลิปวิดีโอมีเนื้อหาสรุปว่า ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีในการทำธุรกิจ เป็นที่รับทราบและยอมรับของสังคมมาตลอด วันนี้ออกมาพูดในฐานะที่เคยเป็นผู้บริหารบริษัทแสนสิริฯ และในฐานะแคนดิเดตนายกฯ บริษัทแสนสิริฯผ่านพ้นวิกฤติมาหลากหลายรูปแบบ ทีมงานทุกคนบริหารงานอย่างโปร่งใสในรูปแบบคณะกรรมการ ตามข้อบังคับของบริษัทและตลาดหลักทรัพย์ ไม่เคยถูกตั้งข้อกล่าวหา หรือถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใส กรณีการจัดซื้อที่ดินและเรื่องนอมินี ยืนยันว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน ไม่เคยมีวิธีการนอกระบบกฎหมาย เพื่อเบียดบังผลประโยชน์รัฐ หรือแสวงหาประโยชน์เป็นการส่วนตัว และขอปฏิเสธข้อกล่าวหาในทุกกรณีที่นายชูวิทย์นำมากล่าวอ้าง เต็มไปด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือนให้เกิดความเสียหายแฉขายที่ดินไม่ได้เลยไม่พอใจนายเศรษฐาระบุว่า ในทุก Episode ที่นายชูวิทย์นำมาสร้างกระแส ไม่ว่าจะเป็นที่ดินแปลงสารสิน หรือที่ดินซอยทองหล่อ บ.แสนสิริฯในฐานะผู้ซื้อ ทำธุรกรรมกับผู้ขายรายต่างๆ โดยชำระค่าที่ดินตามราคาตลาดที่สมเหตุสมผล บริษัทไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการบริหารของฝ่ายผู้ขายได้ในทุกขั้นตอน ฝั่งผู้ซื้อไม่มีนอมินี ไม่มีการปล่อยกู้ให้ผู้ขาย ไม่มีการสมคบคิดใดๆ และไม่เคยมีเงินทอนใดๆกลับมาที่ตน หรือพนักงานแสนสิริคนไหนทั้งสิ้น นายชูวิทย์ต้องแยกผู้ขายกับผู้ซื้อให้ได้ อย่าบิดเบือน “คุณโกรธเคืองที่บริษัทไม่ซื้อที่ดินคุณที่ซอยสุขุมวิท 24 เมื่อเดือน ก.ย.2565 เราตกลงกันจากราคา 2,000 ล้านบาทเหลือ 1,800 ล้านบาท แต่ที่ดินดังกล่าวมีเงื่อนไขติดพันกับบริษัทไรมอนแลนด์ จึงไม่สามารถซื้อที่ดินที่มีนิติกรรมซ้อนได้ คุณไม่พอใจ แต่เพราะเงื่อนไขของที่ดินคุณเอง แสนสิริเป็นบริษัทมหาชน ทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 100% ไม่มีอะไรที่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดจริยธรรม”ถูกขู่แฉถ้าไม่ซื้อที่ดินเจ้าปัญหา“ผ่านมา 10 เดือน ตั้งแต่ ก.ย.ปีที่แล้ว จนมาถึงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ในวันที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หลังจากที่ข่าวออกเรื่องมติพรรคเสนอชื่อตนในสภาเพื่อเป็นนายกฯ ผมโดนข่มขู่ คุณฝากข้อความผ่านคนใกล้ชิดของคุณมาสั่งให้ผมมัดจำเงิน เพื่อซื้อที่ดินของคุณ และทำ MOU แบบไม่มีเงื่อนไขในการซื้อขายที่ดินกับคุณ ผมไม่ได้ทำอะไรผิด คุณไม่มีสิทธิมาข่มขู่ผม คุณติดต่อผู้ใหญ่มากมายให้มาบอกผมว่าคุณจะแฉผม และทำทุกอย่างเพื่อให้ผมไม่เหมาะสมจะเป็นนายกฯ แต่ถ้าจะให้ไม่แฉให้ผมตกลงซื้อที่ดินราคา 2,000 ล้าน ทันทีแบบไม่มีเงื่อนไข ไม่งั้นคุณชูวิทย์จะเดินหน้า Discredit และด้อยค่าผมต่อไป คุณชูวิทย์บิดเบือนไปถึงเรื่อง Digital Wallet ทำให้ประชาชนเข้าใจว่านโยบายนี้จะเป็นการฟอกเงินผ่านทาง coin ขออย่าได้เอาเรื่องนโยบาย Digital Wallet ของพรรคเพื่อไทยมาโจมตีอย่างไม่มีหลักการ การที่ผมพูดความจริงในครั้งนี้ ผมรู้ว่าคุณชูวิทย์ต้องไม่พอใจและอาจจะไปฟ้องศาล ผมก็พร้อมที่จะนำพยานหลักฐานไปสู้คดีกับคุณชูวิทย์ในศาลต่อไป ผมเศรษฐา ทวีสิน ชีวิตผมตรวจสอบได้หมดทุกอย่าง ลูกผมมีงานที่ดีทำทุกคน ผมไม่มีอะไรต้องห่วง ทุกคนเตือนผมว่าอย่าลงการเมือง มันเปลืองตัว ผมขอบคุณในความหวังดีของทุกคน แต่ผมเศรษฐา ทวีสิน วันนี้ผมตัดสินใจเอง ผมเข้ามาตรงนี้เพราะอยากทำให้ประเทศชาติ จากวันแรกที่ผมตัดสินใจจะทำจนถึงวันนี้ ผมมั่นใจที่จะทำเพื่อประเทศชาติเหมือนเดิม ผมย้ำอีกครั้งศัตรูของผมคือความยากจน และความไม่เสมอภาคของประชาชน เป้าหมายของผมคือความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน” นายเศรษฐากล่าวอ้อน สว.ยกมือหนุนเป็นนายกฯต่อมาช่วงบ่ายที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการโหวตนายกฯวันที่ 22 ส.ค.ว่า คณะเจรจามีความคืบหน้าไปในทิศทางที่ดี มีหลายพรรคตอบรับมาแล้วว่าจะโหวตให้วันนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โทร.มาบอก 71 เสียงจะยกมือโหวตให้ ต้องขอบคุณ และยังมีอีกหลายพรรคที่แสดงเจตจำนงมาแล้ว หากพรรคเพื่อไทยเสนอชื่อตนก็พร้อม และขอวิงวอนว่าเราต้องการเสียง สว.ด้วย ยืนยันว่ามีความตั้งใจจริง มีความปรารถนาดีกับประเทศชาติ หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจาก สว. เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าจะได้เป็นนายกฯคนที่ 30 นายเศรษฐาตอบว่า เรามีความพร้อมและมั่นใจในคณะเจรจาว่าจะตกลงได้กับพรรคที่จะมาร่วมรัฐบาล วันนี้ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องมีนายกฯ มีรัฐบาล จากนั้นนายเศรษฐากล่าวตัดบทขอบคุณสื่อมวลชน และเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไปทันทีเตรียม สส.แจงแทนแคนดิเดตฯนายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ ตัวแทนวิปพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย มีข้อตกลงว่า แคนดิเดตนายกฯไม่ต้องแสดงวิสัยทัศน์ แต่ถ้าที่ประชุมยังมีประเด็นข้อติดใจ พรรคเพื่อไทยเตรียม สส.ไว้คอยชี้แจงตอบข้อซักถาม แต่เชื่อว่าประธานคงวางกรอบไว้ หากเกินเลยไปจริงๆ จะให้สส.ชี้แจงแทน ส่วนประเด็นเรื่องคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้าม มองว่าที่ผ่านมาถูกคัดกรองในหลายระดับ ไม่มีอะไรน่าติดใจ ส่วนการข้ามขั้วไปจับมือกับพรรค รทสช.นั้น มีเหตุผลที่ต้องไป มีคนที่เป็นต้นเหตุบีบบังคับให้เราต้องไปรวม เจตนารมณ์ประชาชนต้องการให้จัดตั้งรัฐบาลให้ได้ แต่เมื่อขั้วเราบางพรรคเขาไม่ยอมรับทำให้เสียงไม่พอ ก็เป็นความจำเป็น เมื่อถามว่าสังคมทวงถามการลาออกของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายสุทินตอบว่า ยอมรับว่าการพูดของ นพ.ชลน่านเป็นการแสดงจุดยืนจริง แต่เมื่อผลเลือกตั้งผิดความคาดหมาย ตามเจตนารมณ์ของประชาชนไม่มีอะไรที่ได้ทุกอย่างหรือเสียทุกอย่าง ส่วนจะต้องรับผิดชอบคำพูดหรือไม่ หรือจะลาออกหรือไม่ ต้องถาม นพ.ชลน่านมั่นใจได้เสียงหนุนเกิน 375 เสียงผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมเจรจาพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ยังคงเดินสายพูดคุยกับพรรคการเมืองต่างๆที่จะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย เพื่อยืนยันเสียงสนับสนุนนายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งทุกพรรคยืนยันสนับสนุน ทำให้ตอนนี้มีเสียงที่แน่นอนแล้ว 314 เสียง นอกจากนี้ยังได้พูดคุยขอเสียงสนับสนุนจาก สว. มีความคืบหน้าไปได้ด้วยดี ทำให้พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าวันที่ 22 ส.ค. จะมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา หลังจากนี้เมื่อทุกอย่างชัดเจนแล้วพรรคเพื่อไทยจะเชิญตัวแทนจากทุกพรรคที่ร่วมสนับสนุน มาแถลงข่าวเป็นทางการก่อนโหวตเลือกนายกฯ “โรม” ข้องใจ “วันนอร์” ตีตกญัตติด้านนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ได้พูดคุยกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา หลังยืนยันใช้อำนาจตามข้อบังคับจะไม่ให้ลงมติในญัตติด่วนทบทวนมติที่ที่ประชุมรัฐสภา 19 ก.ค. เสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯซ้ำไม่ได้ ทั้งที่ที่ประชุมรัฐสภาสามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ทำผิดพลาดได้ ถ้าบอกว่าห้ามเปลี่ยนสภาของเราอันตรายมาก เพราะในการทำงานมีโอกาสผิดพลาดเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีความพยายามตีความจากฝ่ายกฎหมายของรัฐสภา ดังนั้นจะนำเรื่องนี้ไปพูดคุยในที่ประชุมรัฐสภาต่อ เมื่อถามว่าการที่พรรค พปชร. พรรค รทสช. เข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทย ห่วงในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายรังสิมันต์ตอบว่า เป็นกังวล แต่ต้องให้โอกาสพรรคเพื่อไทยที่ย้ำหลายครั้งถึงการแก้รัฐธรรมนูญ และยังพูดกับพรรคก้าวไกลชัดเจนตอนที่เตะเราออกมาว่า แก้รัฐธรรมนูญแล้วจะยุบสภาหวังเก้าอี้นายกฯจะไม่ถึงก้น “ลุง”นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า จุดยืนพรรคยังเหมือนเดิมคงไม่ให้คะแนนนายเศรษฐา หรือใครก็ตามหากมีการเปลี่ยนแปลงในฝั่งพรรค ทพ.เรายืนยันหลายครั้งว่าถ้ามีลุงไม่มีเรามันก็จบ จบอย่างที่เราเคยได้หาเสียงไว้กับประชาชน เป็นคำสัญญาสำคัญที่เราไม่สามารถลืมเลือนได้ เมื่อถามว่าจะถึงขั้นที่พรรคก้าวไกลวอล์กเอาต์ในการโหวตนายกฯหรือไม่ นายรังสิมันต์ตอบว่า ยังไม่มีการตัดสินใจลักษณะนั้น เราได้รับความรู้สึกจากประชาชนว่าผิดหวังค่อนข้างเยอะ ยอมรับว่าไม่อยากเห็นภาพแบบนี้ แต่สุดท้ายต้องมูฟออนเดินต่อ เมื่อถามว่ามี สว.แสดงท่าทีจะไม่โหวตให้นายเศรษฐา มองถึงขั้นว่าอาจได้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรค พปชร. เป็นนายกฯ นายรังสิมันต์ตอบว่า หวังว่าจะไม่ไปถึงจุดนั้น ไม่น่าเชื่อว่าเราฝันตั้งรัฐบาลประชาชน กลายเป็นรัฐบาลลุงรอคดี “พิธา” ค่อยสรุปผู้นำฝ่ายค้านน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ยอมรับว่าผิดหวัง ไม่คิดว่าจะมาถึงวันนี้ ถ้าแพ็กกันแน่นๆคงสู้กับอำนาจนอกระบบ อำนาจที่ไม่เป็นประชาธิปไตยจากเสียง สว.ได้ เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับการใช้คำว่ารัฐบาลแห่งชาติเพื่อให้ประเทศเดินหน้า น.ส.ศิริกัญญาตอบว่า การเดินหน้าน่าจะออกได้หลายทาง ไม่ใช่ทางนี้ ตอนนี้เราพร้อมที่จะเริ่มทำงานในฐานะฝ่ายค้านเต็มที่ เมื่อถามว่าจะเรียกว่าพรรค ก.ก.เป็นผู้นำฝ่ายค้านได้หรือยัง น.ส.ศิริกัญญาตอบว่า วันนี้สถานะนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก. ยังอยู่ระหว่างถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ยังไม่รีบตัดสินใจว่าจะเอาตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านหรือไม่ รอให้คดีนายพิธาคลี่คลายก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน สถานะผู้นำฝ่ายค้านไม่มีผลอะไรในการทำงาน แต่อาจมีผลในเรื่องการเป็นคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการองค์กรอิสระต่างๆ เราคิดว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องมีตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในตอนนี้ชี้ พท.มีราคาที่ต้องจ่ายคืน ปชช.เมื่อถามว่า สว.เริ่มแบไต๋ว่าจะไม่โหวตให้นายเศรษฐา ทวีสิน น.ส.ศิริกัญญาตอบว่า ดูจากข่าวมี สว.บางส่วนออกมาพูดชัดเจนว่าอยู่ภายใต้การกำกับควบคุมของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แต่เชื่อว่าไม่ใช่ สว.ทั้งหมด ยังเอาใจช่วยให้การโหวต นายกฯเป็นไปได้ด้วยดี เมื่อถามว่าสิ่งที่เพื่อไทยเลือกตอนนี้จะมีผลในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญาตอบว่า เคารพการตัดสินใจของเพื่อไทย การตัดสินใจอะไรไปต้องมีผลตามมา มีราคาที่ต้องจ่าย มีต้นทุนสูงมากที่ต้องแบกรับไว้ การไม่ฟังเสียงประชาชน หันหลังให้กับคำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนต้องมีอะไรตอบแทนมากกว่าการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อถามว่าประเมินรัฐบาลชุดนี้จะอยู่ได้กี่ปี น.ส.ศิริกัญญาตอบว่า เอาแง่ดี ขึ้นอยู่กับอายุของ ส.ส.ร. ถ้า ส.ส.ร.ทำงาน 6 เดือน รัฐบาลจะมีอายุได้ 2 ปี ถ้ากรอบ ส.ส.ร.ยาวออกไป น่าจะนานกว่านั้น ต้องให้โอกาสรัฐบาลใหม่ทำงานดูว่าจะมีข้อขัดแย้งกันเองหรือไม่ แต่อาจยุบสภาฯก่อนที่รัฐธรรมนูญจะแก้เสร็จ แต่ไม่ถึง 4 ปีแน่นอน ถ้าเกิน 4 ปีคือมีเจตนาจะยืดเวลาออกไป“สมชาย” ปูดไม่ใช่ชื่อ “เศรษฐา”ขณะที่นายสมชาย แสวงการ สว. กล่าวว่า เวลาที่ สว.ได้มา 2 ชั่วโมง คงเป็นการอภิปรายเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อที่พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าเป็นนายเศรษฐา ทวีสิน แต่ได้ข่าวว่าชื่อคนเป็นนายกฯจะเป็นชื่ออื่นไม่ใช่นายเศรษฐา ดังนั้นในวันที่ 21 ส.ค. พรรคเพื่อไทยต้องทำให้เรียบร้อยว่าจะเสนอชื่อใครกันแน่ เมื่อถามว่าเสียงโหวต สว.จะแตกหรือไม่ นายสมชายตอบว่า เสียง สว.แตกเป็นปกติอยู่แล้ว แล้วแต่ความคิดแต่ละคน เมื่อถามว่าการที่พรรค รทสช. และพรรค พปชร. ไปจับขั้วร่วมรัฐบาลด้วย เป็นการส่งสัญญาณให้ สว.เลิกแตกแถวหรือไม่ นายสมชายตอบว่าไม่เกี่ยว สว.มีอิสระอยู่แล้ว เมื่อถามว่าหากนายเศรษฐาไม่ผ่านรอบนี้จะมีการดันให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขึ้นเป็นนายกฯแทน นายสมชายตอบว่าไม่เกี่ยว ไม่ไปไกลขนาดนั้น พรรคเพื่อไทยยังมีแคนดิเดตฯคนอื่นอีก ทั้ง น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร นายชัยเกษม นิติสิริผุดแก้ รธน.เงื่อนไขใหม่ขวางลำเมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีนายกฯคนนอก นายสมชายตอบว่าเป็นเรื่องที่ไกลโพ้น แต่ที่ห่วงอีกอย่างคือเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ทำไมต้องล้มรัฐธรรมนูญแล้วร่างใหม่ ทำไมไม่คิดแก้ไข ดังนั้น ต้องคุยให้เคลียร์ว่าจะเอาอย่างไร เพราะการร่างรัฐธรรมนูญกับการแก้ไขคนละเรื่องกัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ใช้มา 6 ปี เหมือนบ้านหากเห็นว่าหลังคารั่วก็ต้องซ่อม แต่ถ้าบอกว่าเผาบ้านทิ้งแล้วสร้างบ้านใหม่ดีกว่าอันนี้ยุ่ง หากล้มรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ต้องทำประชามติ 3 ครั้ง ใช้งบประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาทตั้งท่าบู๊ล้างผลาญเลือดท่วมจอนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สว. กล่าวว่า เสียงสว.ยังไม่นิ่ง คาดว่าจะมีความชัดเจนในวันที่ 21 ส.ค. หรือเช้าวันที่ 22 ส.ค. แต่ดูแนวโน้มแล้วการลงมติเลือกนายกฯดุเดือดแน่นอน เพราะนอกจาก สว.ยังติดใจประเด็นคุณสมบัติของนายเศรษฐา ทวีสินประเด็นยังลามไปเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ที่พรรคเพื่อไทยยืนยันจะแก้ทั้งฉบับ ตั้งแต่การประชุม ครม.นัดแรก ดูแล้วเป็นการแก้เพื่อเอาใครกลับบ้านหรือไม่ การแก้รัฐธรรมนูญรอบนี้หนักกว่าการนิรโทษกรรม ใช้พิมพ์เขียวของพรรคก้าวไกลเข้ามาแก้ไข ขอให้จับตาดูบรรยากาศการโหวตนายกฯวันที่ 22 ส.ค. สว.จะอภิปรายเรื่องคุณสมบัตินายกฯ และการแก้รัฐธรรมนูญอย่างดุเดือดเลือดท่วมจอเลื่อน ครม.หลีกทางโหวตนายกฯผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ส่งหนังสือแจ้งถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผู้เข้าร่วมประชุมและผู้ประสานงานประจำกระทรวง เพื่อแจ้งเลื่อนการประชุม ครม. ครั้งถัดไปในวันที่ 23 ส.ค.เวลา 09.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล แบบครบองค์ประชุมหลังได้รับหนังสือแจ้งจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทน ราษฎร ว่า ในวันที่ 22 ส.ค. เวลา 10.00 น. มีการประชุมร่วมของรัฐสภา ที่อาคารรัฐสภา โดยมีระเบียบ วาระการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องเร่งด่วน คือ 1.ให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ 2. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ. ...(ยกเลิก มาตรา 272) ที่ค้างมาจากการประชุมร่วมของรัฐสภาครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 4 ส.ค.66 กกต.ยันแค่ชงคดี “พิธา” ส่งศาลที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกระแสวิจารณ์ กกต.รังแกดำเนินคดีกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก.ว่า ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และการเลือกตั้งคือความชอบธรรมที่จะมาบริหารประเทศ คนชนะเลือกตั้งต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย กรณีการถือหุ้นสื่อที่เป็นลักษณะต้องห้าม คนตัดสินก่อนเลือกตั้งคือศาลฎีกา หลังเลือกตั้งคือศาลรัฐธรรมนูญ กกต.ไม่ใช่คนตัดสิน แนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญวางไว้ 1.เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้น 2.เป็นกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใด 3.ประกอบกิจการหรือไม่ และ 4.เลิกกิจการไปแล้วหรือเปล่า ศาลรัฐธรรมนูญจะฟังและวินิจฉัยว่าเข้าองค์ประกอบทั้ง 4 หรือไม่ ถ้าไม่เคยประกอบกิจการสื่อเลย ศาลไม่ถือว่าเป็นสื่อ ลักษณะนี้เลือกตั้งครั้งที่แล้วศาลยกคำร้อง กกต.จึงนำแนววินิจฉัยนี้มาใช้ แต่เมื่อมีปัญหา กกต.ไม่ใช่คนวินิจฉัย กกต.เป็นคนส่งเรื่องชี้คุณสมบัติผู้สมัครต้องเช็กเองนายแสวงกล่าวอีกว่า ถ้าถามว่าทำไม กกต.ตรวจไม่เจอหุ้นไอทีวีของนายพิธา ยืนยันว่า กกต.ขอข้อมูลกับหน่วยงานกว่า 26 หน่วย เมื่อส่งมาว่าไม่พบข้อมูลกฎหมายจึงเขียนไว้ด้วยว่า “รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีสิทธิก็ยังไปสมัคร” บางครั้งกฎหมายก็เขียนให้พรรคการเมืองและผู้สมัครรับรองตัวเองด้วยดังนั้นเมื่อหน่วยงานที่ตรวจสอบแจ้งมาว่าไม่มีรายการตามนี้ ไม่ว่าจะปี 62 และปี 66 แต่มีคนมาร้อง กกต.ก็ดำเนินการตามกระบวนการตามข้อเท็จจริง แล้วยื่นไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนคดีมาตรา 151 ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. เป็นคดีอาญา ต้องดูที่เจตนา และต้องดูว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าอย่างไร ส่วนที่ กกต.ไม่ได้เรียกนาพิธามาชี้แจง ตนไม่ทราบ แต่หากมีลักษณะที่จะเป็นการให้คุณให้โทษเขาก็ต้องเชิญมาชี้แจง ตอนนี้กระบวนการสอบสวนตามมาตรา 151 ยังไม่เสร็จยอมรับประชาชนไม่พอใจ กกต.นายแสวงยังกล่าวระหว่างบรรยายหัวข้อ “กกต. มีไว้ทำไม” จัดโดยสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง สำนักงาน กกต.ว่า กกต.มีไว้ทำไม ไม่น่าจะใช่การถามถึงหน้าที่ แต่น่าจะเกิดจากความไม่พอใจที่ส่งผลกระทบกับความรู้สึกมากกว่า หน้าที่ของ กกต.ทำให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม ให้ความรู้เรื่องประชาธิปไตยและพัฒนาการเมือง หาก 3 ส่วนนี้ดี การเมืองจะดี การเลือกตั้งที่ผ่านมาพอใจระดับหนึ่ง ไม่รู้ว่าปัญหาเกิดจากกฎหมายหรือตัวเราเอง ปี 62 ได้รับผลกระทบเรื่องความเชื่อถือรวมถึงปี 2566 คิดว่าดีขึ้นนักวิชาการแนะปรับให้ทันโลกนายยุทธพร อิสรชัย รองศาสตราจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) กล่าวว่า การเลือกตั้งไม่ใช่คำตอบหลัก แต่คือประตูบานใหญ่นำไปสู่การพัฒนาประชาธิปไตยที่ดีขึ้น ต้องมีกลไกตรวจสอบเป็นหน้าที่ของ กกต. การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมามีผู้ใช้สิทธิมากที่สุด 75% มองว่าเป็นเพราะระบบการเลือกตั้งเปลี่ยนเป็นบัตร 2 ใบ ทำให้พรรคใหญ่ได้ประโยชน์ ประกอบกับกลไกที่ยังให้ สว.โหวตนายกฯ เป็นกระบวนการที่บิดเบี้ยว ส่งผลต่อความเชื่อทางการเมืองของประชาชนเปลี่ยนไป กกต.ต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง “บิ๊กตู่” ติงผูกศัตรูถาวรไม่ได้อะไรเมื่อเวลา 10.00 น. ที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เยี่ยมชมกิจการและรับฟังรายงานแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทการบินไทย มีนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ พร้อมทีมผู้บริหาร รอต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า มาเป็นกำลังใจ คงไม่มีใครทำคนเดียว ดูกันต่อไป คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปลดล็อกตรงนี้ได้จะกลับมาเป็นสายการบินแห่งชาติได้เร็วขึ้น ส่วนเรื่องการเมืองทำให้สมองทำงานอื่นไม่ค่อยได้ พูดกันไปมาต้องปล่อยเขา อยากให้บ้านเมืองเดินหน้าให้ได้รัฐบาลที่เข้มแข็ง ถ้าเรามองเป็นศัตรูกันไปตลอด มันทำอะไรไม่ได้เหมือนเดิมตำรวจประชุมรับตัว “ทักษิณ”ที่สำนักงานตำรวจแห่งขาติ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. เรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมแผนเตรียมรับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กลับประเทศไทยเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เจ้าหน้าที่จากกรมราชทัณฑ์ เจ้าหน้าที่กองการต่างประเทศ เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) หน่วยต่อต้านก่อการร้ายสากล ศูนย์สืบสวนนครบาล ตำรวจนครบาล 1-2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เส้นทางที่ขบวนรถคุมตัววิ่งผ่าน เริ่มจากสนามบินดอนเมือง บริเวณอาคารผู้โดยสารอากาศยานส่วนบุคคล (Mjets) คาดว่าเป็นจุดที่เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของนายทักษิณ ลงจอดในส่วนโซนวีไอพี โดยตำรวจ ตม.จะเป็นผู้รับตัว ทำบันทึกการจับกุม ก่อนส่งตัวให้เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์คุมตัวขึ้นรถ นำตัวไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญา (สนามหลวง) ตามขั้นตอนกฎหมาย ทั้งนี้มีกระแสข่าวมาเป็นระลอกว่านายทักษิณอาจเดินทางกลับระหว่างวันที่ 21-22 ส.ค. หรือหลังจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้น จากที่เลื่อนกลับเมื่อวันที่ 10 ส.ค.มาแล้ว“อ๋อย” แจ้งจับมือปลอมคลิปเสียงที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายธงชัย พรเศรษฐ์ ทนายความนายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. นำเอกสารหลักฐานเข้าพบ พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. และ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก. สอท.1 ดำเนินคดีกับบุคคลที่ตัดต่อคลิปเสียงของนายจาตุรนต์นำไปโพสต์ในโซเชียลทำให้เข้าใจว่านายจาตุรนต์กล่าวหาพรรค พท. และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) นายธงชัยกล่าวว่ามีกลุ่มบุคคลทำคลิปเสียงคล้ายเสียงนายจาตุรนต์ไปเผยแพร่กล่าวหาใส่ร้ายพรรค พท. พาดพิง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า “ปล่อยให้คนแก่โง่ๆ ที่มีแค่เสียงเดียวบอกปล่อยให้พรรคก้าวไกลยอมเสียเสียสละ” ตรวจสอบเบื้องต้นชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊กไปแล้วว่าไม่ใช่การกระทำของนายจาตุรนต์ ทั้งยังนำคลิปเหล่านี้ไปลงสื่อออนไลน์ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งถึงปัจจุบัน