ผมนึกถึงตัวเองตอนอายุ 17 ปี ไปถึงยะลา เพื่อนโบกมือบอก “จะไปท่า...ที่โน่น” ก็งง ท่าอะไรที่ไหนหนา! อยู่ๆไป ก็เริ่มเข้าใจ คนใต้ใช้คำคู่กับคนภาคกลาง เขาใช้ท่า ผมใช้คอย ผมพูดว่าผี เขาบอกว่าสางอย่าว่าแต่ในเมืองไทย โลกนี้มีภาษาที่จะต้องเรียนรู้อีกมากเปิดหนังสือศัพท์สรรพรรณนา (สถาพรบุ๊คส์ พ.ศ.2565) ศัพท์ที่ 51 พรุ่ง-พรุก-รุ่ง...อาจารย์ปรัชญา ปานเกตุ ค้นคว้ามาบอกเล่าให้รู้ว่า บางคำเดียว ซ่อนความหมายได้ลุ่มลึก ยอกย้อน เกินหยั่งคาดคำ “พรุ่ง” หรือ “พรุ่งนี้” มีสำนวนใช้กันแพร่หลาย ตายวันตายพรุ่ง ผัดวันประกันพรุ่ง แต่เมื่อเจอคำ “พรุก” หรือ “พรุกนี้” ของคนโบราณ เช่น อ่านจาก ลิลิตพระลอ “ไปพรุกควรพอดี อย่าช้า” ก็ควรรู้ว่า พรุกนี้คือพรุ่งนี้ย้ำให้รู้ว่าเป็นคำเก่าถึงสมัยสุโขทัย ลองอ่านจากไตรภูมิพระร่วง “ถ้าแลว่า นางหาให้แก่เรามิได้ ดุจดังคำเราว่านี้ไส้ เราก็จะรู้บุญนางในวันพรุกนี้”ยังมีคำที่ออกเสียงใกล้เคียงกับ “พรุก” ในภาษาไทยถิ่นเหนือ อีสาน และใต้ ภาษาล้านนาว่า “พรูก” หรือ “พูก”เช่น ตำนานถ้ำปุ่ม...ดูราเจ้าคู วันพรูกพอยามตูดซ้าย ภาษาอีสานว่า “พรุกเช้า” หรือในป้องครกคำกาพย์ “โพรกเช้าถึงนัดยักษา จงนาถพนิดา จากปราอย่าทันรุ่งราง”คำเดียวกันนี้ ไปถึงถิ่นตากใบ หรือภาษาถิ่นเจ๊ะเห ก็เป็นภาษาที่สื่อสารกันในพื้นที่บางส่วนของปัตตานี ยะลา ไปถึงรัฐกลันตัน ใช้กันว่า “โพรก” หรือ “โผรกๆ”ผมจำได้เมื่อได้ยินเพื่อนพูด “ต่อโพรก หรือ ต่อโผรก” ตั้งหลักอยู่นานกว่าจะรู้ว่า คือพรุ่งนี้คำพรุ่งนี้ ถ้าใครเคยได้อ่านนวนิยาย เรื่องแดงรวี ที่ รงค์ วงษ์สวรรค์ นักเขียนหนุ่มสำนวนเพรียวนม ว่า พรุ่งนี้มันเป็นคำแก้ตัวดีที่สุดของคนเกียจคร้าน เป็นความหวังของคนที่เดินทาง ผ่านวันวาน มาอย่างสะเพร่า...เฟื้อ หริพิทักษ์ ดำรง วงศ์อุปราช ถวัลย์ ดัชนี ลาวัณย์ อุปอินทร์ ศิลปินชั้นเยี่ยมผู้ทันได้ร่ำเรียนกับศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี รำลึกถึงอาจารย์ฝรั่งนอกจากวลี ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น ที่ท่านยึดถือเป็นคติพจน์ตลอดชีวิต ภาษิตที่ท่านย้ำเตือนลูกศิษย์อยู่เสมอ คือ พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้วม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช สรรเสริญสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์...ครั้งหนึ่งทรงแสดงธรรมเรื่องความไม่ประมาทวันนั้นสมเด็จได้ต้นพะยอมจากหัวหินมาต้นหนึ่ง คุณชายไปเฝ้าเห็นเข้าก็ร้องโอ้โฮ...ทำไมโอ้โฮ? ตรัสถาม“ก็พะยอมมันต้องใช้เวลาตั้งสี่สิบหรือห้าสิบปี ตั้งแต่ปลูกจนจะโตออกดอกได้ สมเด็จแก่จะตายมิตายแหล่อยู่แล้ว จะไปดูดอกมันทันอย่างไร?” “อย่างนั้นหรือ?” สมเด็จว่า “เอ็งว่ากี่ปีนะ” “ห้าสิบปี” คุณชายทูลตอบสมเด็จตระโกนเรียกไวยาวัจกรลั่นกุฏิ รับสั่งให้เอาต้นพะยอมแค่คืบนั้นไปหาที่ปลูกทันที อย่าให้เสียเวลาแม้แต่นาทีเดียว“ไอ้นี่มันบอกต้องปลูกถึงห้าสิบปีจึงจะออกดอก ต้องรีบปลูกเร็วๆ อย่าให้เสียเวลา ลุแก่ความประมาทไม่ได้”ธรรมที่สมเด็จทรงแสดง ปลุกคุณชายให้ตื่นรู้ ตั้งแต่นั้นมามีต้นอะไรจะปลูกก็รีบปลูก มีอะไรต้องทำ ก็รีบทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ไม่เคยผัดวันประกันพรุ่งคุณชายคึกฤทธิ์ ใช้หลักธรรมข้อนี้ทั้งมีหลัก เวลารอไม่ได้ ทุกข์ร้อนชาวบ้านอยู่ตรงหน้า มี สส.ในพรรคแค่ 18 เสียง ท่านก็ไม่รีรอตั้งรัฐบาล เป็นนายกฯได้เฉยเลยคุณทักษิณมี สส.ตั้งร้อยกว่าๆ จะตั้งรัฐบาลบ้าง...ก็อย่าไปทักว่าท่านผิดคำสัญญา หักคำสาบาน กระไรกันนักเลย ก็เรื่องพรรค์นี้มีระดับปรมาจารย์การเมืองนำร่องไว้แล้วนี่นา!กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม