การที่ ก้าวไกล ยังมีอัตตาในตัวเอง ต่อการเดินหน้าตั้งรัฐบาลที่ต้องการจะเปลี่ยนประเทศ ไม่มีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ และ วางกรอบล้อมตัวเองเอาไว้อย่างมิดชิดจนหายใจไม่ออก แม้จะเป็น ความหวังใหม่ ของคนไทยส่วนใหญ่ ด้วยความเป็นเด็กเกินไป จนในที่สุด ก็แพ้เกมการเมือง แม้จะชนะเลือกตั้งมาเป็นพรรคอันดับ 1 ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ก้าวไกล ก็ต้องเดินทางไกลต่อไปถ้าก้าวไกล รู้จักการเสียสละ ตั้งแต่ต้น ไม่ยึดมั่นถือมั่นตัวเองจนเกินไป คนส่วนใหญ่ก็จะไม่ผิดหวังไม่เดือดร้อนและไม่ต้องหวาดผวากับฉากทัศน์ของการเมืองที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก้าวไกล 150 เสียง ไทยสร้างไทย 6 เสียง พรรคเล็กอีกพรรคละ 1 เสียง 2-3 พรรค หรืออาจจะรวมกับ ประชาธิปัตย์ ไปเป็น ฝ่ายค้าน ประมาณ 160-180 เสียง จะเป็นฝ่ายค้านที่มีความเข้มแข็งก็จริง แต่การเมืองไทยที่มี ประชาธิปไตยอยู่แค่ครึ่งใบ กลไกการตรวจสอบภายใต้รัฐธรรมนูญที่อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ ระบบข้าราชการที่อ่อนแอเต็มไปด้วยผลประโยชน์ ขยันตรวจสอบแค่ไหนก็ไลฟ์บอยรัฐบาลเพื่อไทย ประกอบด้วย ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนากล้า ประชาชาติ เสรีรวมไทย เพื่อไทรวมพลัง พลังสังคมใหม่ และ ท้องที่ไทย 314 เสียงประชาธิปัตย์ 25 เสียง ยังสวิงไปมา สส.ฝ่าย เฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรคอยากร่วมรัฐบาล ฝ่ายอำนาจเก่า ชวน หลีกภัย, บัญญัติ บรรทัดฐาน ไม่ยอมร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทย แตกแล้วก็แตกอีกเพื่อไทยกับการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน โดยเฉพาะการทำหน้าที่ ดับเครื่องชนพรรคสองลุง ทั้งในสภาและนอกสภา ประกาศจะ ปิดสวิตช์สาม ป. ยุติการสืบทอดอำนาจเผด็จการ และยังเป็นไม้เบื่อไม้เมากับ ภูมิใจไทย ประกาศเป็นศัตรูกับ นโยบายกัญชาเสรี เป็นศัตรูคู่อาฆาตกันในสนามการเมือง อภิปรายความไม่ชอบมาพากลของ รมต.พรรคภูมิใจไทยมานับครั้งไม่ถ้วน โดยเฉพาะ วิกฤติการระบาดของโควิด-19 ที่ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็น รมว.สาธารณสุข ทั้งอภิปราย ตั้งกระทู้สด เปิดศึกวิวาทะกันในสภาและนอกสภาหลายรอบ เป็นคดีความกันหลายกระทงนอกจากจะอภิปรายแล้วยังยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบพฤติกรรมของ รมต.ภูมิใจไทย อาทิ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม การถือหุ้นเอกชนระหว่างดำรงตำแหน่ง หรือครอบครองที่ดินเขากระโดง ซึ่งอยู่ในการดูแลของ การรถไฟแห่งประเทศไทย ภายใต้สังกัดกระทรวงคมนาคมที่ ศักดิ์สยามเป็นรัฐมนตรีว่าการฯ มีเรื่องของความไม่ชอบมาพากลเรื่อง วัคซีนโควิด อุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือบางกระทรวงของบางพรรคมีการจับทุจริตกันได้คาห้องทำงาน คาหนังคาเขา ปัญหาการทุจริตจะสืบทอดมาหลอกหลอนอีกหรือไม่เพื่อไทยเป็นคนแฉเอง ถึงเวลาร่วมรัฐบาลจะจูบปากกันลงจริงหรือฉากทัศน์สุดท้าย แคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทย เศรษฐา ทวีสิน นอกจากที่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เอามาแฉเป็นน้ำจิ้มแล้ว จะมีวิบากกรรมอะไรตามมาอีก ไม่ต้องไปย้ำวลีต่างๆตอนที่หาเสียงให้เมื่อยตุ้ม เพราะชาวบ้านก็ไม่รู้ว่าเศรษฐาเป็นใครอยู่แล้วแต่ต้องตั้งคำถามดังๆว่าเพื่อไทยตั้งรัฐบาลได้แล้วชาวบ้านจะได้อะไร.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ "คาบลูกคาบดอก" เพิ่มเติม