ราคาน้ำมันดิบวันจันทร์ (9 มี.ค.) พุ่งขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใหม่ เมื่อสงครามสหรัฐฯและอิสราเอลกับอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น สหรัฐฯสั่งอพยพเจ้าหน้าที่สถานทูตออกจากซาอุดีอาระเบียอีกประเทศ การประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน ส่งผลให้การผลิตน้ำมันดิบในกลุ่มประเทศอ่าวลดลงทันที เพราะไม่สามารถส่งออกได้คูเวต ผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 5 ของโอเปก ประกาศลดกำลังการผลิตโดยไม่บอกปริมาณ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 3 ของโอเปก ประกาศลดกำลังการผลิตนอกชายฝั่ง อิรัก ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 2 ของโอเปก รายงานการผลิตน้ำมันดิบลดลงถึง 70% จากวันละ 4.3 ล้านบาร์เรล เหลือเพียง 1.3 ล้านบาร์เรลทำให้ ราคาน้ำมันดิบเวสท์เท็กซัส เช้าวันจันทร์พุ่งปรี๊ดขึ้นไปถึง 25% เหนือระดับ 113 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงกว่า 100 ดอลลาร์เมื่อครั้งรัสเซียบุกยูเครน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ก็พุ่งขึ้นไป 24% อยู่เหนือ 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากต้นปี 2026 ที่ราคา 60 เหรียญต่อบาร์เรล ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ได้โพสต์เตือนว่า ราคาน้ำมันโลกได้เข้าสู่ระดับ Code RED ที่ส่งผลอย่างจริงจังต่อเศรษฐกิจโลก ช่วงต้นสงครามยูเครน–รัสเซียที่เคยแตะ 120–130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและคงอยู่ระดับสูงกว่า 100 เป็นเวลา 4 เดือน ระหว่างมีนาคม–กรกฎาคม 2565 เงินเฟ้อพุ่งสูงทุกประเทศ ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด การเร่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคาร การพยุงราคาน้ำมันมีภาระหลายแสนล้านดร.กอบศักดิ์ เรียกร้องให้รัฐบาล “เตรียมแผน 2” เร่งหาน้ำมันก่อนประเทศอื่นๆ คิดเรื่องพลังงานทดแทนรวมถึงส่งเสริม Solar และ EV อย่างจริงจัง เปิดทางออกใหม่ๆ เช่น พลังงานจากรัสเซีย ถึงเวลาที่ต้องบอกว่า Move Move Move เตรียมไว้ดีกว่าไม่เตรียมตลาดหุ้นไทยวันจันทร์ เปิดตลาดก็ร่วงรับข่าวร้ายทันที ดิ่งลงไปลึกสุด ลบ 79.14 จุด ดัชนี SET อยู่ที่ 1,331.23 จุด ก่อนขยับขึ้นมาปิดครึ่งวันแรกที่ 1,367.65 จุด ลบไป 42.72 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 58.132 ล้านบาท ปิดตลาด SET ลบไปแค่ 27.40 จุด ปิดที่ 1,382.97 จุด มูลค่าการซื้อขายกว่า 94,191 ล้านบาท ดีกว่าเพื่อนบ้านอย่าง นิกเกอิ –2,892 จุด ฮั่งเส็ง –348 จุดสงครามที่สหรัฐฯเข้าไปมีบทบาทไม่เคยจบเร็ว สงครามอิรัก ใช้เวลาถึง 8 ปี สงครามอัฟกานิสถาน ใช้เวลานานถึง 20 ปี ในที่สุดสหรัฐฯก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ต้องยกอัฟกานิสถานคืนให้กลุ่มตาลีบันและกลุ่มอัลกออิดะไปปกครองจนทุกวันนี้สงครามอิหร่าน ก็คงนานเป็นเดือนๆ เช่นเดียวกัน ไม่มีทางจบเร็วใน 4–5 สัปดาห์ อย่างที่ทรัมป์คุยโว เพราะอิหร่านมีศักยภาพเหนือกว่าอิรักและอัฟกานิสถานมาก มีคนและอาวุธพร้อมสู้ ต่างจากปาเลสไตน์ที่ถูกอิสราเอลเข่นฆ่าฝ่ายเดียว วันนี้สงครามในตะวันออกกลางได้บานปลายไปสู่การทำลายโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะแล้ว ทำลายท่าเรือขนส่งสินค้าและน้ำมัน ทำลายเรือขนส่งน้ำมัน ทำลายโรงกลั่นน้ำมัน ทำลายคลังน้ำมัน ไปจนถึงทำลายโรงแยกน้ำจืดจากน้ำทะเล ซึ่งจะส่งผลให้ตะวันออกกลางขาดแคลนน้ำจืดในอนาคตประธานาธิบดีทรัมป์ ได้โพสต์ถึงราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นว่า “เป็นราคาน้ำมันระยะสั้น เป็นราคาเล็กน้อยมากที่จะจ่ายเพื่อทำลายภัยคุกคามทางนิวเคลียร์ของอิหร่าน มีแต่คนโง่เท่านั้นที่คิดต่างจากนี้” ก็ไม่รู้ว่า ใครโง่กันแน่? ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ กับ ชาวอเมริกัน ที่เลือกคนแบบนี้มาเป็นผู้นำเมื่อวันอาทิตย์ สภาผู้เชี่ยวชาญอิหร่าน มีมติแต่งตั้ง มุจตาบา คาเมเนอี บุตรชาย อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี อดีตผู้นำอิหร่าน ขึ้นเป็นผู้นำอิหร่านคนใหม่ เป็นสายแข็งที่ไม่ยอมสหรัฐฯเช่นเดียวกับบิดา ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่า คงต้องดูกันต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น และบอกว่า การยุติสงครามจะต้องเป็นการตัดสินใจร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับนายกฯอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู เป็นการยอมรับครั้งแรกว่า สหรัฐฯทำสงครามกับอิหร่านเพื่อนายกฯยิว แบบนี้ชาวอเมริกันไม่แฮปปี้ด้วยแน่นอน.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม