จากการที่สหรัฐอเมริกา และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ขณะที่กองทัพอิหร่านยิงขีปนาวุธตอบโต้ทำลายฐานทัพสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่ในประเทศพันธมิตรแถบอ่าวอาหรับ จนไฟสงครามลามทั่วตะวันออกกลาง แหล่งผลิตน้ำมันที่สำคัญของโลก อีกทั้งอิหร่าน ยังปิดช่องแคบฮอร์มุซเส้นทางขนส่งน้ำมัน กระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานทั่วโลกสำหรับประเทศไทยที่มีการนำเข้าน้ำมันดิบจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประมาณ 50% ของปริมาณน้ำมันที่นำเข้าทั้งหมด จึงหนีไม่พ้นผลกระทบจากสงครามครั้งนี้ ขณะที่ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศรองรับได้เพียง 60 วัน ตามข้อมูลเบื้องต้นที่รัฐบาลแถลงออกมา ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เกิดความวิตกกังวลหวั่นหากสงครามยืดเยื้อราคาน้ำมันจะพุ่งกระฉูด และเกิดภาวะขาดแคลน บวกกับการที่รัฐบาลไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดมาตรการแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนอย่างเป็นรูปธรรมให้สังคมได้รับทราบอย่างชัดเจน จึงทำให้ประชาชนตื่นตระหนกแห่ไปเติมน้ำมันรถและซื้อน้ำมันกักตุนไว้จนน้ำมันหมดปั๊ม สร้างความอลหม่านกันไปหมดจนกระทั่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ จัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถาน การณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม เป็น ผอ.ศบก. ติดตามผลกระทบจากการสู้รบ เพื่อให้การแก้ปัญหาต่างๆเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะด้านน้ำมันการชี้แจงข้อมูลต่างๆจึงเริ่มเป็น ระบบและชัดเจนมากขึ้น ล่าสุด นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน และโฆษกกระทรวงฯ แถลงยืนยันว่ามีน้ำมันสำรองใช้ได้ 95 วัน จากเดิม 60 วัน เนื่องจากผู้ค้าน้ำมันในประเทศสามารถจัดหาน้ำมันเพิ่มเติมได้ โดยยืนยันการจัดส่งแล้ว และจะหาน้ำมันเพิ่มจากแหล่งอื่นอย่างต่อเนื่องขณะที่ปัญหาการขาดแคลน และ การกักตุนน้ำมันในบางพื้นที่ ซึ่งเกิดจากความตื่นตระหนกของประชาชน ได้มีการสั่งการให้กรมธุรกิจพลังงาน และสำนักงานพลังงานจังหวัดทั่วประเทศ ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน และป้องกันการกักตุน พร้อมสั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันเร่งจัดส่งน้ำมันเข้าสู่พื้นที่ที่ขาดแคลนโดยเร็วที่สุดเมื่อรัฐบาลชี้แจงข้อมูลให้รายละเอียด ชัดเจนว่า มีน้ำมันสำรองใช้ได้ 95 วัน และมีแผนบริหารจัดการไม่ให้น้ำมันขาดแคลน ช่วยให้ประชาชนคลายความกังวล เลิกกักตุนน้ำมัน กรณีนี้ถือเป็นบทเรียนของรัฐบาลว่าในห้วงวิกฤติการชี้แจงประชาชนเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ซึ่งต้องทำอย่างรวดเร็วและมีรายละเอียดที่ชัดเจนคลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม