พท.-ชทพ.จูบปากหวานชื่น เปิดตัวเติมเสียงตั้งรัฐบาล “ชลน่าน” ย้ำชัดไม่คิดหวนไปหา ก.ก.อีกแล้ว เมินเสียงแซะ “เพื่อไทยการละคร” “อ้วน” โอ่เสียงโหวตนายกฯม้วนเดียวจบ “ท็อป” พร้อมช่วย พท.หาเสียง “สมศักดิ์” รับคุย “ธนกร-อนุชา” คนคุ้นเคยร่วมรัฐบาล แนะถ้าจะมาให้มาทั้งพรรค “ไผ่” ประกาศขน 40 สส. พปชร. เฮโลหนุนนายกฯเพื่อไทย แบะท่าพร้อมร่วมรัฐบาลเต็มที่ “หนู” ไม่ติดใจ พท.ขอขมา ก.ก. บริหารประเทศต้องเชื่อใจกัน “ปิยบุตร” จี้ ก.ก.ประกาศเป็นฝ่ายค้าน เลิกเล่นบทผู้ถูกกระทำได้แล้ว รอไปกวาดยกกระดานในเกมใหม่ สว.จับตาการเดินแต้มของ พท.พรรคเพื่อไทย-พรรคชาติไทยพัฒนาจูบปากเปิดตัวเติมเสียงจัดตั้งรัฐบาล นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ย้ำไม่คิดหวนดึงพรรคก้าวไกลกลับมาร่วมหอลงโรงอีก ขณะที่นายไผ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ประกาศนำ 40 สส.ของพรรค โหวตหนุนให้แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย พท.-ชทพ.หวานชื่นร่วมรัฐบาลเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ส.ค. ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค พท. นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค ชทพ. แถลงการณ์ร่วมจัดตั้งรัฐบาลเป็นพรรคที่ 8 นพ.ชลน่านแถลงว่า พรรค พท.ได้รับเสียงสนับสนุนเพิ่มเติมจากพรรค ชทพ.ให้จัดตั้งรัฐบาล สถานการณ์ประเทศวันนี้มี 3 วิกฤติสำคัญคือ วิกฤติรัฐธรรมนูญ วิกฤติเศรษฐกิจ และวิกฤติความขัดแย้งในสังคม พท.และ ชทพ.จะจับมือคลี่คลายปัญหาประเทศ ดึงการมีส่วนร่วมของทุกคน ทุกพรรค ทุกฝ่าย ทั้ง สส. และ สว. เลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ การประวิงเวลาออกไปยิ่งทำให้เกิดความเสียหาย จะทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ การจะแก้วิกฤติได้ต้องสลายขั้วการเมือง นำรัฐธรรมนูญออกจากวิกฤติ เพื่อสร้างความสามัคคี ถือเป็นวาระประเทศที่สำคัญสูงสุด ขอให้ประชาชนมั่นใจ พท.และพรรคที่ให้การสนับสนุน จะช่วยกันฝ่าวิกฤติให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ย้ำชัดไม่คิดหวนไปจูบปาก ก.ก.นพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ สว.บางคนตั้งข้อสังเกตว่าที่พรรค พท.ไปขอคะแนนพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้ช่วยโหวตนายกฯ อาจดึงพรรคก้าวไกลมาร่วมรัฐบาลในภายหลังนั้น ที่ผ่านมา พท.และ ก.ก.พยายามจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันแต่ไม่สำเร็จ ถ้ายังเดินทางเดิมจะได้แค่ 324 เสียง เราจำยอมต้องหาเสียงเพิ่มจากพรรคอื่น ไม่เคยเกลียดพรรคก้าวไกล หากปล่อยประเทศเป็นเช่นนี้เท่ากับปฏิเสธความรับผิดชอบต่อประชาชน ยืนยันว่าไม่มีการเชิญพรรค ก.ก.มาร่วมรัฐบาลในภายหลัง พรรคเพื่อไทยพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดในการจัดตั้งรัฐบาล เราต้องใช้ต้นทุนสูงมากในการทำงานครั้งนี้ ที่ผ่านมาเรารณรงค์เรื่องแลนด์สไลด์แต่ทำไม่สำเร็จก็ต้องยอมรับ และใช้สถานการณ์เช่นนี้มาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนยังแทงกั๊กจับมือ ปชป.-สองลุงเมื่อถามว่าหากพรรคประชาธิปัตย์และพรรค 2 ลุงโหวตนายกฯให้ พท. จะดึง 3 พรรคนี้มาร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่ นพ.ชลน่านตอบว่า การตั้งรัฐบาลจะมีเสถียรภาพต้องมีเสียงข้างมาก ขณะนี้เรามีเสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่ง แต่จะเด็ดขาดถึงขั้น 280-300 เสียงหรือไม่ อยู่ในขั้นตอนปฏิบัติ เรามีข้อจำกัดในทางเลือกมาก แต่พยายามหาทางเลือกที่ดีที่สุดบนพื้นฐานความเป็นไปได้ แต่หากเป็นไปไม่ได้ ทางเลือกต่อมาเราก็ต้องเลือก เพราะเชื่อว่าหากทำทางเลือกนี้ได้ ไม่ใช่แค่เพื่อเรา เราทำเพื่อประเทศเมินเสียงแซะ “พท.การละคร”ผู้สื่อข่าวถามว่ามองอย่างไรที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นเพื่อไทยการละคร นพ.ชลน่านตอบว่า ทุกคำวิจารณ์เรารับฟัง ส่วนจะถูกใจหรือไม่ขึ้นอยู่กับวิธีคิดและฐานจิตแต่ละคน อะไรที่เป็นประโยชน์จะมาปรับใช้ อะไรไม่เป็นประโยชน์ก็รับฟังแล้วผ่านไป ส่วนที่ สส.ก้าวไกลใช้เฟซบุ๊กสอบถามประชาชนจะโหวตนายกฯให้พรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น เป็นเรื่องดีที่ใช้เสียงประชาชนประกอบการพิจารณา แต่การรับฟังความเห็นต้องคำนึงพอสมควร ประชาชนมีเยอะ แต่ละพรรคมีคนสนับสนุนของตนเอง เรารับฟังหากพรรคก้าวไกลมีข้อเสนออย่างไร โดยเฉพาะจากฐานประชาชน หากตอบว่าไม่สามารถสนับสนุนเราได้ เราก็ใช้ทางเลือกแนวทางอื่นต่อไป ไม่ได้ยึดติด ไม่ได้อ้างก้าวไกล อย่าไปพูดทำนองว่าพรรคเพื่อไทยไปเล่นละคร เราทำบนพื้นฐานข้อเสนอแนะทุกช่องทางโอ่โหวตนายกฯม้วนเดียวจบนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การไปพบพรรคก้าวไกลไม่ใช่สิ่งผิดปกติ เราไปทุกพรรค ทุกคน ทั้ง สส. สว. เพราะต้องการสลายขั้วขัดแย้ง ยืนยันไม่ได้เชิญพรรคก้าวไกลมาร่วมรัฐบาล เพราะมีความชัดเจนตั้งแต่แยกกันในเอ็มโอยูว่าพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน แต่เราไปฟังความเห็นให้การตั้งรัฐบาลครั้งนี้เป็นมิติการเมืองใหม่ เมื่อถามว่าหากรวบรวมเสียงแล้วยังได้ไม่พอ จะเชิญพรรคประชา ธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า เราไม่ได้ไปเชิญใครมาร่วมรัฐบาลอย่างชัดเจน ทุกพรรคเราไปพบมาหมดแล้ว แต่ต้องให้เป็นไปตามกระบวนการและกรอบเวลา ก่อนจะสรุป พรรคใดไม่พร้อมก็ไม่ไปคาดคั้น ให้พิสูจน์ในวันโหวตเลือกนายกฯ เชื่อว่าจะได้เสียงเพียงพอแน่นอน การเลือกจะม้วนเดียวจบ ส่วนเสียงวิจารณ์ “เพื่อไทยการละคร” นั้น เราปฏิเสธความคิดคนเห็นต่างไม่ได้ แต่ยืนยันสิ่งที่ทำไปตั้งใจสลายความขัดแย้งจริงๆ หากประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เราก็พร้อมรับผิดชอบสิ่งที่ทำ “ท็อป” พร้อมช่วย พท.หาเสียงด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชทพ. กล่าวว่า ขอบคุณพรรคเพื่อไทยที่ให้เกียรติส่งเทียบเชิญร่วมรัฐบาล พท.และ ชทพ.มีแนวคิด นโยบาย และทัศนคติหลายเรื่องไปในทิศทางเดียวกัน ทำงานด้วยกันได้ จึงตอบรับการเชิญ และเชื่อมั่นในศักยภาพพรรคเพื่อไทยจะสร้างความมั่นคงทำนโยบายให้ก้าวไปข้างหน้า ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยไปคุยกับพรรคก้าวไกล หาเสียงโหวตนายกฯนั้น เป็นสิทธิของ พท. แม้แต่พรรค ชทพ.ที่ตอบรับมาร่วมรัฐบาล ก็ต้องช่วยหาคะแนนให้จัดตั้งรัฐบาลได้เร็วที่สุด เชื่อว่าไม่มีปัญหาใดๆ“สมศักดิ์” ปัดดึงงูเห่าสามมิตรนายสมศักดิ์ เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวปฏิเสธกระแสข่าวชวน สส.ในกลุ่มสามมิตรที่อยู่ในพรรครวมไทยสร้างชาติมาอยู่กับพรรคเพื่อไทยว่า ไม่มี หากชวนเป็นรัฐบาลก็มีบ้าง แต่การชวนไปเป็นงูเห่าไม่มี เมื่อถามว่า ชวนเป็นรายคนไม่ได้ชวนมาทั้งพรรคใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์ตอบว่า เป็นการสื่อสารกันด้วยความคุ้นเคย เพราะรู้ว่า สส.ส่วนใหญ่อยากเป็นรัฐบาล แต่ในนามพรรคยังไม่ได้ติดต่อกัน เสียงรัฐบาลก็อยากได้เสถียรภาพ ส่วนถ้าไม่มีพรรค 2 ลุง รัฐบาลจะไม่มีเสถียรภาพหรือไม่นั้น เสียงกึ่งหนึ่ง 250 เสียง หากเสียงเกินไปเล็กน้อยเสถียรภาพรัฐบาลจะยุ่งยากมาก เวลามีญัตติสำคัญอาจยุ่งเวลาโหวต รัฐบาลต้องมีเสถียรภาพมีเสียง 300 ขึ้นไป คนเป็นนายกฯจะได้ไม่ต้องพะวงเรื่ององค์ประชุมมากนักรับคุย “ธนกร–อนุชา” คนคุ้นเคยนายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนการไปเจอกับนายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นั้น คุยกันบ่อย ว่างก็เล่นฟุตบอลด้วยกัน รวมถึงนายอนุชา นาคาศัย สส.ชัยนาท พรรค รทสช. แต่ไม่ได้แนะนำให้เป็นงูเห่า แนะนำหากมาร่วมรัฐบาลให้มาทั้งพรรค จึงจะสมศักดิ์ศรี สส.และพรรคการเมือง ไม่มีสิทธิไปชวนใคร เป็นการพูดคุยแบบพี่น้องที่เคยรักใคร่ชอบพอ ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะยกมือโหวตให้พรรคเพื่อไทยแล้วมาร่วมรัฐบาลภายหลัง วันโหวตยังไม่แน่นอน ต้องรอดูวันที่ 16 ส.ค.ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยอย่างไรพปชร.เฮโลหนุนนายกฯเพื่อไทยต่อมาเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืน พปชร.ในการโหวตนายกฯว่า ยังไม่มีการทาบทามอะไร แต่ในกลุ่มเราคุยกันแล้วเห็นว่าประเทศจำเป็นต้องมีรัฐบาลเร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไข จึงจะสนับสนุนพรรคเพื่อไทย โดยที่พรรคพปชร.จะไม่ขาดแม้แต่คนเดียว หากมาก็มาทั้งหมด เมื่อถามว่า ได้ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร.แล้วหรือยัง นายไผ่ตอบว่า จากการพูดคุยกันคร่าวๆเกี่ยวกับนโยบายที่อยากผลักดันร่วมกัน อาทิ ที่ดิน สปก. ภัยแล้ง การเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และบัตรประชารัฐได้รับการสนับสนุน ที่สำคัญพวกเราเคยทำงานกับพรรคเพื่อไทยมาก่อน เชื่อว่าจะทำให้ผ่าวิกฤติการเมืองและเศรษฐกิจได้ ก่อนหน้านี้เคยได้รับการประสานจากพรรคก้าวไกลให้ช่วยโหวตนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ คิดว่าไม่แปลกที่วันนี้เราจะให้บ้านเมืองก้าวข้ามปัญหาไปได้ เมื่อถามย้ำว่า พล.อ.ประวิตรจะโหวตให้ด้วยหรือไม่ นายไผ่ตอบว่า เรามาทุกคน เมื่อถามว่าแสดงว่า พล.อ.ประวิตรยินยอมแล้วหรือไม่ นายไผ่ตอบว่า ขอให้คุยนโยบายกันดีกว่า เราไม่มีข้อแม้ ไม่มีข้อเสนออะไรทั้งนั้น ย้ำว่าพวกเราไปกันทั้งหมด“ไผ่” ประกาศไปกันหมดทั้งพรรคผู้สื่อข่าวถามว่าจะโหวตให้ทั้ง 40 คนเลยใช่หรือไม่ นายไผ่ตอบว่า พวกเราไปกันทั้งหมด เมื่อถามย้ำว่าถือเป็นมติพรรคแล้วใช่หรือไม่ นายไผ่ตอบว่า วันนี้เป็นจุดยืน ถ้าเป็นมติต้องแถลงเป็นทางการ แต่วันนี้เราคุยกันแล้วจะสนับสนุนให้จัดตั้งรัฐบาลให้ได้ เผลอๆจะไปหาเสียงให้ด้วย ส่วนพรรค พปชร.จะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้ คิดว่าเป็นเรื่องเล็ก ขอทำให้ผ่านจุดนี้ไปก่อนค่อยว่ากัน ยืนยันยังไม่มีการคุยเรื่องรัฐบาล คุยแต่นโยบายจุดยืนของเรามีลุงไม่มีแล้ง เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรยังอยู่ใช่หรือไม่ นายไผ่ตอบว่า “ลุงอยู่สิครับ”แบะท่าพร้อมร่วมรัฐบาลเต็มที่เมื่อถามว่าพรรค พปชร.จะได้อะไร นายไผ่ตอบว่า พรรค พปชร.มีนโยบายหลายอย่างที่จะทำ และไปพูดกับชาวบ้านแล้ว กำแพงเพชรเราได้ สส.ยกจังหวัด ชาวบ้านคาดหวัง เราต้องทำตามที่พูด ประเทศจะได้ประโยชน์มากที่สุด เมื่อถามว่าหากพรรค พปชร.โหวตให้แต่ต้องเป็นฝ่ายค้านก็รับได้ใช่หรือไม่ นายไผ่ตอบว่า อย่างไรก็ได้ ไม่มีข้อแม้อะไรทั้งสิ้น เมื่อถามว่า กลัวหรือไม่ว่าสุดท้ายจะโดนพรรคเพื่อไทยหลอก นายไผ่ตอบว่า เราไม่ได้โดนหลอก ไม่คาดหวังก็จะไม่ผิดหวัง ส่วนถ้าพรรคเพื่อไทยจะทาบทามร่วมรัฐบาลเราพร้อมเต็มที่ เพราะเราเป็นรัฐบาลมาแล้ว หากช่วยประเทศตรงไหนได้เราพร้อม“อิ๊ง” แจ้ง ก.ก.ดึง “ป้อม” เสริมทัพผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่าตามที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ขนแกนนำพรรคเพื่อไทย หารือกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแกนนำพรรค ก.ก. ไม่ใช่การขอเสียงสนับสนุนโหวตแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย แต่เป็นการพบเพื่อพูดคุยสถานการณ์การเมือง พร้อมกับแจ้งให้พรรคก้าวไกลทราบถึงความจำเป็นที่ต้องเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ โดยอาศัยเสียงพรรคพปชร. ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค พรรคเพื่อไทยต้องมาแจ้งเรื่องดังกล่าวให้พรรคก้าวไกลทราบด้วยตัวเอง จากสัญญาณดังกล่าวทำให้นายไผ่ ลิกค์ ออกมาแถลงจุดยืนว่า 40 สส.พรรคพปชร. จะโหวตสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ขณะที่ สว.หลายคน อาทิ นายวันชัย สอนศิริ ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กว่า “การโหวตนายกฯครั้งหน้าฉลุยแน่นอน” “หนู” ไม่ติดใจ พท.ขอขมา ก.ก.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. ขนแกนนำพรรคไปขอขมาพรรค ก.ก.แลกคะแนนโหวตนายกฯว่า ไม่ทราบว่าพูดอะไรกันบ้าง เราไม่สามารถไปก้าวล่วงได้ เราบรรลุข้อตกลงกับพรรค พท.ไปแล้ว มีกรอบเงื่อนไข ถ้ายังอยู่ในกรอบนั้นก็ไม่สามารถให้ความเห็นอะไรได้ เมื่อถามว่าแต่ข่าวที่ออกมาคือการไปขอก้าวไกลให้โหวตนายกฯ นายอนุทินย้อนถามว่า ผู้สื่อข่าวได้ยินเขาพูดกันหรือเปล่า ตนไม่ได้ยิน ไม่เห็นมีข่าวการสนทนาว่าเป็นอย่างไร เมื่อถามว่าในฐานะที่จะไปร่วมสังฆกรรมกับ พท. ไม่รู้สึกเอ๊ะหรือสงสัยกับการที่ พท.ไปขอขมา ก.ก.หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เอ๊ะ อุ้ย เราผ่านประสบการณ์ชีวิตมาเยอะแล้ว รู้ว่าถ้าเป็นอย่างนี้ไม่ต้องเอ๊ะ เราอืมไว้ก่อน ถ้า พท.เห็นว่าช่วงจังหวะเวลาไหนจะให้ ภท.ช่วยประสานงาน หรือช่วยเจรจาพบปะติดต่อใคร เขาคงแจ้งมา แต่ขณะนี้ยังไม่มี เมื่อถามว่า พท.ได้แจ้งหรือไม่ว่าจะมีพรรคอื่นมาเติมและปิดสวิตช์ สว.อีกหรือไม่ เช่น พรรค ปชป. นายอนุทินตอบว่า เราไม่ได้ถาม พรรคแกนนำต้องไปบริหารจัดการและต้องไม่เพิ่มเงื่อนไขอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคเราบริหารประเทศต้องเชื่อใจกันเมื่อถามว่าหลายคนมองว่าถ้าไม่มีพรรคลุงมาร่วม การจัดตั้งรัฐบาลจะไม่สำเร็จ นายอนุทินตอบว่า พท.ต้องไปทำความตกลงกับแต่ละพรรคที่คิดว่าน่าจะมาร่วมทำงานรัฐบาลได้ เมื่อถามว่าคำว่ารัฐบาลพิเศษที่ พท.พูดหมายความว่าอย่างไร นายอนุทินตอบว่า ไม่ทราบ ในส่วนที่เจรจาพูดคุยไม่มีคำนี้ เราจับมือกันแล้ว สมมติ พท.โทร.มาบอกว่ามันต้องเปลี่ยนแล้ว เราก็ต้องคุยกันใหม่ว่ารับได้แค่ไหน แต่ตอนนี้ยังไม่มี เมื่อย้ำถามว่า ภท.มั่นใจและเชื่อใจพท.แค่ไหนที่ไปพูดคุยกับ ก.ก. นายอนุทินหัวเราะพร้อมกล่าวว่า นี่มันบริหารประเทศ มันต้องเชื่อใจ ถ้ามันไม่เป็นไปตามนั้นเราก็ต้องยอมรับทุกอย่าง ถ้าไม่เชื่อใจกันแล้วมาจับมือกันและไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้มันไม่ได้ อันนี้ไม่ใช่กู้ยืมเงินกัน เป็นเรื่องบริหารประเทศ ที่ต้องคำนึงถึงประชาชน ประเทศ เศรษฐกิจ สังคม ความสงบ ความสามัคคีท่อง “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ”เมื่อถามว่าจะไปขอเสียง สว.หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ถ้าทำได้ก็ทำ เมื่อถามย้ำว่าแนวคิดการสลายขั้วและรัฐบาลพิเศษ เป็นการตัดปัญหาเรื่องพรรคลุงไม่ลุงใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ขออยู่ในกรอบในการร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ผู้ที่จะดำเนินการยังคงเป็น พท.จนกว่าจะบอกว่าให้ ภท.มาช่วยตรงนั้นตรงนี้ หากแจ้งมาเราต้องช่วยเหลือสนับสนุนเขา เมื่อถามว่าสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลตอนนี้เปรียบได้กับมอตโตอะไร นายอนุทินตอบว่า “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้” เมื่อถามว่าหนูจะช่วยราชสีห์อีกรอบไหม นายอนุทินหัวเราะพร้อมกล่าวว่า ช่วยกันเรื่องชาติบ้านเมือง ส่วนการพบเจอกับนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ในงานวันชาติสิงคโปร์ เป็นเพื่อนเป็นพี่เป็นน้องกันมานานแล้ว การเมืองเป็นเรื่องของการเมือง ตรงไหนไม่เข้าใจก็คุยและอธิบายกัน เรื่องที่เคยกระทบกระทั่งกัน ไม่ได้เกิดขึ้นจากความเกลียดชังหรือความขัดแย้งส่วนตัว แต่เป็นเรื่องของบ้านเมือง เรื่องงานเคลียร์ได้ เมื่อถามว่ามิ้นต์ช็อกยังอร่อยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวติดตลกว่า “เดี๋ยวจะเชิญเขามากินหล่อฮั่งก้วยบ้าง”ก.ก.ยกแฟนคลับไม่ให้ช่วย พท.ขณะที่นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงการสำรวจเสียงประชาชนในพื้นที่ว่าเห็นด้วยที่จะให้โหวตเห็นชอบนายกฯ พรรค พท.หรือไม่ว่า ประชาชนในพื้นที่ไม่ต้องการให้พรรค ก.ก.โหวตให้พรรค พท. เห็นได้จาก สส.หลายคนโพสต์ลงโซเชียลขอความเห็นประชาชน มีราว 95 เปอร์เซ็นต์ ไม่อยากให้โหวต ให้พรรค พท. ถือเป็นเสียงสะท้อนจากประชาชนที่ต้องรับฟัง ส่วนตัวทราบว่ามีประชาชนบางส่วนที่ส่งข้อความมาหา สส.พรรค แสดงถึงความเครียดต่อสถานการณ์การเมืองขณะนี้ เลือกตั้งมา 3 เดือนแล้วยังไม่มีรัฐบาล ต้องยืนยันฟังเสียงประชาชนไว้ก่อน เพราะเรามาจากประชาชน 14 ล้านเสียง แต่พรรคยังไม่ได้ประชุมในเรื่องนี้ เท่าที่พูดคุยกับเพื่อนสส.หลายพื้นที่ประชาชนมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน แม้ว่าตอนนี้ยังไม่ได้รัฐบาล แต่ประชาชนส่วนใหญ่บอกว่ารอได้ แต่บางส่วนบอกให้พรรค ก.ก. ยอมถอยในบางเรื่อง แต่ถือเป็นส่วนน้อย “ปิยบุตร” จี้ประกาศเป็นฝ่ายค้านวันเดียวกัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า สถานการณ์ชัดเจนขนาดนี้ทำไมพรรค ก.ก.ยังไม่ประกาศจุดยืนเป็นฝ่ายค้านอย่างทระนงองอาจ เสียงซุบซิบ ข้อความการเจรจาในที่ลับ สัญญาณและการแสดงออกของทุกพรรค ทั้ง พท. ภท. พปชร. รทสช. ปชป. ชทพ. และ สว.หลายคน เป็นประจักษ์พยานชัดแจ้งอยู่แล้วว่าไม่มีก้าวไกล เมื่อเป็นเช่นนี้ทำไมจึงไม่แถลงแสดงจุดยืนเสียทีว่าพรรค ก.ก.ต้องเป็นฝ่ายค้าน และจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างดีที่สุด ไม่ต้องรับคำร้องขอ ไม่ต้องรับคำเจรจา ไม่ต้องหวังว่าจะมีแสงริบหรี่รำไรให้ได้กลับมาร่วมรัฐบาลอีก ไม่ต้องเล่นเกมชักเย่อชิงไหวชิงพริบกับพรรคอื่น ปล่อยให้พวกเขาแย่งเศษเนื้อ/ชามข้าวกันต่อไป ขีดเส้นแบ่งชัดเจนระหว่างเก่า-ใหม่ และอดีต-อนาคต หนทางนี้พรรค ก.ก.อาจไม่เหลือใคร แต่อย่างน้อยที่สุด ยังมีประชาชนผู้ดุจดังผนังทองแดงกำแพงเหล็ก พอได้แล้วกับความคลุมเครือรอไปกวาดยกกระดานเกมใหม่“พอได้แล้วกับการปล่อยให้ สส.แสดงออกกันเอง โดยไม่มีมติพรรคหรือแถลงการณ์พรรค การเล่นบทเหยื่อผู้ถูกรุมกระทำ กระตุ้นให้ประชาชนเห็นใจและเข้าใจในบางช่วงตอน แต่เมื่อเวลาผ่านไปคนจะเริ่มเบื่อรำคาญ และรู้สึกว่าอ่อนแอ ไม่ชัด ไม่สู้ ไม่กล้าหาญ กล้าที่จะยอมรับว่าสู้จนสุดทางแล้ว แต่พ่ายแพ้ในเกมนี้ กล้าที่จะยืนกับประชาชน และต่อสู้ต่อไปตามแนวทางของตน การเมืองแบบมวลชนเริ่มต้นแล้ว และจะเด่นชัดมากขึ้น ปล่อยพวกอดีตสู้ในเกมแบบเขาไป แล้ววันหนึ่งพวกเขาจะถูกกวาดหมดจนตกกระดาน เราคือพวกอนาคตต้องเคียงข้างหรือนำมวลชนไปในเกมใหม่ เป็นผู้นำของพลังแบบใหม่ วันนี้ยังแพ้แต่วันหน้าจะชนะ” นายปิยบุตรระบุ “พิธา” โผล่สภาฯซัดไอศกรีมที่รัฐสภา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล ปรากฏตัวที่รัฐสภาเป็นครั้งแรกนับแต่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. เมื่อวันที่ 19 ก.ค. นายพิธากล่าวว่า มาโรงอาหารรัฐสภาเพราะอยากกินไอศกรีมร้านโปรด น้ำมะพร้าวปั่น จากนั้นนายพิธาถ่ายรูปร่วมกับประชาชน แม่บ้านสภาฯ พ่อค้า แม่ค้า มีแม่ค้ามอบน้ำส้มให้รวมถึงฝากขนมให้น้องพิพิม บุตรสาวนายพิธาด้วย นายพิธาให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มากินข้าวตามปกติ ให้ สส.ของพรรคอุ่นใจว่าหัวหน้าไม่ได้ทิ้ง เป็นกำลังใจในการทำงาน ส่วนปัญหาสุขภาพตอนนี้แข็งแรงดี ช่วงนี้ฝนตกไข้หวัดมีหลายสายพันธุ์ ขอให้ประชาชนและพี่น้องสื่อมวลชนช่วยกันระวังเชื่อโอกาสเสนอชื่อยังคงมีอยู่นายพิธากล่าวถึงกรณีหากคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้สามารถเสนอชื่อนายพิธาในรอบที่สองได้ว่า ต้องรอดูคำสั่งศาลก่อน แต่ในข้อเท็จจริงตามข้อบังคับที่ 41 หากมีอะไรเปลี่ยนแปลง เช่น หากมีการเสนอชื่อประกบคู่แข่งขันกันระหว่างตนกับคนอื่นก็ไม่จำเป็นต้องรอคำสั่งศาล เชื่อว่าโอกาสที่จะเสนอชื่อตนยังมีอยู่ แต่ตอนนี้ต้องให้เกียรติพรรค พท.ที่เราส่งไม้ต่อไปแล้ว แต่เป็นคนละเรื่องที่จะโหวตหรือไม่โหวตให้แคนดิเดตนายกฯพรรคพท. ส่วนกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯระบุว่าพรรค ก.ก.ต้องเลือกระหว่างตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน และตำแหน่งรองประธานสภาฯนั้น พรรคมีทางออกที่เหมาะสมแล้ว อย่างไรก็ตาม เราอาจไม่ได้เป็นฝ่ายค้านก็ได้ใครจะรู้ เมื่อถามว่าหากสุดท้ายแล้วพรรค ก.ก.ต้องเป็นฝ่ายค้านการตรวจสอบจะเข้มข้นอย่างไร นายพิธาตอบว่า แน่นอนหน้าที่ใครหน้าที่มัน แต่อยากบอกว่าถ้าเป็นฝ่ายบริหารจะทำงานได้เข้มข้นกว่า อยากทำงานให้เห็นว่าประเทศไทยไปไกลได้มากกว่านี้ หากประทับใจความเข้มข้นของฝ่ายค้าน ถ้าเป็นรัฐบาลเข้มข้นกว่าแน่นอน สั่ง สส.ส้มลงพื้นที่ฟังประชาชนเมื่อถามถึงกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ยกแกนนำพรรค พท.มาพูดคุยขอเสียงสนับสนุนนายพิธาตอบว่า ก็รับฟังกันยังไม่มีอะไรคืบหน้ามากไปกว่านั้น เมื่อถามอีกว่าพรรค พท.อยากให้ตั้งรัฐบาลแบบสลายขั้วปิดสวิตช์ สว. นายพิธาตอบว่า ยังรับฟังและตั้งใจฟัง หากฟังแล้วมีคำถามต่อจะถาม น.ส.แพทองธารกลับไปว่าหมายความว่าอย่างไร ต้องดูว่าสถานการณ์จะทำอะไรให้มันคลี่คลายไปได้บ้าง มีปัจจัยที่ต้องคิดรอบคอบหลายเรื่อง โดยยึดหลักการเป็นสำคัญและยึดในสิ่งที่เราเคยสัญญาไว้ตอนหาเสียง เมื่อถามถึงเสียงของประชาชนในโซเชียลที่สนับสนุนพรรค ก.ก.ไม่ต้องการให้โหวตให้พรรค พท. นายพิธาตอบว่า ไม่ใช่แค่ในโซเชียล แต่ย้ำให้ สส.ลงพื้นที่ด้วย คนที่มีอำนาจจริงคือราษฎร สส.ต้องลงพื้นที่ถามประชาชนว่าคิดอย่างไร เป็นส่วนหนึ่งที่มีน้ำหนักประกอบการตัดสินใจ“อดิศร” ปวดใจทำไมต้องขอขมานายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในทางการเมืองพรรคเพื่อไทยไม่มีอะไรที่ทำผิดและพรรคก้าวไกลไม่ใช่พรรคที่ทำถูกตลอด จึงไม่มีเหตุให้ต้องขอขมาการจัดรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญปัจจุบันยากมาก ถ้าทุกฝ่ายเปิดใจให้กว้างควรร่วมมือกัน ไม่เห็นด้วยกับการขอขมาเพราะหนักไปสำหรับพรรคเพื่อไทย แต่ไม่ก้าวก่ายพรรคอื่น ได้ยินแล้วสะเทือนใจเหมือนเราทำผิดอะไรมา การขอขมาต้องมีการทำผิด การจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ถ้ามองว่าเป็นความผิดใคร น่าจะเป็นของก้าวไกลต่างหากที่ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เมื่อถามว่าถ้าพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคลุง นายอดิศรตอบว่า คำว่าสลายขั้วคือให้ทุกฝ่ายมาร่วมมือกันแก้ปัญหาชาติ ถือเป็นการเมืองหน้าใหม่ พรรคต่างๆเห็นด้วยหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยก็ไม่ต้องพึ่ง สว. ถือเป็นอีกวิธีที่จะแก้ปัญหาการเมืองในปัจจุบัน “อนุสรณ์” แซะ “ลุงตู่” วางมือไม่จริงนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในขณะที่พรรคเพื่อไทยกำลังเดินหน้ารวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ อย่าอาศัยสถานการณ์ในช่วงภาวะสุญญากาศหาประโยชน์ให้ตัวเองและพวกพ้อง พล.อ.ประยุทธ์ที่ประกาศวางมือการเมืองไปแล้ว อย่าให้ใครตำหนิได้ว่าปากบอกวางมือ แต่ใจคิดวางคนโดยมารยาท ความชอบธรรมและข้อกฎหมาย ไม่มีความจำเป็นที่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเตรียมการแต่งตั้งปลัดกระทรวง รวมถึงผู้นำเหล่าทัพ ควรปล่อยให้รัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารจัดการเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย ให้สอดรับกับการผลักดันนโยบายของรัฐบาลใหม่ นำพาประเทศชาติและประชาชนออกจากวิกฤติ พล.อ.ประยุทธ์พูดอะไรไว้ช่วยทำให้จริงสักเรื่อง บอกว่าวางมือก็ต้องวางมือจริงๆ ประเทศชาติและประชาชนเสียโอกาสไปมากแล้ว พล.อ.ประยุทธ์และคณะสืบทอดอำนาจไม่ควรฉวยโอกาสซ้ำเติมวิกฤติประเทศพท.จี้ กสม.จัดการม็อบล้ำเส้นที่รัฐสภาเมื่อเวลา 09.30 น. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณารับทราบรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2565 และรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ประจำปีงบประมาณ 2565 นายธีระชัย แสนแก้ว สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ฝากถึง กสม. ให้พิจารณาการจัดกิจกรรมประท้วงของกลุ่มทะลุอะไรไม่ทราบ มาชุมนุมที่หน้าพรรคเพื่อไทย อ้างว่ามาประท้วงพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย แต่มีพฤติกรรมคุกคามล้ำเส้นเสรีภาพ มีการราดน้ำมันจนเกือบเผาพรรคเพื่อไทย การกระทำที่เกิดขึ้นมองว่าคล้ายคนเสพยาแล้วเกิดอาการหลอน สิ่งที่เกิดขึ้นไม่อยู่บนหลักการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ มีการใช้ความรุนแรง ละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้อื่น ม็อบมีสิทธิอะไรปิดทางเข้าออก บังคับผู้คน มองว่าคือกากเดนของเผด็จการ เป็นเผด็จการไม่ใช่นักประชาธิปไตย ขอให้ กสม.ลุกมาปกป้องสิทธิเสรีภาพประชาชนด้วยสว.จับตาการเดินแต้มของ พท.นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. กล่าวถึงกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นำแกนนำพรรคเพื่อไทยไปหารือกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เพื่อขอคะแนนโหวตแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยว่า เป็นการแสดงออกที่พรรคเพื่อไทยพยายามหาแนวร่วมให้ได้มากที่สุด ต้องดูว่าจะรวมเสียงได้แค่ไหน การที่แต่ละพรรคจะตั้งนายกฯ ได้ ต้องได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย สว.คงต้องคอยดูการรวมเสียงแต่ละพรรค ถ้าสามารถรวมเสียงพรรคก้าวไกลได้ ก็ไม่ต้องมาอาศัยเสียง สว. ตนไม่ขัดข้อง เป็นเรื่องที่แต่ละพรรคไปตกลงกันได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละพรรคจะไปให้เหตุผลประชาชนอย่างไร แต่เชื่อว่าการแสดงออกทุกอย่างต้องมีเป้าหมาย ไม่ใช่อยู่ดีๆจะเดินไปขอโทษในสิ่งที่ผ่านมา แค่โทรศัพท์ก็คุยได้ แต่การเดินทางไปพูดคุยดูแล้วมีเป้าหมายที่มากกว่านั้น อาจเป็นการสร้างความมั่นใจว่าไม่จำเป็นต้องใช้เสียง สว. เพราะมีเสียงพรรคก้าวไกลช่วย“อิทธิพร” ไม่รู้ “พิธา” ถือหุ้น ITVที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง สั่งให้ กกต.ชี้แจงคดีที่ถูกฟ้องทุจริตตรวจสอบคดีหุ้นไอทีวีของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก.ว่า หนังสือศาลยังมาไม่ถึง ศาลให้ชี้แจงภายใน 30 วัน ตอนนี้อยู่ระหว่างกระบวนการของสำนักงาน กกต.จะตอบใน 8 ประเด็นที่ถามมา ยืนยันไม่มีอะไรหนักใจ เมื่อถามว่าหนึ่งคำถามที่ศาลให้ชี้แจง กกต.ทราบหรือได้ให้นายพิธาชี้แจงการถือหุ้นไอทีวีในการเลือกตั้งปี 62 จนถึงปี 66 แล้วหรือไม่ นายอิทธิพรตอบว่า ยังไม่ได้รับแจ้งอะไรคงตอบรายละเอียดไม่ได้ เมื่อถามอีกว่าเลือกตั้งปี 66 กกต.ตรวจสอบหุ้นไอทีวีของนายพิธาหรือไม่ นายอิทธิพรตอบว่า การตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร สส.ทั่วประเทศ กกต.มีหนังสือสอบถามไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านต่างๆ ถ้าพบมีลักษณะต้องห้ามจะไม่ประกาศชื่อ ในส่วนของนายพิธาไม่มีรายงานจากหน่วยงานรับผิดชอบว่ามีการถือหุ้นจ่อฟันอาญา-ค่า ลต. “นครชัย”นายอิทธิพรยังกล่าวถึงความคืบหน้าจัดเลือกตั้งซ่อม สส.ระยอง เขต 3 แทนนายนครชัย ขุนณรงค์ อดีต สส.ระยอง พรรค ก.ก.ว่า กกต.นัดประชุมวันที่ 11 ส.ค. ยืนยันวันเลือกตั้งและวันรับสมัคร โดยสำนักงาน กกต. เสนอให้ประกาศวันเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 10 ก.ย. รับสมัครวันที่ 15-19 ส.ค. เมื่อถามว่า กกต.ตั้งกรรมการเอาผิดกับนายนครชัยหรือไม่ นายอิทธิพรตอบว่า ที่ประชุม กกต.ให้สำนักงาน กกต.ไปพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แล้ว รวมถึงชดใช้ค่าจัดการเลือกตั้งด้วย ส่วนความคืบหน้าตรวจสอบเรื่องร้องเรียนการทุจริตเลือกตั้ง นับจากวันที่ปิดรับคำร้องเรียน มีทั้งหมด 350 เรื่อง ถือว่าน้อยกว่าปี 62 ที่มี 592 เรื่อง ขณะนี้พิจารณาไปแล้วกว่า 50% ส่วนใหญ่เป็นมาตรา 73 (1) คือเรื่องซื้อเสียง ใส่ร้าย หาเสียงหลอกลวง และเรื่องอื่นๆ เช่น ป้ายหาเสียง ไม่ต่างจากปี 62ก.ก.ทำไพรมารีเลือกตั้งซ่อมนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ก.ก. กล่าวว่า ยังอยู่ในขั้นตอนการสรรหาและตรวจคุณสมบัติว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ระยองเขต 3 จะจัดทำไพรมารีจากสมาชิกพรรคในพื้นที่ได้ในวันที่ 11 ส.ค. จากนั้นจะได้ว่าที่ผู้สมัครในนามพรรคอย่างเป็นทางการ พรรคเตรียมจัดเปิดตัวในวันที่ 13 ส.ค. ตนและนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก. จะไปร่วมกิจกรรมและไปเป็นขวัญกำลังใจในวันสมัครที่คาดว่าเป็นวันที่ 17 ส.ค. เพื่อยืนยันความจริงจังต่อชาวระยองที่ไว้วางใจเลือกพรรค ก.ก.ชนะยกจังหวัดทั้ง 5 เขตมาแล้วป.ป.ช.ปัดเร่งคดีเขากระโดงที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวถึงกรณีตรวจสอบนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ละเว้นปฏิบัติหน้าที่มีพฤติกรรมผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงที่ไม่เร่งรัดให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ฟ้องร้องผู้บุกรุกที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ว่า ขอย้ำว่าเป็นเรื่องตรวจสอบที่ค้างอยู่ และมีการร้องใหม่เพิ่มเข้ามาจึงส่งไปรวมกับเรื่องเดิม ป.ป.ช.ไม่ได้หยิบขึ้นมาเอง ป.ป.ช.ได้คุยกับกรมที่ดิน และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชี้แจงว่าจะใช้สิทธิศาลปกครองเพื่อให้กรมที่ดินไปเพิกถอนเอกสารที่ดินของผู้บุกรุก โดย ป.ป.ช.ต้องมาดูว่าเจตนาประวิงเวลาหรือไม่ แต่ยังไม่ได้ระบุว่าใครถูกหรือผิดอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังไม่ได้สั่งไต่สวนด้วยซ้ำ“ทักษิณ” มีอีก 2 คดีค้าง ป.ป.ช.นายนิวัติไชยยังกล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนคดีกล่าวหานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ยังอยู่ในชั้นไต่สวนของ ป.ป.ช.ว่า ขณะนี้เหลือ 2 คดี หมดอายุความปี 2569 ได้แก่ 1.คดีกล่าวหานายทักษิณเมื่อครั้งเป็นรอง ผอ.ศูนย์ปราบปรามแร่เถื่อนกับพวก กรณีลงพื้นที่ตรวจสอบลักลอบการทำเหมืองแร่ดีบุก จ.พังงา คดีอยู่ระหว่างสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นยังไม่ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน 2.คดีกล่าวหานายทักษิณกับพวกอนุมัติให้บริษัทท่าอากาศ ยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.สนับสนุนบริษัท แอร์เอเชีย จำกัด (มหาชน) เมื่อครั้งกลุ่มชินคอร์ปถือหุ้น 51% ทำธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ ขณะนั้นมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยนายทักษิณ เป็นบอร์ด ทอท.ด้วย โดยตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนแล้วอยู่ระหว่างสรุปข้อเท็จจริง ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา “บิ๊กตู่” ถกเลขาธิการโอไอซีเวลา 09.30 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายฮุซัยน์ บรอฮีม ฏอฮา เลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม (Organisation of Islamic Cooperation: OIC) เข้าเยี่ยมคารวะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ โดยเลขาธิการโอไอซีกล่าวชื่นชมไทยที่ให้เสรีภาพปฏิบัติศาสนกิจของทุกศาสนาอย่างเท่าเทียมกัน ชื่นชมนายกฯ และรัฐบาลไทยที่สร้างสันติสุข และพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงความร่วมมือด้านต่างๆ อาทิ การเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร สาธารณสุข ความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม และมาตรฐานสินค้าอาหารฮาลาล เป็นต้นผบ.ตร.ยันตำรวจไม่ยืนเฉยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมบุกไปก่อความวุ่นวายที่ทำการพรรคเพื่อไทยว่า เท่าที่ได้รับรายงานตำรวจที่ดูแลความเรียบร้อยไม่ได้ยืนเฉยๆ แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่ของเอกชน มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) จึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ รปภ.ก่อน แต่ไม่ได้คาดการณ์ว่าจะมีเหตุรุนแรงหรือการขวางรถ ยอมรับว่า รปภ.กับตำรวจไม่สอดประสานกัน หลังเกิดเหตุได้กำชับให้ประสานงานกันและเข้าระงับเหตุเบื้องต้นทันที วันนั้นเป็นครั้งแรกตำรวจไม่แน่ใจว่าความต้องการของเอกชน บางกรณีตำรวจค่อนข้างทำงานยาก หากเป็นเด็กหรือผู้หญิงตัดสินใจทำอะไรรุนแรงจะถูกครหาได้ ความเห็นต่างเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต้องพิจารณาปรับตามความเหมาะสม ยืนยันทุกคนที่ทำผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดี แต่กรณีทำร้ายตำรวจ สาดสีตำรวจ ถ้าคนไม่เยอะให้จับกุมแต่ถ้าเป็นเด็กต้องดูความเหมาะสมศาลไม่ถอนประกัน “ตะวัน-บุ้ง”วันเดียวกัน ศาลอาญากรุงเทพใต้อ่านคำพิพากษากรณีพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการประกันตัวการปล่อยชั่วคราว น.ส.ทานตะวัน หรือตะวัน ตัวตุลานนท์ จำเลยที่ 1 น.ส.เนติพร หรือบุ้ง เสน่ห์สังคม จำเลยที่ 3 ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 กรณีวันที่ 7 ส.ค.66 จำเลยทั้ง 2 กับพวกร่วมกันทำกิจกรรมที่ทำการพรรค พท. ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลย ที่ 1 และที่ 3 กับพวกไปชุมนุม โปรยกระดาษข้อ ความ ราดแอลกอฮอล์ ฉีดพ่นสีสเปรย์สีดำ มิใช่การกระทำที่ลักษณะทำนองเดียวกับที่ถูกกล่าวหาในคำฟ้อง แต่เป็นการแสดงออกถึงความไม่พอใจทางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล หากการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายแก่พรรค พท.สามารถใช้สิทธิดำเนินคดีได้ ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 และ 3 ผิดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวให้ยกคำร้อง