จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กรณีกล่าวหาว่านางรจนา สินที อดีตข้าราชการระดับ 8 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ได้อาศัยโอกาสที่มีหน้าที่ขออนุมัติเบิกจ่ายเงินของกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ให้กับนักเรียนนักศึกษาที่เป็นผู้ยากไร้ ขาดแคลนทุนทรัพย์ศึกษา จัดทำเอกสารขออนุมัติและระบุรายละเอียดหมายเลขบัญชีเงินฝากธนาคารเป็นเท็จโดยมีผู้ถูกกล่าวหาคนที่ 2 และ 3 ซึ่งเป็นอดีตลูกจ้างของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ทำให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ หลงเชื่อ เบิกจ่ายเงินให้แก่ผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งบุคคลอื่นๆซึ่งเป็นญาติและคนรู้จักของผู้ถูกูกล่าวหาซึ่งเป็นบุคคลที่ไม่มีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต มากกว่า 30 คน รวมจำนวน 35 ครั้ง เป็นเหตุให้นักเรียน นักศึกษาได้รับความเดือดร้อน และกระทรวงศึกษาธิการได้รับความเสียหายเกือบ 100 ล้านบาท เหตุเกิดระหว่างเดือน พ.ค. 2548 จนถึงเดือน พ.ย.2560 ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้ไต่สวนข้อเท็จจริงและพิจารณาชี้มูลความผิดทางอาญากับผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าวและส่งสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีอาญาไปแล้วนั้นเมื่อวันที่ 27 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน ป.ป.ท.ได้มีการเผยแพร่เอกสารข่าว ระบุว่า เมื่อวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้พิจารณาคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีดังกล่าว พร้อมทั้งได้อ่านคำพิพากษา (คดีหมายเลขดำที่ อท 177/2565 คดีหมายเลขแดงที่ อท 146/2566) สรุปว่า นางรจนา จำเลยที่ 1 กระทำความผิด จำนวน 35 กรรม เป็นความผิดตามมาตรา 157 มาตรา 162(4) ของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 123/1 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 รวมทุกกระทงความผิดให้ลงโทษจำคุก 93 ปี 279 เดือน สำหรับจำเลยที่ 2 มีความผิดฐานผู้สนับสนุน ให้ลงโทษจำคุก 34 ปี 102 เดือน และจำเลยที่ 3 มีความผิดฐานผู้สนับสนุน ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี 18 เดือน โดยศาลไม่รอการลงโทษ และให้จำเลยทั้ง 3 คน ร่วมกันชดใช้เงินให้กับผู้เสียหาย ที่ยังไม่ได้ชดใช้คืนจำนวน 64 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย.