สืบนครบาลตามรวบ หนุ่มแสบอดีตโปรดิวเซอร์ข่าวสังคม เศรษฐกิจ การเมือง สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ถึง จ.สกลนคร พบเคยบวชเรียนถึง 11 พรรษาแต่ไม่วาย หลงผิด ก่อเหตุตุ๋นขายเครื่องสังฆภัณฑ์ทางออนไลน์ เชิดเงินค่าสินค้าของเหยื่อที่โอนมาสร้างความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท แฉเจ้าตัวติดพนันหนัก ทั้งไฮโลและพนันออนไลน์ ตรวจสอบพบหมายจับติดตัวเพียบสืบนครบาลและตำรวจ ศปอส.ตร. รวบหนุ่มเจ้าของร้านตุ๋นขายเครื่องสังฆภัณฑ์ โดยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ก.ค. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. ในฐานะรองหัวหน้าชุดปฏิบัติการที่ 5 ศปอส.ตร. พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. นำกำลังตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น.และตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 ศปอส.ตร. ร่วมกันจับกุมนายวรากร คงอุทิศ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9849 หมู่ 2 ต.ทุ่งทอง อ.ทรายทองวัฒนา จ.กำแพงเพชร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ดที่ 264/2566 ลงวันที่ 5 ก.ค.66 ฐานฉ้อโกงด้วยการแสดงข้อความเป็นเท็จต่อประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยการหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน จับกุมตัวได้ที่ตลาดโต้รุ่ง ใกล้แยกพังโคน ถนนนิตโย ต.พังโคน อ.พังโคน จ.สกลนคร ขณะผู้ต้องหา ขี่รถ จยย.ออกมาจากสถานที่หลบซ่อนเมื่อวันที่ 20 ก.ค.สืบเนื่องจากตำรวจชุดลาดตระเวนออนไลน์พบข้อมูลการร้องเรียนพฤติการณ์คนร้ายใช้เพจเฟซบุ๊กชื่อ “หจก.เพชรเจริญสังฆภัณฑ์ ปลีกส่ง” “เพชรเจริญสังฆภัณฑ์” และ “หจก.เพชรเจริญสังฆภัณฑ์” โพสต์หลอกขายเครื่องสังฆภัณฑ์ทุกชนิดทางออนไลน์ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่น เมื่อลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชน โอนเงินค่าสินค้าให้ ผู้ก่อเหตุจะนิ่งเงียบและตัดขาดการติดต่อ สร้างความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท จึงเร่งสืบสวนหาเบาะแสติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้ กระทั่งจับกุมได้ดังกล่าวสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพให้ข้อมูลว่าช่วงเด็กและวัยรุ่นเคยบวชเรียนถึง 11 พรรษา และศึกษาจนจบชั้นปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งหนึ่ง จากนั้นสึกออกมาประกอบอาชีพสำนักพิมพ์เกี่ยวกับหนังสือพระแห่งหนึ่งประมาณ 1 ปี ก่อนย้ายมาทำงานเป็นผู้ช่วยโปรดิวเซอร์เขียนสคริปต์ข่าวและเลื่อนเป็นโปรดิวเซอร์ข่าวสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ที่สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง จนช่วงปี 61ลาออกมาเปิดร้านสังฆภัณฑ์ ชื่อร้าน “หจก.เพชรเจริญสังฆภัณฑ์” อยู่ย่านหนองแขม กทม. ขายทั้งหน้าร้านและออนไลน์ กระทั่งปี 63 เริ่มมีปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ซ้ำยังมาเจอวิกฤติโควิด จึงเริ่มโกงไม่ส่งสินค้าแก่ลูกค้าทั้งพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนผู้สั่งซื้อทางออนไลน์ มีผู้เสียหายจำนวนมากแจ้งความดำเนินคดี ตัดสินใจหลบหนีมาเช่าบ้านพักและทำธุรกิจขายอะไหล่รถยนต์มือสองร่วมกับเพื่อนใน จ.สกลนคร แต่ยังโพสต์หลอกขายเครื่องสังฆภัณฑ์อยู่อย่างต่อเนื่อง ใช้เพจเฟซบุ๊กชื่อ “เพชรเจริญสังฆภัณฑ์” สร้างความเสียหายต่อราย ตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักหมื่น มีลูกค้าหลงเชื่อสัปดาห์ละ 3-4 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 10,000,000 บาท เงินที่ได้มานำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เล่นพนันออนไลน์และตระเวนเล่นไฮโลในพื้นที่ต่างๆตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบผู้ต้องหารายนี้ มีหมายจับติดตัวอีก 4 หมายจับ ประกอบด้วย หมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 173/2564 ลงวันที่ 8 ก.ค.64 ฐานฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ของ สภ.วังน้ำคู้ จ.พิษณุโลก หมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ที่ 62/2566 ลงวันที่ 20 ก.พ.66 ฐานความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ของ สภ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช หมายจับศาลแขวงธนบุรี ที่ 103/2566 ลงวันที่ 31 มี.ค.66 ฐานฉ้อโกงและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ของ สน.ภาษีเจริญ และหมายจับศาลจังหวัดหลังสวน ที่ 48/2566 ลงวันที่ 7 เม.ย.66 ฐานฉ้อโกงประชาชนและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ของ สภ.ละแม จ.ชุมพรเบื้องต้นชุดจับกุมคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด พร้อมประสานให้พนักงานสอบสวนท้องที่อื่นๆที่ออกหมายจับผู้ต้องหามาอายัดตัวไปดำเนินคดีต่อ