ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มผู้สูงอายุจึงจำเป็นต้องฝึกและบริหารการทรงตัว รวมถึงเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพื่อสร้างร่างกายให้แข็งแรง ป้องกันอุบัติเหตุต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นทำไมเราต้องทดสอบการทรงตัวคนเราเมื่อมีอายุมากขึ้น ทำให้เกิดความเสื่อมของระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น ระบบการมองเห็น ระบบการได้ยิน ระบบประสาท ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ความเสื่อมต่างๆ เหล่านี้จะส่งผลให้เรามีความแข็งแรงลดลง ความสามารถในการทรงตัวลดลง ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มเพิ่มขึ้น การหกล้มจะนำมาซึ่งปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย เช่น ภาวะกระดูกหัก กระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท และความพิการ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทดสอบการทรงตัว เพื่อให้ทราบถึงระดับความเสี่ยงของการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุการทดสอบการทรงตัวThe Time Up and Go Test (TUG) Note: ลุกจากเก้าอี้ที่จุดตั้งต้น เดินตรงไประยะทาง 3 เมตร แล้วหมุนตัวและเดินกลับมานั่งที่เดิม คนไข้กลุ่มผู้สูงอายุที่ใช้เวลามากกว่า 12 วินาทีในการตรวจ จะมีความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มThe 30-Second Chair Stand Test Chair Stand—Below Average Scoresช่วงอายุ (ปี) / ชาย (จำนวนครั้ง) / หญิง (จำนวนครั้ง)60-64 /<14 /<1265-69 /<12 /<1170-74 /<12 /<1075-79 /<11 /<1080-84 /<10 /<985-89 /<8 /<890-94 /<7 /<4Note: ให้ผู้สูงอายุประสานมือทั้งสองข้างไว้ที่หน้าอก นั่งค่อนมาทางด้านหน้าเก้าอี้ ลุกยืนตรงและนั่งลง จับเวลา 30 วินาที นับจำนวนครั้งที่ทำได้ ถ้าต่ำกว่าตาราง ถือว่ามีความเสี่ยงการหกล้มการทดสอบการทรงตัวThe 4-Stage Balance Test ขั้นตอนในการทดสอบ : ในแต่ละฐาน คนไข้จะต้องควบคุมการยืนในท่าทางต่างๆ เป็นเวลา 10 วินาที และคนไข้ที่สามารถควบคุมการยืนในฐานที่ 3 (ยืนต่อเท้า) ได้น้อยกว่า 10 วินาที จะมีความเสี่ยงในการพลัดตกหกล้มท่าบริหารเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อทำท่าละ 10 ครั้ง/set ให้ทำ 2 set ท่าบริหารเพื่อเพิ่มการทรงตัวท่าที่เป็นท่าเดินให้เดิน 10 ก้าว/set ทำ 2 set “หากทำตามขั้นตอนการทดสอบตามข้างต้นแล้ว มีอาการเซ หรือมีอาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย ควรเข้าพบแพทย์ เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุ และประเมินความเสี่ยงอีกครั้ง ภายใต้ความควบคุมของแพทย์”ท่าบริหารเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ปัจจัยที่มีผลต่อการพลัดตกหกล้มปัจจัยภายในอายุที่เพิ่มขึ้นเคยมีประวัติล้มมาก่อนกล้ามเนื้ออ่อนแรงมีปัญหาเกี่ยวกับการทรงตัวหรือการเดินมีปัญหาในการมองเห็นภาวะความดันต่ำจากการเปลี่ยนท่าโรคเรื้อรัง เช่น โรคข้อเข่าเสื่อม โรคพาร์กินสัน เบาหวาน ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ กลัวการล้มปัจจัยภายนอกไม่มีราวจับขั้นบันไดสูงไปหรือแคบไปมีสิ่งกีดขวางทางเดินแสงสว่างไม่เพียงพอหรือจ้าเกินไปพื้นลื่นหรือทางต่างระดับการใช้เครื่องช่วยเดินที่ไม่เหมาะสมยาที่มีผลต่อระบบประสาทบทความโดย : ผศ.นพ.วิศาล คันธารัตนกุล แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์