ขณะที่กองทัพรัสเซียปฏิบัติการโจมตีกรุงเคียฟของยูเครน ด้วยฝูงโดรน ฆ่าตัวตายครั้งรุนแรง เมื่อวันที่ 28 พ.ค.นั้น ในวันเดียวกัน นายมิคาอิล กาลูชิน รมช.ต่างประเทศรัสเซียให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า รัฐบาลรัสเซียเชื่อว่าการหาข้อยุติความขัดแย้งอย่างสันติยังคงเป็นไปได้ แต่ก็ต่อเมื่อรัฐบาลยูเครนมุ่งมั่นที่จะแสดงจุดยืนความเป็นกลาง ยอมรับสภาพความเป็นจริงทางด้านดินแดน กองทัพยูเครนหยุดความเป็นปฏิปักษ์และชาติตะวันตกหยุดการส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ช่วยเหลือยูเครนทั้งนี้ นายกาลูชินยังระบุว่า สันติภาพที่ทนทานคือการที่ยูเครนกลับไปสู่สถานะความเป็นกลาง ไม่เข้าร่วมองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) และสหภาพยุโรป อย่างไรก็ตาม นายมิคาอิล โปลโดยัก ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครน แสดงจุดยืนว่า สำหรับยูเครนมีข้อเรียกร้องคือ ให้ทหารรัสเซียถอนกำลังไปทั้งหมด ส่งตัวอาชญากรสงครามมาให้ยูเครน สร้างเขตกันชนขึ้นในพรมแดนรัสเซีย และยอมสละทรัพย์สินของรัสเซียในต่างแดน ที่ถูกประเทศต่างๆยึดไว้ ส่วนนายอันเดรย์ เคลิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหราชอาณาจักร มองว่าจะรบกันนานแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับชาตินาโต พร้อมคุยว่า รัฐบาลรัสเซียยังไม่ได้เอาจริงในเหตุความขัดแย้งครั้งนี้.