เรื่องคมๆ ความหมายชวนคิด (สุริยเทพ ชัยมงคล สำนักพิมพ์อินสไปร์ พ.ศ.2553) เรื่องที่ 39 “หนูบนเจดีย์ ” ผมอ่านแล้วได้ความคิดว่า...ในสถานการณ์การเมืองนี้ น่าจะเป็นคำเตือนใครหลายๆคนเรื่องเริ่มต้นว่า หนูตัวหนึ่งระเหเร่ร่อนไปทั่ว มันเปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงเจดีย์แห่งหนึ่งเจ้าหนูเพิ่งพบว่า ชีวิตบนเจดีย์มีความสุขมาก มันสามารถวิ่งเล่นไปตามชั้นต่างๆได้ตามอำเภอใจ กินอาหารเซ่นไหว้ที่แสนจะอุดมสมบูรณ์แน่ล่ะ! สถานที่ที่ให้อะไรๆดีๆมากอย่างนี้ มันตกลงใจ “ทำรัง” ตั้งใจจะเป็นเรือนตายนอกจากความสุขที่ได้...เจ้าหนูเพิ่งพบอีกว่า มันได้สิทธิพิเศษกระทั่งตัวมันเองก็คิดไม่ถึง คือการจะทำอะไรก็ได้ทั่วองค์พระพุทธรูปสาธุชนมากมาย มักมุ่งมั่นกับการก้มหน้ากราบไหว้ ไม่ค่อยกล้าเหลือบแลมาดูองค์พระครั้งหนึ่ง มันลองขับถ่าย...ใส่กลางองค์พระ ไม่มีใครมอง ไม่มีใครห้ามมันมองลงไป ตามควันธูปที่ผู้คนจุดบนกระถางใหญ่ลอยอ้อยอิ่งขึ้นมา กลิ่นควันธูปแรกๆมันไม่ค่อยคุ้นจมูก แต่พักใหญ่มันก็เริ่มทำจมูกฟุตฟิตตอบรับ แล้วคิดว่าสาธุชนพวกนั้นกำลังตั้งใจกราบไหว้มัน“ดูซิ! มนุษย์หัวเข่าอ่อนนุ่มคนนั้น มันยังมาคุกเข่าบูชาข้า ไม่ละวาง อยู่เป็นนาน”ในอารมณ์เพลิดเพลิน...และเผลอครั้งหนึ่ง... แต่ครั้งนั้น ก็เป็นได้แค่ครั้งเดียว ก็มีแมวโซตัวหนึ่ง หลุดเข้ามา หนูไม่ทันรู้ตัว มันถูกจับได้ในพริบตาเดียว“แก...กินฉันไม่ได้นะ” แทนการร้องขอชีวิต หนูก็ยังกล้าขู่“แกรู้ไหม ฉันเป็นตัวแทนพระพุทธเจ้า นอกจากแกจะกินฉันไม่ได้ แกจะต้องคุกเข่าบูชาฉันด้วย”แมวโซตัวนั้น แม้จะหิวจนท้องกิ่ว แต่สมองมันไม่ได้กิ่ว มันตะคอกหนูกลับ“ที่เขาคุกเข่าให้แก เพราะตำแหน่งที่แกอยู่ ไม่ใช่เพราะตัวแก” ว่าแล้วแมวก็ขย้ำตัวหนูขาดเป็นสองท่อนเรื่องคมๆ จบแค่นี้ ผมคิดไปได้ไกล ส่วนหนูๆ อ่านแล้ว จะคิดไกลใกล้แค่ไหน ก็คงแล้วแต่ใจหนูแต่ละตัวมาถึงคำอธิบาย “ความหมายชวนคิด”เริ่มต้นด้วย คำกล่าวของประธานาธิบดีคนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา แฟลงกลิน เดลาโน โรสเวลล์ “สิ่งที่น่ากลัวเพียงอย่างเดียว ก็คือความกลัว”หนูเห็นผู้คนมากราบไหว้พระพุทธรูปทุกวัน พานเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขากราบมัน เกิดอาการหลงตัวเองจนไม่กลัวอะไร สุดท้ายก็จบชีวิตลงดีที่แมวโซตัวนั้นสติไม่ซ่อนปัญญา ไม่สั่นกลัวคำขู่ ไม่ได้ถูกบรรยากาศขรึมขลังบนเจดีย์ที่หนูอาศัย ทำให้เกิดความกลัวแต่สำหรับมนุษย์ทั่วๆไป คงไม่โชคดีเหมือนเจ้าแมวในชีวิตประจำวัน จะมีสักกี่คนที่รู้ซึ้งถึงแก่นแท้ของความกลัว แล้วมีปฏิกิริยาตอบโต้ที่เหมาะควร ในความเป็นจริงความกลัวของคน มากมาย เกิดจากจินตนาการที่ปั้นแต่งขึ้นเองความกลัวเป็นศัตรูสำคัญของมนุษย์ ความไม่สบายใจ กังวล ริษยา โมโห ขี้ขลาด เกิดจากความกลัว ความกลัวทำลายความอยากอาหาร ความหวัง ทำให้จิตใจอ่อนแอจนไม่กล้าคิดสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆบทสรุปคำอธิบายความหมายชวนคิด...รีบโยนความกลัวในใจทิ้งไปเสีย แล้วเปลี่ยนเป็นความกระตือรือร้นต่อสิ่งต่างๆที่กำลังเผชิญหน้า นั่นเท่ากับคุณ กำลังเดินไปข้างหน้าแล้ว หลายก้าวการไม่รู้ว่า อะไร เรื่องไม่คาดฝัน จะเกิดในวันพรุ่งนี้ นี่คือเสน่ห์ของชีวิต เช่นนี้แล้ว จะกลัวสิ่งที่ยังมาไม่ถึง เช่น กลัวเลือกตั้งชนะแล้วเป็นนายกฯได้หรือไม่ได้...ไปทำไมเล่า!กิเลน ประลองเชิง