เหลืออีก 72 ชั่วโมง การเลือกตั้ง เปลี่ยนรัฐบาลใหม่ พลิกขั้วการเมืองไทยอยู่ในมือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52 ล้านคนถ้าใช้ข้อมูลการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต (วันที่ 7 พ.ค.) เป็นเกณฑ์ประเมิน...มีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าสูงถึง 91 เปอร์เซ็นต์ของยอดลงทะเบียน 2.2 ล้านคนเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าการเลือกตั้งใหญ่ (วันที่ 14 พ.ค.) จะมีพี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตยตื่นตัวไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์มากกว่าการเลือกตั้งปี 2562 ที่มีผู้ใช้สิทธิ 74 เปอร์เซ็นต์!!หรือจะมีประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 41 ล้านคน สูงกว่าการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีก่อน 4 ล้านคนช่วงขลุกขลิกก่อนเปิดหีบเลือกตั้งเพียง 3 วัน ประชาชนส่วนใหญ่ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะกาบัตรเลือกพรรคใดเป็นรัฐบาลยังเหลืออีกไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ที่ยังสองจิตสองใจไม่รู้จะเลือกขั้วไหนดี“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า เมื่อจำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเพิ่มขึ้นไปแตะ 41 ล้านคน จะส่งผลให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน จะต้องได้คะแนนเฉลี่ยถึง 4 แสนคะแนนพรรคการเมืองที่จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน จะต้องได้คะแนนเลือกพรรค (บัตรสีเขียว) 4 แสนคะแนน!!หากหวังจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 10 คน พรรคนั้นจะต้องได้คะแนนบัญชีรายชื่อไม่ต่ำกว่า 4 ล้านคะแนนถ้าหวังจะยึดเก้าอี้ ส.ส.บัญชีรายชื่อถึง 20 คน พรรคนั้นต้องมีประชาชนกาบัตรเลือกผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคนั้นถึง 8 ล้านคน หรือ 8 ล้านคะแนนถ้าพรรคการเมืองใดตั้งเป้าจะกวาด ส.ส.บัญชีรายชื่อมากถึง 30 คน จะต้องมีประชาชนเทเสียงเลือกพรรคนั้นไม่ต่ำกว่า 12 ล้านคะแนน“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะใช้ “ระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ”คะแนนเลือก ส.ส.เขต กับคะแนนเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ แยกขาดจากกันอย่างสิ้นเชิง!!แต่แนวโน้มประชาชนจะกาบัตรเลือก ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเดียวกันสูงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ดังนั้น พรรคใหญ่ที่ชนะเลือก ตั้ง ส.ส.เขตมาก ย่อมได้โควตา ส.ส.บัญชีรายชื่อในสัดส่วนใกล้เคียงกัน“แม่ลูกจันทร์” มองว่า เพียง 2 พรรคที่มีโอกาสจะได้เก้าอี้ ส.ส.เขตเกิน 20 คนคือพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลหมายความว่า 2 พรรคนี้จะได้คะแนนเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ (บัตรสีเขียว) มากกว่า 8 ล้านคะแนนส่วนพรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ และอื่นๆจะไม่มีพรรคใดที่จะได้คะแนนเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อถึง 8 ล้านคะแนนแม่น? หรือไม่แม่น?...รอลุ้นหวยเลือกตั้งอีกเฮือกเดียว!!“แม่ลูกจันทร์”