เมื่อวันที่ 27 เม.ย. น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ที่โรงเรียนศรีอยุธยา ในพระอุปถัมภ์ฯ และโรงเรียนพญาไท กรุงเทพมหานคร โดย น.ส.ตรีนุชกล่าวว่า ภาพรวมการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ทำได้ดี มีการวางมาตรการที่เป็นไปตามข้อกำหนดของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยเฉพาะมาตรการป้องกันโควิดในสถานศึกษา รวมถึงการวางแผนจัดทำสื่อการเรียนการสอนสำหรับการเปิดภาคเรียนใหม่ ทั้งนี้ในวันที่ 15 พ.ค. เป็นการเปิดภาคเรียนใหม่ของสถานศึกษาพร้อมกันทั่วประเทศ ขอกำชับให้สถานศึกษาทุกแห่งวางมาตรการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดเรียนให้ดี โดยเฉพาะความปลอดภัยในสถานศึกษาจะต้องมีความปลอดภัยให้แก่นักเรียนครบทุกมิติ นอกจากนี้ ต้องตรวจสอบสภาพอาคารเรียนและระบบไฟฟ้าให้พร้อมต่อการใช้งานด้วยรมว.ศึกษาธิการกล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการด้านสุขภาพ ขณะนี้สภาพอากาศของเมืองไทยมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขอให้สถานศึกษาดูความเหมาะสมของการจัดกิจกรรมกลางแจ้งด้วย ซึ่งมีความเป็นห่วงเด็กนักเรียนที่อาจเกิดโรคฮีตสโตรกขึ้นได้ ส่วนมาตรการป้องกันโควิดนั้น ให้สถานศึกษาได้ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ตามแผนปฏิบัติการเดิมที่เราเผชิญกับโควิดมาก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกัน ศธ.จะมอนิเตอร์ข้อมูลโควิดร่วมกับ สธ.เพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดระลอกใหม่อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้เมื่อเปิดภาคเรียนใหม่แล้วขอให้โรงเรียนเก็บข้อมูลเด็กตกหล่นจากระบบการศึกษาและตามไปดูว่าเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษามาจากสาเหตุใด เพื่อนำกลับมาเรียน“การจัดพิมพ์แบบเรียนขององค์การค้าฯยืนยันว่าเราจัดส่งแบบเรียนได้ทันตามกำหนดอย่างแน่นอน ขอให้ผู้ปกครองและโรงเรียนไม่ต้องกังวล เนื่องจากได้วางแผนการจัดพิมพ์ไว้ก่อนปิดภาคเรียนแล้ว สำหรับหนังสือเรียนภาษาพาที ป.5 ที่เป็นประเด็นในตอนนี้นั้นดิฉันต้องขอชี้แจงว่า การเรียนภาษาไทยไม่ได้ใช้หนังสือเรียนเล่มนี้เล่มเดียว บทเรียนภาษาพาทีเป็นเพียงสื่อชนิดหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมการอ่านเพื่อให้เด็กคิดวิเคราะห์เป็น อย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณโซเชียลที่ช่วยสะท้อนปัญหามาให้ ศธ.ได้กลับไปทบทวน เพราะต้องยอมรับว่าโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ดังนั้น สพฐ.ได้ออกคำสั่งทบทวนการใช้สื่อประกอบการเรียนแล้วว่ามีบทเรียนอื่นที่ต้องปรับแก้ไขอีกหรือไม่ ซึ่ง สพฐ.พร้อมทบทวนแบบเรียนดังกล่าวใหม่ให้มีความทันสมัยมากขึ้น” น.ส.ตรีนุชกล่าว.