คดีอุ้มฆ่า น.ส.จิน ซ่าน นศ.สาวชาวจีน เป็นคดีสะเทือนขวัญ!ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จ.นนทบุรี และ บก.สส.บช.น. ร่วมกันทำงานอย่างละเอียดรวดเร็ว หลังพบศพ ตรวจสอบพบบ้านเกิดเหตุ รถที่คนร้ายเช่า มีเอกสารหลักฐานยืนยันว่าคือ นายโจว เผิงเฟย อายุ 24 ปี นายเฉิน ไซกัง อายุ 23 ปี และ นายโจว เซี่ยวเฟย อายุ 23 ปี ชาวเมืองเหอเป่ยทีมสืบสวนวิเคราะห์ไทม์ไลน์คนร้ายละเอียดยิบ เริ่มจากแชตพูดคุยตีสนิทกับเหยื่อว่า เป็นคนจีนที่มาเรียนอยู่ในประเทศไทยเหมือนกัน เหงาเหมือนกัน ล่อเหยื่อไปพบที่ห้าง คืนวันที่ 28 มี.ค.อุ้มขึ้นรถไปบ้านเช่า จับมัดมือมัดเท้ารีดข้อมูลส่วนตัว ถ่ายคลิประหว่างมีชีวิตเก็บไว้?ต่อมาวันที่ 29 มี.ค. ตัดสินใจสังหารเหยื่อเพื่อตัดพยานด้วยการรัดคอ!ติดต่อ น.ส.ชนิดา มาทอง อายุ 19 ปี สาวบาร์ผีย่านอินทามระ แฟนของหนึ่งในแก๊งให้ช่วยหาที่ทิ้งศพและนำศพไปทิ้ง แล้วย้ายไปพักที่โรงแรมย่านรัชดา และบินกลับประเทศจีนเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 30 มี.ค.เมื่อกลับไปถึงจีนส่งคลิปภาพเหยื่อระหว่างมีชีวิตไปให้ นายจิน หลี่เผิง พ่อของเหยื่อ เรียกค่าไถ่ 5 แสนหยวน แต่ยังต่อรองและเจรจากันอยู่ จนวันที่ 1 เม.ย. ตำรวจ สภ.บางแม่นาง พบศพหญิงนิรนาม ตรวจสอบประสานงานกับตำรวจนครบาล จนแน่ชัดว่าคือ น.ส.จิน ซ่าน ที่แจ้งหายไว้ที่ สน.ธรรมศาลา!ชุดสืบสวนนครบาล นำโดย พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ประสานตำรวจจีนจนได้ข้อมูลว่า คนร้ายไม่รู้ว่าพบศพเหยื่อแล้ว ยังส่งข้อความเรียกค่าไถ่จากพ่อเหยื่ออยู่เลยวางแผนจ่ายเงินค่าไถ่บางส่วน ตำรวจจีนตามเส้นทางการเงินจนจับได้ยกแก๊ง?!ปัญหาคือ กลุ่มผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธไม่ได้ฆ่า ตำรวจจีนต้องรอพยานหลักฐานจากตำรวจไทย เพื่อดำเนินคดีข้อหาหนัก อุ้ม ฆ่า เรียกค่าไถ่!งานนี้ต้องพึ่ง สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่เข้าไปเก็บหลักฐานจากบ้านเช่าจุดสังหาร และรถที่ใช้อุ้มบรรทุกศพไปทิ้ง ถ้ามีดีเอ็นเอสักหน่อย แก๊ง 3 วัยรุ่นจีนไม่รอดแน่?เพราะโทษที่ประเทศจีนหนักกว่าไทยเยอะ ยิงเป้าอย่างเดียว!สหบาท